การเมือง
Low Carbon Tourism วิถีการท่องเที่ยวแบบรักษ์โลก เทรนด์แห่งการเรียนรู้นอกห้องเรียนในยุคโควิค
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
Low Carbon Tourism วิถีการท่องเที่ยวแบบรักษ์โลก เทรนด์แห่งการเรียนรู้นอกห้องเรียนในยุคโควิค : บทความอาจารย์พรทิพย์ บุญเที่ยงธรรม อาจารย์คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าโควิด-19 เป็นปัญหาใหญ่ต่อระบบกลไกการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของประเทศ ที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นและการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวให้ลดน้อยลง แต่หากมองในมุมของสิ่งแวดล้อมแล้วนั้น ถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่ธรรมชาติได้กอบโกยความสุข และได้ฟื้นตัวเองอีกครั้งหลังจากถูกการท่องเที่ยวรบกวนมาเป็นระยะเวลายาวนาน แต่กระนั้นการท่องเที่ยวก็ยังเดินหน้าต่อไปอย่างเป็นพลวัต ทำให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถหยุดนิ่งอยู่แต่ในบ้านได้เป็นเวลานานๆ ความถวิลหาการเดินทางจึงก่อตัวขึ้นอีกครั้งภายใต้ปัจจัยต่างๆ มากมาย ส่งผลให้พฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลง โดยการเริ่มมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ห่างไกลผู้คนแต่อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ สถานที่ที่ได้รับความสนุกสนานกับกิจกรรมการท่องเที่ยวแต่สัมผัสได้ถึงความปลอดภัย หรือสถานที่ที่ได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติ ละเมียดละไมกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรม แต่ได้มีโอกาสทำประโยชน์กลับคืนสู่สิ่งแวดล้อมและสังคม

Low Carbon Tourism หรือ การท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ เป็นอีกหนึ่งรูปแบบการท่องเที่ยวที่ผสมผสานแนวคิดของการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ และการท่องเที่ยวแบบมีความรับผิดชอบเข้าไว้ด้วยกัน โดยมีใจความสำคัญที่ว่า ‘เที่ยวอย่างไรจึงจะปล่อยก๊าซคาร์บอนให้น้อยที่สุด’ หากพิจารณาแล้วเราจะพบว่าทุกย่างก้าวของการออกเดินทางท่องเที่ยวล้วนก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศ เสมือนว่ากิจกรรมการท่องเที่ยวก็เป็นส่วนหนึ่งที่เร่งให้เกิดผลกระทบที่ร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อมและโลกใบนี้ ดังนั้น จุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำจึงเกิดขึ้นเมื่อนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการการท่องเที่ยวเริ่มให้ความสำคัญกับการจัดการการท่องเที่ยวที่ช่วยลดปัญหาการเกิดภาวะโลกร้อน โดยพยายามออกแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด และในขณะเดียวกันก็ต้องส่งเสริมการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์ที่แปลกใหม่ เกิดความตระหนักรู้และใส่ใจในสิ่งแวดล้อมได้ไปพร้อมๆ กัน
จากเทรนด์การท่องเที่ยวกลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้ โดยอาจารย์พรทิพย์ บุญเที่ยงธรรม ผู้สอนรายวิชาการพัฒนาทรัพยากรการท่องเที่ยว สาขาการท่องเที่ยวและธุรกิจอีเวนต์ คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ได้หยิบยกชุมชนท่องเที่ยวบ้านถ้ำเสือ อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ให้เป็นจุดหมายปลายทางในการศึกษานอกสถานที่สำหรับนักศึกษาในภาคเรียนนี้ โดยมีโจทย์สำคัญคือ “ทำอย่างไรที่จะทำให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบรักษ์โลกอย่างแท้จริง