วันเสาร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 00:25 น.

การเมือง

ติดเชื้อโควิดพุ่ง! "บิ๊กตู่"งดจ้อหลัง ครม. มอบโฆษกรัฐแจงแทน

วันอังคาร ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 15.52 น.

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม งดแถลงข่าวและตอบประเด็นคำถามที่สื่อมวลชนส่งผ่านทีมงาน โดยเจ้าหน้าที่สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ประสานแจ้งผ่านไลน์กลุ่มสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลว่า นายกรัฐมนตรีไม่มีแถลงหลังประชุม ครม. ให้ติดตามมติ ครม.ได้จากคณะโฆษกฯ ซึ่งจะมีถ่ายทอดสดทางยูทูบและเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้า ส่วนประเด็นคำถามยังคงมอบหมายให้ นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ตอบแทน
          
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคำถามที่ส่งถึง พล.อ.ประยุทธ์ วันเดียวกันนี้ ส่วนใหญ่เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนอย่างไรหลังตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงขึ้น จะไม่กระทบกับระบบสาธารณสุข และต้องทบทวนภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ วันที่ 1 ก.ค.หรือไม่ หลังมีผู้ติดเชื้อกระจายอยู่ใน 12 จังหวัดภาคใต้ และการชุมนุมใหญ่วันที่ 24 มิ.ย. มีความห่วงใยอย่างไร เนื่องจากในสถานการณ์รายวันยังมีผู้ติดเชื้อสูงอยู่ รวมทั้งความเคลื่อนไหวของกลุ่มไทยไม่ทน

อย่างไรก็ตามต่อมาเมื่อเวลา 14.20 น.นายกฯได้เรียกนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณ์ พร้อมผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข อาทิ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เข้าพบที่ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อสอบถามความคืบหน้าการกระจายวัคซีนโควิด-19 และการเตรียมความพร้อมเปิดโครงการภูเก็ตแซนบ็อกซ์ ในขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังมีจำนวนสูงขึ้น

นายอนุทิน เปิดเผยก่อนการเข้าพบนายกรัฐมนตรี ว่า จะนำข้อมูลข้อเสนอต่าง ๆของกระทรวงสาธารณสุขนำรายงานต่อนายกฯ เนื่องจากหากเดินหน้าตามแผนจะต้องมีแผนรองรับที่ดีให้กับนโยบายของนายกฯ อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป้าหมายนี้ไม่เกี่ยวกับกรณีการเกิดคลัสเตอร์ใหม่ ที่จ.ยะลา แล้วต้องชะลอเป้าหมายนี้ออกไป
          
ส่วนข้อเรียกร้องจากหลายฝ่ายให้ชะลอการเปิดประเทศไปก่อนนั้นเห็นว่า ต้องมาหารือกัน เพราะผู้ที่เสนอก็จะต้องนำเรื่องผ่านเข้ามาสู่ ศบค.พิจารณาอยู่แล้ว จึงจำเป็นต้องรับฟังเหตุและผลทั้งหมด ส่วนตัวมองว่า เมื่อนายกฯกำหนดเปิดประเทศ ภายใน 120 วันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ก็ต้องเดินหน้าเปิดให้ได้ เพราะตามหลักแล้วจะต้องมีการประเมินความเสี่ยง ความคุ้มค่า อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการทำงานนั้น คงจะไม่ให้นายกรัฐมนตรีอยู่เฉยๆ รอให้โควิด สูญสิ้น แล้วค่อยทำ แต่ทุกอย่างต้องกำหนดเป็นเป้าหมายไว้ ซึ่งการปิดกิจการมาแล้ว 2-3 เดือนก็ทำให้ทุกคนมีความทุกข์ไม่น้อย สำหรับเป้าหมายการกระจายวัคซีนย้ำว่าจะต้องทั่วถึง ตามแนวทางของรัฐบาลที่กำหนด วัคซีนสำหรับทุกคน (วัคซีน for all )
          
ส่วนที่เกิดดรามาที่ จ.สมุทรสาครนั้น นายอนุทินชี้แจงว่าทุกอย่างเป็นไปตามสูตรการกระจาย ตามข้อตกลงร่วมกันของ ศบค. หน่วยงานต่างๆ และกรมควบคุมโรค ยืนยันทุกอย่างเป็นไปตามระบบ ขณะที่ไทยมีประสิทธิภาพการฉีดวัคซีนได้วันละ 3 แสนโดส และย้ำว่ามีการจัดส่งวัคซีนในทุกสัปดาห์ และขณะนี้เมื่อมีสายพันธุ์อินเดีย เข้ามาระบาด นักวิชาการที่ดูแลนโยบายเกี่ยวกับวัคซีน ก็พยายามศึกษาว่าต้องมีการบูทเตอร์ ฉีดวัคซีนผสมข้ามยี่ห้อหรือไม่ ดังนั้น จึงต้องมีความพร้อมในการจัดหาวัคซีน ให้เพียงพอ และทันเวลาสำหรับประชาชน โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องของวิชาการกระทรวงทำหน้าที่สนับสนุน การจะตัดสินใจอย่างไรมีคณะกรรมการทางด้านการแพทย์ ทำงานเรื่องนี้อยู่ รัฐมนตรีทำตามคำแนะนำแพทย์
          
