วันจันทร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2564 07:32 น.

การเมือง

กทม.เอาบ้าง! เร่งจัดหาวัคซีนโควิดฉีดให้คนกรุง

วันพฤหัสบดี ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2564, 19.17 น.

วันที่ 14 ม.ค.2563  ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าฯกทม. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กรุงเทพมหานคร (ศบค.กทม.) เป็นประธานการประชุม ศบค.กทม. ครั้งที่ 10/2564 โดยมีคณะผู้บริหาร กทม. ผู้แทนสำนัก ผู้แทน บช.น. ผู้แทน กอ.รมน.กทม. ผู้แทนกลุ่มเขต และผู้แทนส่วนราชการในสังกัดกรุงเทพมหานครที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม
          
จากนั้น ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษก กทม.เปิดเผยภายหลังการประชุมฯ ว่า วันนี้ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีผู้ป่วยรายใหม่ 14 ราย โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้จำนวนผู้ป่วยลดลงมาจากประกาศ 10 มาตรการเร่งด่วน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2563 ในมาตรการควบคุม 4 สถานที่เสี่ยง เพื่อป้องกัน Super Spreader ตั้งแต่ 21 ธ.ค.2563 - 15 ม.ค.2564มาตรการปิดสถานบริการ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค.2563 - 4 ม.ค.2564ตามประกาศ กทม. เรื่อง การสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ฉบับที่ 14 เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2563 ฉบับที่ 15 เมื่อวันที่ 3 ม.ค.2564 ฉบับที่ 16 เมื่อวันที่ 5 ม.ค.2564
          
"ก่อนหน้านี้จะเห็นว่าตัวเลขผู้ป่วยจะสูง เนื่องจากมีการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงหรือสถานบริการ ขณะนี้ กทม.สามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตามปัจจัยสำคัญอื่นๆ ก็มีส่วนสำคัญในการพิจารณาถึงมาตรการป้องกันและควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาด เช่น การแพร่ระบาดในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง ซึ่งผู้ป่วยในกรุงเทพฯ หลายรายไม่ได้ติดโรคจากพื้นที่กรุงเทพฯ แต่ติดโรคมาจากการเดินทางไปจังหวัดที่มีการแพร่ระบาดหรือสถานบริการ"ร.ต.อ.พงศกร ระบุ
          
ร.ต.อ.พงศกร กล่าวว่า ส่วนการตรวจเชิงรุกนั้น กทม.ได้ตรวจหาเชื้อ 10,090 ตัวอย่าง โดยวิธีการ SWAB 1,090 ราย และการตรวจน้ำลาย 8,981 ราย โดยจะเร่งดำเนินการตรวจเชิงรุกอย่างต่อเนื่องให้ได้มากที่สุด ขณะเดียวกันกองทุนประกันสังคม ได้อนุมัติให้กทม.และจังหวัดที่มีความเสี่ยง ได้รับโควตาการตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงในโรงงาน ในตลาด และอาชีพเสี่ยงต่างๆ ส่วนเรื่องวัคซีนที่จะนำมาฉีดให้กับประชาชนนั้น นายกรัฐมนตรีได้ย้ำอย่างชัดเจนว่าคนไทยทุกคนจะต้องได้รับการฉีดวัคซีน ซึ่งการควบคุมโรคเป็นเรื่องสำคัญที่สุด โดยผู้ที่จะได้รับวัคซีนก่อนจะเป็นบุคลาการทางการแพทย์ ซึ่งเป็นไปตามแนวทางการควบคุมโรค เพราะเป็นบุคคลที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย
          
ร.ต.อ.พงศกร กล่าวด้วยว่า สำหรับผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนนั้น ทางการแพทย์อยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกันว่าจะเลือกใช้วัคซีนชนิดใด หรือสามารถใช้วัคซีนแต่ละชนิดร่วมกันได้ ซึ่งปัญหาสำคัญไม่ใช่เกิดจากงบประมาณ หากรัฐบาลไม่ได้จัดสรรงบประมาณให้กทม.ก็เห็นถึงความจำเป็นและพร้อมที่จะใช้งบประมาณที่มีอยู่ เพราะคำนึงถึงชีวิตของคนสำคัญเสมอ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแต่ละประเทศมีความต้องการวัคซีนเหมือนกัน เมื่อความต้องการมีมาก แต่การผลิตมีน้อย จึงต้องใช้ระยะเวลาในการสั่งซื้อ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงสำนักอนามัย สำนักการแพทย์ กทม.ได้พูดคุยเจรจาเพื่อหาทางในการนำเข้ามาก่อน โดยพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้วัคซีนมาโดยเร็วที่สุด แต่จะต้องเป็นวัคซีนที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุด เพื่อประชาชนชาวกรุงเทพฯ และคนไทยทุกคน