และปลอดภัยจากโควิด” ดังนั้น การท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำของชุมชนบ้านถ้ำเสือจึงเป็นสถานที่ที่ถูกเลือก เพราะมีความน่าสนใจทั้งในด้านแนวคิดของการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และในมุมของการบริหารจัดการตัวเองภายใต้สถานการณ์โควิด-19 โดยชุมชนมีการปรับตัวเองเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวแบบเป็นกลุ่มหรือเป็นหมู่คณะได้อย่างปลอดภัยและมีมาตรฐาน

ปัจจุบันบ้านถ้ำเสือเป็นชุมชนที่ได้รับการยกระดับและเพิ่มมูลค่าให้เป็นชุมชนต้นแบบวัฒนธรรมการท่องเที่ยวแห่งแรกของไทย ซึ่งมีรูปแบบการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติพร้อมๆ กับการพัฒนาตนเองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นให้คนในชุมชนได้มีโอกาสกำหนดทิศทางการพัฒนาชุมชนตามสภาพปัญหาของพื้นที่ และความต้องการของชุมชนโดยแท้จริง
นอกจากนี้ คนในชุมชนยังร่วมกันกำหนดแนวคิดของการพัฒนาและการอนุรักษ์พื้นที่ป่า สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมชุมชน และพยายามขับเคลื่อนตนเองสู่การเป็นสังคมปลอดคาร์บอน (Zero Carbon) ผ่านกระบวนการออกแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ต้อง “ใช้สมองคิด ใจดู และสองมือทำ” พร้อมที่จะเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างมั่นใจ โดยเริ่มต้นด้วยการดับเครื่องยนต์แล้วเดินเท้าเข้าสู่บ้านถ้ำเสือ พร้อมเปิดประสาทการมองเห็นธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยแมกไม้ สัมผัสอากาศที่เย็นสบาย และรับฟังเสียงจักจั่นที่ดังซึงแซ่ตลอดเส้นทาง ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดทางธรรมชาติที่แสดงให้เห็นว่าเรากำลังเข้าใกล้แหล่งธรรมชาติอย่างแท้จริง และสิ่งแรกที่นักท่องเที่ยวจะได้ลิ้มลองคือ น้ำดอกอัญชันมะนาวที่เสิร์ฟมาในแก้วน้ำที่มีเอกลักษณ์ เพราะถูกตกแต่งโดยวัสดุที่หาได้จากท้องถิ่น ที่สำคัญคือมั่นใจได้ 100% ว่าปลอดสารพิษ เพราะชาวบ้านปลูกกันเองแบบอินทรีย์ ดังนั้น นักท่องเที่ยวที่ได้มาจะได้สัมผัสและดื่มด่ำความสดชื่นท่ามกลางวิวพาโนรามาของแม่น้ำเพชรบุรีที่ใสสะอาดแบบไม่น่าเชื่อ ก่อนที่ประธานธนาคารต้นไม้จะมาบรรยายให้ความรู้ถึงที่มาที่ไปของบ้านถ้ำเสือและนำเข้าสู่กิจกรรมสร้างสรรค์แบบคาร์บอนต่ำที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วม อาทิ

การปั้นลูกกระสุนเมล็ดพันธุ์ กุศโลบายเชิงวิถีตามบริบทของพื้นที่ในการปลูกป่าชุมชน โดยการยิงเป็นกระสุนเมล็ดพันธุ์เข้าไปในป่าแล้วปล่อยให้ธรรมชาติฟูมฟักตัวเองจนกลายเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์
การทำไข่เค็มสมุนไพรใบเตย และทองม้วนน้ำตาลโตนด ที่หาวัตถุดิบสดใหม่ได้จากในพื้นที่ ทั้งที่เพาะปลูกกันเองแบบปลอดสารพิษและวัตถุดิบจากชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียง
การทำอาหารท้องถิ่น ที่มีชื่อเก๋ไก๋ว่า “ยำถ้ำเสือ” หรือยำผักกูด ซึ่งเป็นผักท้องถิ่นขึ้นชื่อที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพราะมีดีกรีเป็นผักที่เติบโตริมฝั่งแม่น้ำเพชรบุรีที่ใสสะอาด และยังคงความหวานและความกรุบกรอบได้แบบไม่เหมือนใคร อีกทั้ง ชุมชนยังให้นักท่องเที่ยวได้ลองลงมือทำยำผักกูดด้วยตัวเอง โดยใช้ถ่านไม้ปลอดสารพิษเป็นเชื้อเพลิง โดยถ่านไม้ของที่นี่พิเศษกว่าที่ไหนๆ เพราะเป็นถ่านที่ผ่านการเผาไหม้ให้บริสุทธิ์แบบอิวาเตะจึงไม่ก่อให้เกิดมะเร็ง
