วันศุกร์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2564 10:47 น.

การเมือง

พช.ทั่วประเทศพร้อมใจจิตอาสาพัฒนาชุมชนถวายวันมหามงคล

วันจันทร์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 14.00 น.

พช.ทั่วประเทศพร้อมใจจัดกิจกรรม“จิตอาสาพัฒนาชุมชนเอามื้อสามัคคี” เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2564

วันที่ 26 ก.ค.64 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่าเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2564 กรมการพัฒนาชุมชนได้จัดกิจกรรม “จิตอาสาพัฒนาชุมชนเอามื้อสามัคคี” พร้อมกันทั่วประเทศตลอดทั้งเดือนกรกฎาคม 2564 เพื่อน้อมใจถวายความจงรักภักดี น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ ทรงมีน้ำพระราชหฤทัย บำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อความผาสุกของพสกนิกรชาวไทย ทรงดำเนินการตามพระราโชบาย “สืบสาน รักษา และต่อยอด” แนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาสู่พระราชกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระราชวิริยะอุตสาหะ โดยมิทรงย่อท้อ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุข แก่อาณาประชาราษฎร์ และบ้านเมือง โดยเฉพาะด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพสกนิกรชาวไทย ทั้งนี้พระองค์ได้ทรงพระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจ และความหวัง” เพื่อเป็นกำลังใจให้พสกนิกรชาวไทย ได้มีพลังใจในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อให้ครอบครัวมีความสุขอย่างยั่งยืน และนำไปสู่ประเทศชาติที่มั่นคง

โดยกรมการพัฒนาชุมชนได้ดำเนินการโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” และโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งได้ให้ความสำคัญในการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักในการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยการพัฒนาคนให้พึ่งตนเองได้ มีความเป็นเจ้าของและบริหารโดยชุมชน พัฒนาหมู่บ้านหรือชุมชนให้มีวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงและเป็นสังคม “อยู่เย็น เป็นสุข” กรมการพัฒนาชุมชน และภาคีเครือข่ายภาคส่วนต่างๆ น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงลงสู่การปฏิบัติอย่างเป็นขั้นตอน โดยใช้หมู่บ้านเป็นฐานของการพัฒนา มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันให้ทุกครัวเรือน และพัฒนาคนให้มีความรู้และปรับตัวให้สามารถดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข มีอาชีพ การพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ขับเคลื่อนเพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ เป็นต้นแบบ เป็นครูพาทำ สร้างรายได้ สร้างเครือข่าย สร้างมาตรฐานผลผลิต การแปรรูป และการตลาด สามารถพิสูจน์ว่าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงทำให้เราอยู่ได้อย่างยั่งยืน ท่ามกลางวิกฤตโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

สำหรับกิจกรรม “จิตอาสาพัฒนาชุมชนเอามื้อสามัคคี” ได้กำหนดดำเนินการพร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมและยังดำเนินการต่อเนื่องตลอดเดือนในแปลงพื้นที่ต้นแบบตามโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” โครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง และพื้นที่ต้นแบบฯ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน 11 แห่ง รวมทั้งจุดขยายผลต้นแบบฯ จำนวน 21 แห่ง 4 ภูมิภาค อาทิเช่น

ศูนย์พัฒนาอาชีพซำผักแพรว จังหวัดสระบุรี ศูนย์สารภีท่าช้าง จังหวัดอุบลราชธานี

ศูนย์ฝึกอาชีพบ้านฝั่งแดง จังหวัดสกลนคร ศูนย์สารภีขัวมุง จังหวัดเชียงใหม่

ชุมชนต้นน้ำน่าน จังหวัดน่านชุมชนบ้านพะกอยวา อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก ศูนย์พัฒนาอาชีพหนองบัว จังหวัดกาญจนบุรี ศูนย์สารภีระงู จังหวัดสตูล และ ที่วิทยาลัยการพัฒนาชุมชน อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

