วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 17:02 น.

การเมือง

เศรษฐกิจแย่ทั้งจังหวัด! "หญิงหน่อย"ขอชาวกำแพงเพชรกาเบอร์ 3 ช่วยแก้

วันเสาร์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 13.10 น.

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563 เวลา 10.00 น. ที่วัดแก้วสุริย์ฉาย อำเภอลานกระบือจังหวัดกำแพงเพชร นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์หัวหน้าพรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.จังหวัดนครพนมพรรคเพื่อไทย พร้อมคณะ นำนายกัมพล ปัญกุล ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หมายเลข 3 จากพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่หาเสียง ขอคะแนนจากพี่น้องประชาชน ชาวกำแพงเพชร ในการเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 2 จังหวัดกำแพงเพชร

นายสมพงษ์และคุณหญิงสุดารัตน์ ได้เดินขอคะแนนภายในตลาดวัดแก้วสุริย์ฉาย ซึ่งระหว่างการหาเสียง ได้สอบถามถึงปัญหาการค้าขาย และเศรษฐกิจปากท้อง ซึ่งพบว่าการค้าขายเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากผู้ซื้อมีกำลังในการจับจ่ายน้อยลง คุณหญิงสุดารัตน์ รวมถึงนายสมพงษ์จึงได้กล่าวให้กำลังใจ ในการต่อสู้กับปัญหาเศรษฐกิจที่หนักหน่วงมากขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา 

ขณะเดียวกันได้ตั้งคำถามไปยังพี่น้องประชาชนว่าตลอด 6 ปีที่ผ่านมา กินดีอยู่ดีมีความสุขนอนหลับสบายดีหรือไม่ ถ้าคิดว่าตลอด 6 ปีมีความสุขดี และยังสามารถอยู่ต่อไปได้ ก็เป็นสิทธิที่พี่น้องจะเลือกผู้สมัครแบบเดิม แต่หากพี่น้องเห็นว่าวันนี้ต้องมีการเปลี่ยนแปลง หลากหลายนโยบายต้องได้รับการผลักดันให้เห็นเป็นรูปธรรม ขอให้ช่วยเลือกผู้สมัครหมายเลข 3 จากพรรคเพื่อไทย เข้าไปติดตามสิ่งที่ผู้มีอำนาจได้ให้คำมั่นสัญญากับประชาชนไว้แต่ไม่สามารถทำได้ 


คุณหญิงสุดารัตน์ได้เน้นย้ำว่าขอให้พี่น้องประชาชน "กาเปลี่ยนชีวิตเลือกเบอร์ 3" กาเข้าไปเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ กาเอาคนคุณภาพ เข้าไปตรวจสอบรัฐบาล เข้าไปเป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องประชาชน" 

ต่อมานายสมพงษ์ ให้สัมภาษณ์โดยเปิดเผยว่า  หลังเริ่มรณรงค์หาเสียงมาประมาณ 2 สัปดาห์ กระแสตอบรับที่มีให้พรรคเพื่อไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามมั่นใจในศักยภาพ ของผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยว่าไม่เป็นรองผู้สมัครของพรรคอื่นๆ แต่ห่วงเรื่องการทำงานทางการเมืองที่เจ้าของพื้นที่เดิมได้ย้ายไปอยู่กับพรรคของผู้มีอำนาจ การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาจึงทำให้พรรคเพื่อไทยไม่สามารถเตรียมคนได้ทัน แต่การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้เพื่อไทยได้ หารือและคัดเลือกผู้สมัคร จนได้ บุคลากรที่มีคุณภาพ ทำให้เชื่อมั่นว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในการเลือกตั้งครั้งนี้ 

ด้าน คุณหญิงสุดารัตน์ ให้สัมภาษณ์ ระบุว่า กระแสตอบรับของพรรคเพื่อไทยดีขึ้น ดีขึ้นเพราะประชาชนรู้สึกถึงความลำบาก ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ พรรครัฐบาลได้สัญญาไว้ในตอนหาเสียง ทั้งราคาข้าวราคาอ้อย ไม่ได้เป็นไปตามความต้องการของประชาชน
 
"ราคาสินค้าเกษตรเหล่านี้ไม่สามารถทำได้ตามคำมั่นสัญญา เมื่อราคาสินค้าเกษตรตกต่ำการค้าขายจึงเงียบไปทั้งตลาด เศรษฐกิจแย่ทั้งจังหวัด ทั้งต้องเจอกับสถานการณ์ภัยแล้งเพิ่มเติมอีก น้ำกินน้ำใช้ ก็เริ่มประสบปัญหา ขาดการเหลียวแลขาดการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน รวมทั้งนโยบายที่เคยสัญญาว่าจะมาช่วยชาวบ้าน โดยเฉพาะบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรผู้สูงอายุ ก็ไม่มีประสิทธิภาพชาวบ้านจึงยากเห็นการเปลี่ยนแปลง เขารู้ว่าถ้าให้คนเดิมพรรคเดิม เศรษฐกิจก็จะแย่แบบนี้ความเป็นอยู่ของเขาก็จะถูกทอดทิ้งแบบนี้เขาจึงอยากเห็นคนของพรรคเพื่อไทยเข้าไปทำหน้าที่ อย่างน้อยเพื่อทวงสัญญา และสิ่งที่ประชาชนควรได้รับการดูแลแก้ไข" คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