ปิดท้ายด้วยชุดอาหารแบบปิ่นโตที่ชุมชนจัดแยกมาเป็นชุดๆ แบบของใครของมัน ซึ่งไม่ใช่แค่แนวคิดของการออกแบบให้มีอัตลักษณ์เท่านั้น แต่ยังหมายถึงการแทรกความรู้เรื่องการควบคุมปริมาณอาหารให้พอดีกับคนทานและการจัดการอาหารไม่ให้เหลือทิ้งเป็นของเสีย (Food Waste Management) รวมทั้ง ยังปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดในพื้นที่อีกด้วย เห็นได้ชัดว่านี่คือการแก้โจทย์ที่ผ่านกระบวนการคิดอย่างมีชั้นเชิงโดยคนในชุมชน ในฐานะผู้ประกอบการการท่องเที่ยวที่มีวิถีรักษ์โลกที่สามารถทำให้สิ่งที่จับต้องได้ยาก กลายมาเป็นสิ่งที่จับต้องได้ง่าย โดยการออกแบบชุดการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี
เช่นเดียวกับการออกแบบการเรียนการสอนที่ผู้สอนต้องมีบทบาทสำคัญในการสะท้อนภาพที่ชัดเจนเรื่องการท่องเที่ยวแบบรักษ์โลกให้แก่นักศึกษา ผู้ซึ่งจะเป็นนักท่องเที่ยวและหรือผู้ประกอบการการท่องเที่ยวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้ในอนาคต ผู้สอนต้องมีการบริหารจัดการการเรียนรู้อย่างใส่ใจตั้งแต่จุดเริ่มต้น ซึ่งมิใช่เพียงการเชื่อมโยงเนื้อหาให้สอดคล้องตามหลักสูตรเท่านั้น แต่จะต้องเป็นผู้วางแผนการเดินทาง คัดเลือกสถานที่เพื่อการศึกษาเรียนรู้ เลือกที่จะสนับสนุนที่พักแรม ร้านอาหาร หรือธุรกิจการท่องเที่ยวที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้ง เลือกทำกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมให้แทรกซึมเข้ามาอยู่ในกระบวนการศึกษาและเรียนรู้ เพราะนี่คือ “วิถีการท่องเที่ยวแบบรักษ์โลก เทรนด์การท่องเที่ยวใหม่ที่ต้องออกแบบ และออกมาเรียนรู้นอกห้องเรียนด้วยตนเอง”
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- “อนุทิน” รุดตรวจไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ สั่งคุมพื้นที่ป้องกันขโมย เร่งช่วยผู้ค้า ยันเพลิงไม่ลาม เร่งหาสาเหตุ 29 ส.ค. 2569
- กมธ.ศาสนาฯ สภาผู้แทนราษฎรชูศักยภาพเมืองต้นเจ้าพระยา ผสานประวัติศาสตร์จีน ศิลปะ อาหาร และวิถีชุมชน ต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน 29 ส.ค. 2569
- เปิดโลกสัตว์ป่าอีกมุมของเพชรบุรี “ธิวัลรัตน์” ชวนเที่ยวศูนย์ WFFT แหล่งพักพิงสัตว์หลายร้อยชีวิต 29 ส.ค. 2569
- “สุขสมรวย” ทำถึง! นั่งหัวโต๊ะบอร์ด กทบ. เคาะงบพันล้าน "SML พลัส" ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมอัดฉีด "ไทยช่วยไทย" ต่อเนื่อง 3 รอบ รวมกว่า 743 ล้าน 29 ส.ค. 2569
- “ยศชนัน“ ติดตามความคืบหน้าโมเดล “เลิกเผา เป๋าตุง” ดึงเอกชนรับซื้อเศษวัสดุการเกษตร โชว์ 4 เดือนลดการเผา แล้ว 3.3 แสน กก. สู้ PM2.5 ถึงแก่น 29 ส.ค. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
“ยศชนัน” มอบนวัตกรรมวิจัยไทยสางวิกฤตสารหนูแม่น้ำกก ชูเทคโนโลยี “ซินโครตรอน-นาโนเทค-AquaNano” ล้างสารพิษ 100% คืนน้ำประปาสะอาดสู่ชุมชน 18:36 น.- “วราวุธ” เปิดงานประเพณีทิ้งกระจาด วัดไผ่โรงวัว สุพรรณบุรี ยกเป็นงานระดับนานาชาติ สืบสานเจตนารมณ์ของหลวงพ่อขอม 18:24 น.
- "วรศิษฎ์" เตรียมนำเสนอที่ประชุม ครม.สัญจร ยกระดับสตูลเป็น "World Class Southern Border, Thailand. The Rivera of South East Asia" ดันขยายเวลาเปิดด่านศุลกากรวังประจัน 18:20 น.
- ไทยสร้างไทยเปิดเวที “The Builder Forum” ชำแหละรอยรั่วระบบราชการ ชู New Public Governance ลดต้นทุน–ปิดช่องทุจริต–คืนอำนาจประชาชน 18:19 น.
- “กมธ.การกระจายอำนาจฯ”ผลักดัน อปท.ใน "ภูเก็ต"สู่การบริหารราชการรูปแบบพิเศษ เพิ่มอำนาจเบ็ดเสร็จให้ท้องถิ่น 18:16 น.



