วันอาทิตย์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2564 05:44 น.

การเมือง

ทนายประยุทธ์ไม่ติดใจ! แร็ปเปอร์ "มิลลิ"แต่งเพลงเสียดสี "บิ๊กตู่"

วันพฤหัสบดี ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 14.18 น.

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2564  เวลา 09.30 น.ที่ สน.นางเลิ้ง น.ส.ดนุภา คณาธีรกุล หรือมิลลินักร้อง-แร็ปเปอร์สาว พร้อมทนายความ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกกกรณีเกี่ยวกับการโพสต์ที่ไม่เป็นความจริง หลังจากก่อนหน้านี้นายอภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และทนายความของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ให้ดำเนินคดีกับแรปเปอร์หญิงชื่อดัง แต่งเพลงเสียดสีนายกรัฐมนตรี ในข้อหา "ดูหมิ่นโดยการโฆษณา"  โดยมีนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน และมวลชนจากกลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้า เดินทางมาให้กำลังใจนักร้องสาวอีกด้วย          

ทั้งนี้ น.ส.ดนุภา ให้การรับสารภาพ ส่วนทนายความของนายกฯแจ้งว่าไม่ติดใจเอาความ เจ้าหน้าที่จึงเปรียบเทียบปรับ 2,000 บาท ส่วนคดีอาญาเป็นอันเลิกกัน ก่อนที่แรปเปอร์ชื่อดัง จะเดินทางกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆกับสื่อมวลชน

"มิลลิ"โพสต์ขอบคุณกำลังใจลั่นพร้อมบวก ยันทำจะทำในสิ่งที่ทำมาตลอด

ต่อมา "มิลลิ" ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก MILLI ระบุข้อความว่า "ขอบคุณทุกๆกำลังใจทั้งที่มาวันนี้และจากทุกๆช่องทางเลยนะคับ รับทราบถึงพลังบวก แบบสับ วันนี้เลยใจพร้อมบวกแบบที่หนึ่งมากกก วันนี้เสียดายที่ไม่มีโอกาสได้คุยกัน ยังไงก็ตามหลังจากนี้ หนูก็ยืนยันที่จะทำต่อไปในสิ่งที่หนูได้ทำมาตลอด ขอให้พวกเราสู้ไปโต้ยกันนะคะ เราจะไม่ยอมแพ้ เย้! เบิ้บบู ?????"

ด้านนายอภิวัฒน์ เปิดเผย ว่า ได้ไปแจ้งความน.ส.ดนุภาหรือมิลลิ ไว้เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา กรณีดูหมิ่นด้วยการโฆษณาโดยเป็นการโพสต์ทวิตเตอร์และในโซเชียลมีเดีย โดยใช้ถ้อยคำที่เป็นการดูหมิ่น ด้วยถ้อยคำหยาบคาย ต่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม
          
ซึ่งทางคณะกรรมการได้ตรวจสอบแล้วว่าในข้อความดังกล่าวเป็นการกระทำที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียจึงได้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งในวันนี้น.ส.ดนุภา ได้ให้การรับสารภาพว่าได้กระทำความผิดจริงได้โพสต์ข้อความพร้อมสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีกโดยยอมให้ทำการเปรียบเทียบปรับเป็นจำนวนเงิน 2,000 บาทและลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว จึงไม่ได้ติดใจเอาความ ส่วนการจะกระทำความผิดซ้ำอีกหรือไม่ก็ต้องดูต่อไปเนื่องจากได้ลงบันทึกประจำวันไว้ว่าจะไม่กระทำผิดกฎหมายอีก
          
นายอภิวัฒน์ ยืนยันว่าคดีนี้ไม่เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรีแต่เป็นหน้าที่หนึ่งของคณะกรรมการคตส.ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ที่จะดำเนินการอยู่แล้วไม่เกี่ยวกับนายกรัฐมนตรี
          
