วันศุกร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2563 18:28 น.

การเมือง

"ส.ส.-ส.ว."ร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องเพศสภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563, 19.47 น.

วันที่ 16 มกราคม 2563  วันที่สี่ของการประชุมฯ นางสุวรรณี สิริเวชชะพันธ์ สมาชิกวุฒิสภาในฐานะผู้แทนสมาชิกรัฐสภาไทย เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับความเข้าใจและตระหนักในเรื่องเพศสภาพ (Gender Sensitivity Training Workshop) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-16 มกราคม 2563 ณ โรงแรมแลงคาสเตอร์ กรุงเทพฯ

ในช่วงเช้า ที่ประชุมฯ ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องเพศสภาพในเชิงการกำหนดนโยบายรวมทั้งปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศ และที่ประชุมฯ ได้ร่วมกันนำเสนอแนวทางแก้ไขในแต่ละประเทศ โดยนางสุวรรณี สิริเวชชะพันธ์ สมาชิกวุฒิสภา ได้นำเสนอต่อที่ประชุมฯ ว่าประเทศไทยดำเนินการส่งเสริมการไม่เลือกปฏิบัติในทุกด้านอย่างต่อเนื่องโดยมีรัฐธรรมนูญ ฉบับ ปี พ.ศ. 2560 เป็นกฎหมายสูงสุดที่รับรองหลักการนี้ ในส่วนเรื่องการจัดทำงบประมาณก็มีบทบัญญัติ ในมาตรา 71 วรรค 4 ที่กำหนดเป็นนโยบายว่าการจัดทำงบประมาณต้องคำนึงถึงความแตกต่างในเรื่องของปัญหา มิติด้านหญิงชาย (gender-responsive budgeting) ที่ระบุความสำคัญของการดำเนินงานด้านงบประมาณไว้อย่างชัดเจน

ที่ประชุมฯ ชื่นชมประเทศไทยในเรื่องความสำเร็จที่สามารถระบุหลักการเรี่อง Gender Responsive Budgeting ไว้ในรัฐธรรมนูญ เนื่องจากหลายประเทศยังเป็นเพียงนโยบายแต่ยังไม่ได้ระบุในรัฐธรรมนูญ

พร้อมกันนี้นางสาวจิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะผู้แทนรัฐสภาไทย ได้เข้าร่วมการประชุมด้วยโดยด้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายและนโยบายที่สร้างความเท่าเทียมกันทางเพศและการส่งเสริมศักยภาพของสตรี มีสาระสำคัญโดยสรุปดังนี้

ประเทศไทยมียุทธศาสตร์การพัฒนาสตรีแห่งชาติ (พ.ศ. 2560-2564) ซึ่งวางแนวทางการพัฒนาความเสมอภาคทางเพศและการเสริมอำนาจสตรี โดยบูรณาการการทำงานบนพื้นฐานของอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (CEDAW) ปฏิญญาปักกิ่งและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งนี้ ในระดับนานาชาติ ประเทศไทยได้ลงนามในอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศฯ ฉบับที่ 100 เกี่ยวกับนโยบายการจ้างงานและฉบับที่ 111 เรื่องการเลือกปฏิบัติ (การจ้างงานและอาชีพ)

อนุสัญญา ฉบับที่ 100 ว่าด้วยค่าตอบแทนที่เท่าเทียมกัน มีจุดมุ่งหมายให้รัฐภาคีคำนึงถึงอัตราค่าตอบแทนที่เท่าเทียมกันสำหรับแรงงานชายและหญิงในงานที่มีลักษณะเหมือนกัน และอนุสัญญา ฉบับที่ 111 ว่าด้วยการเลือกปฏิบัติ (การจ้างงานและการประกอบอาชีพ) คุ้มครองบุคคลจากการเลือกปฏิบัติในการจ้างงานตามมาตรฐานแรงงานสากลทุกรูปแบบ รัฐสมาชิกที่ให้สัตยาบันอนุสัญญานี้ มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ห้ามการเลือกปฏิบัติและการกีดกันทุกรูปแบบ รวมถึง เชื้อชาติ สีผิว เพศ ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง
   
ในการจัดการกับการเลือกปฏิบัติแรงงาน พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2538 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2562) ลูกจ้างจะต้องได้รับการปฏิบัติและอัตราค่าจ้างเท่าเทียมกันไม่เลือกปฏิบัติต่อแรงงาน เนื่องจากความพิการ พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 กำหนดโควต้าการจ้างคนพิการในภาครัฐและเอกชนและให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่นายจ้าง

ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ดำเนินการส่งเสริมการไม่เลือกปฏิบัติในทุกด้านอย่างต่อเนื่องโดยมีรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2560 เป็นพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมาตรา ๗๑ วรรคสี่ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ระบุความสำคัญของการดำเนินงานด้านงบประมาณในการจัดทำงบประมาณแบบตอบสนองต่อเพศสภาพ

หน้าแรก » การเมือง