รวมทั้งในพื้นที่ที่แต่ละจังหวัดและอำเภอเห็นสมควร

โดยกิจกรรม“จิตอาสาพัฒนาชุมชนเอามื้อสามัคคี” ในทั้งส่วนกลางกรมการพัฒนาชุมชน และจังหวัดในส่วนภูมิภาค ได้ดำเนินการแล้วกว่า 147 ครั้ง/แห่ง ทั่วประเทศ ซึ่งในการดำเนินกิจกรรม“จิตอาสาพัฒนาชุมชนเอามื้อสามัคคี” ในทุกแห่งได้กำชับให้ทุกจังหวัดพิจารณาความเหมาะสมในการจัดกิจกรรม ให้เป็นไปตามข้อกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) และตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อของแต่ละจังหวัดกำหนดอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย สภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ และวัดระฆังฯ ได้ตั้ง “โรงครัวปันน้ำใจ ต้านภัยโควิด-19” เพื่อน้อมใจถวายความจงรักภักดี ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ และแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ ณ อาคารจอดรถ ชั้น 6 วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2564 เพื่อประกอบอาหารปรุงสุก วันละ 1,000 กล่อง มอบแก่บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด–19) ในเขตกรุงเทพมหานคร

อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า จะเห็นได้ว่ากิจกรรม“จิตอาสาพัฒนาชุมชนเอามื้อสามัคคี” แต่ละจังหวัด ภาคีเครือข่าย พี่น้องประชาชน และจิตอาสา มีการร่วมแรง ร่วมใจกันเอามื้อสามัคคี ถือเป็นการเรียนรู้จากการฝึกปฏิบัติจริง สร้างองค์ความรู้กสิกรรมธรรมชาติ วางแผนทำกิจกรรม แบ่งหน้าที่ แบ่งคน แบ่งงาน ภายใต้แนวคิด “คึกคัก คล่องแคล่ว ครื้นเครง” และลงมือปฏิบัติจริง ด้วยกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การห่มดิน การจัดการน้ำ การปั้นคันนา การทำแซนวิซปลา การบำรุงดิน การปลูกดอกไม้ล่อแมลง การปลูกหญ้าแฝก การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์  4 อย่าง ปลูกไม้ 5 ระดับ (สูง กลาง เตี้ย เรี่ยดิน กินหัว) จบกิจกรรมด้วยการท่องคาถา “เลี้ยงดิน ให้ดิน เลี้ยงพืช” และการเก็บอุปกรณ์ เมื่อเสร็จจากกิจกรรมลงมือปฏิบัติ ก็รับประทานอาหารร่วมกันโดยแต่ละคนหิ้วปิ่นโตอาหารมาจากบ้าน  ซึ่งเป็นผลผลิตจากการทำเกษตรมาแบ่งปันกัน และในระหว่างการรับประทานอาหารก็จะมีการแบ่งปันความรู้สึกดี ๆ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ได้ทำจริง อีกทั้งเป็นการปลูกฝังหลักความรู้คู่คุณธรรม ตามวิถีแห่งหลักปรัซญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีการร่วมแรงร่วมใจ แบ่งปัน เอื้อเฟื้อ เสียสละ มีความเพียร ซึ่งนับว่าเป็นการสร้างสรรค์บรรยากาศที่ดีในการทำงานแบบพี่แบบน้อง สร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นในชุมชน อีกทั้งยังเป็นการทำงานที่ได้หลัก 3 อย่าง คือ “ทำงานได้งาน ทำงานได้เพื่อน ทำงานได้พัฒนาตนเอง”

“ขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนพี่น้องประชาชนและภาคีเครือข่าย ที่ร่วมกันเอามื้อสามัคคี และขอให้ทำอย่างต่อเนื่องหลายๆครั้ง เพราะเป้าหมายของการทำคือให้เกิดความรักความสามัคคี เกิดสังคมแห่งความเอื้ออาทร และที่สำคัญคือความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้” อธิบดี พช. กล่าว

ติดตามลิงค์ข่าวข้อมูลประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาชุมชน เฉลิมพระเกียรติฯ ผ่าน Gnews ที่

https://docs.google.com/spreadsheets/u/0/d/1GGjln_zO6WAD53NExemhv1awkbbU0M7fhod55DTKWlM/htmlview

 

หน้าแรก » การเมือง