คุณหญิงสุดารัตน์ระบุเพิ่มเติมว่า ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยมีประสบการณ์ทำงานท้องถิ่นมาถึง 17 ปีจึงมองเห็นปัญหาและคลุกคลีกับการแก้ไขปัญหาภัยแล้งมีหลายนโยบาย แก้ไขปัญหาในอดีตเมื่อครั้งรับตำแหน่งการเมืองท้องถิ่น ประชาชนจึงอยากได้คนที่รู้ปัญหามีประสบการณ์เข้าไปแก้ไขดังนั้นคะแนนเสียงของพรรคเพื่อไทยจึงดีขึ้นตามลำดับแม้จะไม่ใช้เจ้าของพื้นที่ แต่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเพราะประชาชนรู้สึกเบื่อหน่ายอย่างไรก็ตามสิ่งที่พรรคเพื่อไทยกังวลคือการใช้อำนาจรัฐ อำนาจเงิน  ซึ่งตรงกับคำบอกเล่าของประชาชนในพื้นที่ว่ามีการใช้อำนาจเงินอำนาจรัฐอย่างไม่เกรงกลัวจึงฝากถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้ลงมาตรวจสอบ

ขณะที่นายกัมพล ระบุว่ามีความมั่นใจเพิ่มขึ้นทุกวันเพราะรู้และเข้าใจปัญหา โดยยอมรับว่ามีความกังวล ว่าบางพรรคการเมืองจะใช้กลไกของภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือ แต่เมื่อประชาชน เข้าใจ ถึงสถานการณ์เหล่านี้กลับมาเห็นใจเรามากขึ้น เช่นการถูกทำลายป้ายหาเสียง

"ประชาชนเห็นยิ่งเห็นใจยิ่งสงสารเรา คิดว่าไม่กังวล จึงขอฝากพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้งช่วยเป็นหูเป็นตา รักผมรักพรรคเพื่อไทย ช่วยเป็นหูเป็นตา ในสิ่งที่บางพรรคได้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง บอกมาทางผู้นำของท่าน หรือมาบอกกับผมโดยตรง"นายกัมพลกล่าว

ทั้งนี้ระหว่างการหาเสียง ขบวนหาเสียงของพรรคเพื่อไทยและพรรคพลังประชารัฐ ได้เจอกันกลางตลาด นายวราเทพ รัตนากร แกนนำจังหวัดกำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเดินสายช่วยนายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ หาเสียง เข้ามาทักทายและพูดคุยกับนายสมพงษ์และคุณหญิงสุดารัตน์ จากนั้นทั้งสองพรรคจึงได้แยกย้ายหาเสียงต่อ 

"กิตติรัตน์"ชี้ มีโอกาสที่ไวรัสโควิด-19 จะกระทบจีดีพีถึง 1%  

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง  รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า  การระบาดของไวรัสโควิด-19  มีโอกาสที่จะกระทบกับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพีในปีนี้ (63) ถึงร้อยละ 1  คิดเป็นมูลค่า 1.7 แสนล้านบาท  หากรัฐบาลไม่สามารถบริหารจัดการและควบคุมการแพร่ระบาดได้ดีพอ   และหากผลกระทบรุนแรงยืดเยื้อ  รัฐบาลควรใช้มาตรการการเงินและการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจในภาวะที่ประเทศไทยเจอปัญหารอบด้าน  ทั้งการส่งออกที่หดตัวลงจากเงินบาทที่แข็งค่า  และสงครามการค้า  

โดยมาตรการการคลัง  กระทรวงการคลังควรเพิ่มตัวเลขการขาดดุลการคลังโดยวิธีการลดรายรับของรัฐบาลลงเล็กน้อย เช่น ลดภาษี  หรือลดการจัดเก็บภาษีเข้ากองทุนน้ำมัน  ซึ่งจะส่งผลดีกับเศรษฐกิจเร็วกว่าการขาดดุลด้วยวิธีการเพิ่มรายจ่าย  เนื่องจากปัจจุบันจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 อยู่ที่ 3.2 ล้านล้านบาท  และมีหนี้สาธารณะระดับที่ไม่สูงมากนัก   ส่วนมาตรการทางการเงิน ควรดำเนินนโยบายดอกเบี้ยในอัตราต่ำลงต่อไปสักระยะ  และดูแลอัตราแลกเปลี่ยน หรือค่าเงินบาทให้อ่อนค่าลง  โดยควรอยู่ที่ประมาณ 31-32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ  ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันให้กับผู้ส่งออกได้  ทั้งนี้เห็นว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยควรหารือกันอย่างใกล้ชิด  

"คนที่รับผิดชอบนโยบายการเงินการคลัง คุยกันเสีย  อย่าอ้างความเป็นอิสระ อย่าอ้างความไม่เกี่ยวข้องของสองนโยบายนี้  คนที่ดูแลนโยบายการเงินต้องฟังรัฐบาล  หากคนหนึ่งเหยียบคันเร่ง คนหนึ่งเหยียบเบรก รถมันก็ไม่เคลื่อนไปข้างหน้า"  นายกิตติรัตน์ กล่าว

 

หน้าแรก » การเมือง