นายอนุทิน ชี้แจงกรณีที่มีการวิจารณ์ถึงการจัดซื้อวัคซีนชิโนแวคแพงกว่าแอสตร้าเซเนกา ว่า ชิโนแวค สามารถจัดส่งให้ไทยได้ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา และยังคงส่งให้ไทยอย่างต่อเนื่อง ไทยเองก็ถือเป็นลูกค้าชั้นดีของชิโนแวค ยืนยันว่าเป็นการเจรจาจัดซื้อโดยตรง ไม่ผ่าน บุคคลอื่น ซึ่งเป็นวัคซีนที่สามารถกันไลน์ผลิตไว้ให้กับไทยได้ โดยที่ผ่านมามีการเจรจาต่อรองราคามาโดยตลอด ทำให้ราคาปรับลดลงเหลือ 15 เหรียญต่อโดสซึ่งเดิมมีราคาแพงกว่า ในขณะที่ยี่ห้ออื่นๆ เช่นไฟเซอร์ ที่ทำสัญญาไว้ ยังมีการเลื่อนส่งตามลำดับ ซึ่งต้องดูสถานการณ์ด้วยว่า ไทยสามารถรอวัคซีนได้หรือไม่
          
นอกจากนี้สาเหตุสำคัญที่สุดคือรัฐบาลต้องจัดหาวัคซีนมาให้ประชาชนและมีความจำเป็น ในขณะที่วัคซีนแอสตราเซเนกานั้น ใช้นโยบายการผลิตเชิงช่วยเหลือสังคม ไม่ได้คำนึงถึงขาดทุน กำไร และมีฐานผลิตในประเทศไทย ค่าใช้จ่ายต่าง ๆจึงถูกลง และยืนยันว่าการจัดซื้อวัคซีนของไทยเป็นการซื้อตามราคาตลาดที่ผู้ผลิตเป็นผู้กำหนด ไม่มีการซื้อแพงกว่าประเทศอื่น ๆแน่นอน และระเบียบต่างๆอยู่ภายใต้กฎหมาย รัฐบาล สถานฑูตของไทยและประเทศผู้ผลิตต้องรับรู้ ยืนยันไม่มีการเอาเปรียบในเชิงพาณิชย์
          
จากนั้น นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังการเข้านากยรัฐมนตรีว่า นายกฯสั่งการให้ดูแลเรื่องเตียงรักษาให้เพียงพอ เพราะขณะนี้มีคนไข้รอเตียงในระดับสีแดง และสีเหลืองอยู่มาพอสมควร พร้อมเน้นย้ำให้จัดหาวัคซีนให้เพียงพอ และทันต่อสถานการณ์ และเป็นไปตามเป้าหมายที่นายกฯกำหนดไว้
          
นอกจากนี้ ทางกระทรวงได้รายงานว่า มีความเป็นไปได้ตามเป้าหมายในการฉีดวัคซีนที่ จ.ภูเก็ต ร้อยละ 70เพื่อเตรียมพร้อมเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ในส่วนของสาธารณสุขก็จะทำงานอย่างเต็มที่ โดยมีมาตรการตามยุทธศาสตร์ที่จะเปิดประเทศ ใน 120 วัน โดยกระทรวงฯได้จัดทำมาตรการเพื่อประเมินความพร้อมของแต่ละจังหวัด หากจังหวัดไหนยังไม่พร้อมก็จะต้องยกระดับมาตรการขึ้นมา เช่นเรื่องการควบคุมโรค การรักษา หรือการฉีดวัคซีน ซึ่งแต่ละจังหวัดต้องกำหนดเป้าหมายในการฉีดวัควีนให้ประชาชน
          
นอกจากนี้การควบคุมและติดตามโรคก็เป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงการรักษาผู้ที่ติดเชื้อจากคลัสเตอร์ต่างๆให้มีประสิทธิภาพ ก็จะนำไปสู่การเปิดประเทศได้ โดยจะมีการระบุเป็นจังหวัด
          
ทั้งนี้คาดว่าแต่ละจังหวัดจะทำเสร็จไม่พร้อมกัน แต่ในส่วนของจังหวัดที่พร้อม ก็พร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวได้ก่อน ตามแนวทาง ซีล รูท หรือการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดเกี่ยวกับการควบคุมโรค โดยที่เล็งๆไว้มีที่ จ.กระบี่ จ.พังงา และ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี หรือ จังหวัดอื่นๆที่มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และพื้นที่เศรษฐกิจ ก็จะเร่งรัดให้แต่ละจังหวัดเป้าหมายมีความพร้อมให้เร็วที่สุด ขณะเดียวกัน คลัสเตอร์ใหญ่ที่ระบาดที่ จ.ยะลา ก็มีการควบคุมติดตามโดยขณะนี้รู้ตัวบุคคลที่กระจายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ แล้ว โดยได้เข้าสู่กระบวนการกักตัว
          
พร้อมย้ำว่ากระทรวงสาธารณสุข สนับสนุนนโยบายการเปิดประเทศ และทำตามนโยบายรัฐบาลอย่างเต็มที่ โดยไม่ถูกกดดันใดๆ เพราะข้าราชการต้องทำงานตามนโยบาย ส่วนตัวทำได้ทุกอย่าง และพยายามชี้แนวทางปฎิบัติให้ชัดเจน โดยเฉพาะนโยบายเปิดประเทศภายใน 120 วันมีเวลาให้ทำงานพอสมควร