อินโดฯ เริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้บุคลากรการแพทย์แล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ในวันนี้ (14 ม.ค.) ว่า กระทรวงสาธารณสุขของอินโดนีเซีย รายงานสถิติเกี่ยวกับโรคโควิด-19 รอบ 24 ชั่วโมง ว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 11,557 คน รวมมีผู้ติดเชื้อสะสมแล้วอย่างน้อย 869,600 คน รักษาหายเพิ่มขึ้น 7,741 คน รวมรักษาหายแล้ว 711,205 คน และเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 295 คน รวมผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 25,246 คนทั้งนี้ บุคลากรการแพทย์เริ่มเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่อินโดนีเซียนำเข้าจาก บริษัท ซิโนแวค ไบโอเทค ของจีน โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข 25 คนแรก ซึ่งเข้าการฉีดป้องกัน เป็นบุคลากรของโรงพยาบาลซิปโต มันกุนกุสุโม ในกรุงจาการ์ตา ด้านผู้อำนวยการโรงพยาบาลแห่งนี้ ซึ่งมีบุคลากรการแพทย์และเจ้าหน้าที่ด่านหน้ารวมประมาณ 6,000 คน กล่าวว่า จะเพิ่มโควตาการแจกจ่ายวัคซีนให้แก่เจ้าหน้าที่เป็นวันละ 275 คน

นายกฯอินเดียเป็นประธานเปิดโครงการฉีดวัคซีนโควิดใหญ่สุดของโลกเสาร์นี้

กระทรวงสาธารณสุขอินเดียแถลงในวันนี้ว่า นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย จะเป็นประธานในการเปิดโครงการฉีดวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ให้แก่ชาวอินเดียในวันเสาร์นี้ โครงการดังกล่าวถือเป็นการฉีดวัคซีนครั้งใหญ่ที่สุดของโลก โดยรัฐบาลตั้งเป้าฉีดวัคซีนฟรีให้แก่ประชาชนจำนวน 300 ล้านคนจากประชากรทั้งหมด 1,350 ล้านคนในช่วง 6-8 เดือนข้างหน้า
          
ทั้งนี้ ชาวอินเดียทั่วประเทศจำนวน 300,000 คนจะได้รับการฉีดวัคซีนในวันเสาร์นี้ โดยจะมีการตั้งศูนย์ฉีดวัคซีนจำนวน 100 แห่ง ก่อนที่จะเพิ่มเป็น 5,000 แห่ง หรือมากกว่านั้นในภายหลัง
          
รัฐบาลตั้งเป้าให้การฉีดวัคซีนต่อกลุ่มบุคลากรและเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์เป็นกลุ่มแรกจำนวน 30 ล้านคน ตามมาด้วยกลุ่มผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี และกลุ่มที่มีอายุต่ำกว่า 50 ปี ซึ่งมีโรคประจำตัว โดยมีจำนวนราว 270 ล้านคน
          
ขณะนี้ อินเดียได้อนุมัติให้ใช้วัคซีนต้านโควิด-19 เป็นกรณีฉุกเฉินสำหรับวัคซีน Covishield ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า/มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด และวัคซีน Covaxin ของบริษัทภารัต ไบโอเทค/สภาวิจัยทางการแพทย์แห่งอินเดีย (ICMR) อินเดียมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 10.5 ล้านราย โดยสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก และเสียชีวิตมากกว่า 151,000 ราย ซึ่งเป็นอันดับ 3 ของโลก

รัฐบาลจีนเตรียมมอบวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้กับเมียนมา
 
กระทรวงการต่างประเทศของจีน ออกแถลงการณ์ที่ระบุว่า รัฐบาลจีนจะมอบวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้กับเมียนมาโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และพร้อมหารือกับรัฐบาลเมียนมา เกี่ยวกับความร่วมมือด้านวัคซีนต่อไป
          
ทั้งนี้ แถลงการณ์ดังกล่าว มีขึ้นหลังการเดินทางเยือนเมียนมาอย่างเป็นทางการของนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐ และรัฐมนตรีต่างประเทศของจีน ระหว่างวันที่ 11-12 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งในโอกาสนี้ นายหวง อี้ ยังพบหารือกับ พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา โดยขอให้กองทัพเมียนมาให้การสนับสนุนด้านความปลอดภัยกับโครงการระเบียงเศรษฐกิจจีน-เมียนมา ซึ่งบางส่วนอยู่ในพื้นที่สู้รับระหว่างกองทัพเมียนมากับกองกำลังชนกลุ่มน้อย ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ

หน้าแรก » การเมือง