ทั้งนี้นายอภิวัฒน์ อธิบายถึงความแตกต่างเรื่องการ Call Out ที่เป็นกระแสที่ทั้งดารานักแสดงหรือประชาชนทั่วไปออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลกับคดีดูหมิ่นผู้อื่นด้วยการโฆษณา ว่า การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลถือว่าทำได้แต่ขอให้อยู่ในกฎหมายไม่ทำให้คนอื่นเสียหายไปด้อยค่า ว่ากล่าว ด่าทอคนอื่น หรือใช้คำพูดคำเชิญชวนให้ไปทำร้ายคนอื่นถือว่าผิดกฎหมายซึ่งไม่สามารถทำได้การจะเสนอแนะการทำงานของรัฐบาลสามารถทำได้ด้วยความสุจริตแต่การใช้คำพูดข้อความที่เป็นการยุยงปลุกปั่นหรือให้ร้ายผู้อื่นมันมีกฎหมายกำหนดไว้อยู่แล้วว่าเป็นความผิดและคนที่ทำผิดกฎหมายก็ต้องรับผิดชอบตรงนี้ไป
          
ทั้งนี้ฝากเตือนไปยังศิลปินดารา ที่มีทั้งชอบและไม่ชอบรัฐบาลก็ตาม การจะให้ความเห็นเสนอแนะที่เป็นสุจริตสามารถทำได้แต่การด้อยค่าว่ากล่าวให้ร้ายคนอื่นมีกฎหมายบัญญัติไว้อยู่แล้วว่าเป็นการดูหมิ่นประมาทอันนี้ถือว่าผิดกฎหมายทำไม่ได้ต้องขอให้แยกแยะด้วย

"เสธ.โหน่ง"ฟันธง!ดำเนินคดี"มิลลิ"ยิ่งทำดาราcall outวิจารณ์รัฐบาลมากขึ้น

พล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีตแกนนำพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ความเห็นผม จะยิ่งมีดาราออกมาวิจารณ์รัฐบาลมากขึ้นครับ
ตามแนวทางของ ยีน ชาร์ป ไม่จำเป็นต้องเลือกข้าง ขอเพียงไม่สนับสนุนเผด็จการก็ใช้ได้แล้ว วิธีการที่คลาสสิคคือ เฉยเมย(พรหมทัณฑ์) เฉื่อยงาน ทำไปแบบแกน ๆ ไม่มีความเห็น แค่ไม่กระดี้ กระด้า เข้าไปขอถ่ายรูปด้วย ออกปากชม หรือเขียนโพสต์สนับสนุน ก็ถือว่าใช้ได้
          
สมัยก่อนพวกเสื้อแดงน้อยใจว่าทหาร ตำรวจ ทำไมไม่ช่วยประชาชน  คำตอบคือ เขาทำอยู่แบบนี้ไงครับ ที่เหลือคือเมื่อไหร่ฝ่ายประชาธิปไตยทำท่าจะชนะ นั่นจะออกมากันคับคั่ง ที่จะเปิดหน้าออกมาต่อต้านตรง ๆ แบบผมหรือแบบพี่แดง (ขัตติยะฯ) นี่กรณีพิเศษ แต่ถ้าไปด่าว่า บังคับข้าราชการเขาว่าถ้าไม่ออกมาตอนนี้ไม่ใช่พวก แบบนี้ก็เป็นเผด็จการอีกรูปแบบหนึ่งเหมือนเรดการ์ดสมัยปฏิวัติวัฒนธรรมนั่นละ โปรดเข้าใจด้วยนะครับ

"พิธา"ชี้ข่มขู่-ปิดปากเป็นเทคนิคการเมืองเก่ายันใช้ไม่ได้กับคนยุคนี้

นายทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม ระบุว่า “ไม่ว่าคนธรรมดาหรือดารา ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันในการแสดงออก นี้คือเทคนิคการเมืองเก่า โดยหวังที่จะ ข่มขู่ ปิดปาก เบี่ยงประเด็นออกจากปัญหาที่แท้จริง ซึ่งใช้ไม่ได้กับคนยุคนี้อีกแล้ว พรรคก้าวไกลพร้อมช่วยเหลือทุกคนที่ถูกฟ้องจากการใช้สิทธิในฐานะประชาชน สำหรับคุณ Milli @officialyupp We got your back! Keep calm and rap on! #Saveมิลลิ”