วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569 09:17 น.

การเมือง

"ธิดารัตน์"ไทยสร้างไทย จี้ผู้นำโลกจะร่วมงานจี 20 และเอเปค หาทางบีบเมียนมาร์ยอมทำตามข้อตกลงร่วม 5 ข้ออาเซียน

วันเสาร์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 14.01 น.

เมื่อ​วันที่ 29 ตุลาคม 2565 นางสาวธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย ในฐานะรองเลขาธิการสมาคมส่งเสริมและพัฒนาวัฒนธรรมไทย-จีน ได้แถลงข้อเสนอเรื่องสันติภาพ ความร่วมมือสู่การพัฒนา และความยั่งยืน ต่อผู้นำโลกที่จะเข้าร่วมประชุม จี20 ครั้งที่ 17 ระหว่างวันที่ 15-16 พฤศจิกายน และการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค ระหว่างวันที่ 18-19 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ โดยได้กล่าวที่งาน “Making the Proposal to APEC for Peace and Humanity” ซึ่งจัดโดยมูลนิธิหมอเสม พริ้งพวงแก้ว ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (Foreign Correspondents' Club of Thailand: FCCT)

นางสาวธิดารัตน์กล่าวว่าในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีการประชุมใหญ่อย่างน้อย 3 งาน ที่ผู้นำโลกจะมารวมตัวกัน คือ งานประชุมอาเซียนที่กัมพูชา งาน จี20 ที่อินโดนีเซีย และงานประชุมเอเปคที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ โดยในครั้งนี้ตนคาดการณ์ว่า ประเด็นใหญ่ที่จะถูกพูดถึงในการประชุม จี20 นั้นน่าจะเป็นเรื่องของสันติภาพโลก คือ กรณีพิพาทระหว่างรัสเซีย-ยูเครน กรณีความสัมพันธ์ของสหรัฐอเมริกาและจีน และอาจมีกรณีของเมียนมาร์เข้ามาด้วยในการประชุมระดับอาเซียน
 
หัวข้อของการประชุมเอเปคปีนี้คือ "เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล" (Open. Connect. Balance.) ซึ่งตนคิดว่าจะเข้ากันได้กับข้อเสนอของตน คือ การแสวงหาสันติภาพ ความร่วมมือเพื่อนำไปสู่การพัฒนา และเรื่องความยั่งยืน โดยมีรายละเอียดดังนี้
 
ในส่วนของการแสวงหาสันติภาพนั้น ตนคิดว่าปัญหารัสเซีย-ยูเครน น่าจะเป็นปัญหาใหญ่ที่ถูกพูดถึงและก็ได้รวมเรื่องนี้ไว้ในข้อเสนอ รวมทั้งกรณีของเมียนมาร์ที่ตนมีความกังวลเป็นพิเศษในเรื่องการช่วยเหลือเชิงมนุษยธรรม โดยอันดับแรกควรจะต้องหาทางให้เมียนมาร์ยินยอมให้เกิดข้อตกลงร่วม 5 ข้อ (5-point consensus) คือ 1) การยุติความรุนแรงในเมียนมาร์โดยทันที 2) ต้องมีการเจรจาระหว่างผู้มีผลประโยชน์ร่วมทุกฝ่ายโดยเล็งเห็นผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ 3) มีการไกล่เกลี่ยผ่านกลไกของอาเซียนโดยมีเลขาธิการอาเซียนเป็นตัวกลาง 4) ต้องเปิดให้มีการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมโดยศูนย์ประสานงานอาเซียนเพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และ 5) การเปิดให้ตัวแทนจากนานาชาติเข้าพบผู้นำภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในเมียนมาร์ โดยจากการประชุมอาเซียนวาระเร่งด่วนเรื่องสถานการณ์ในเมียนมาร์ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม จะเห็นว่าได้ทำสำเร็จไปเพียงบางส่วนของ 1 ข้อ คือ ได้เปิดให้มีการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเพียงบางส่วนเท่านั้น นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการหารือเพื่อหาทางให้เกิดสันติภาพในภูมิภาคและโลก

ในด้านความร่วมมือในการพัฒนา ตนเห็นว่าปัจจุบันคนให้ความสนใจกับปัญหาสงครามและความขัดแย้งมาก จนมองข้ามปัญหาที่เกิดขึ้นจากสภาวะหลังโรคระบาดและปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกที่กำลังจะมาถึง ทั้งราคาพลังงานที่ยังสูงขึ้น จากที่ลดลงในช่วงกลางเดือนไปต่ำกว่าระดับ 90 ดอลล่าร์ต่อบาเรล แต่ได้ดีดตัวกลับจนแตะที่ระดับ 98 ดอลล่าร์ต่อบาเรลแล้ว รวมถึงอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐอเมริกาที่แม้ธนาคารกลางสหรัฐจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายมาอยู่ที่ 3.25% แต่อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในเกณฑ์ที่สูงคือ 8.20 % และอัตราแลกเปลี่ยนในญี่ปุ่นที่ตกต่ำเป็นประวัติการณ์ ในระดับ 150 เยนต่อดอลล่าร์สหรัฐ และมีแนวโน้มจะต่ำลงถึง 170 เยนต่อดอลล่าร์สหรัฐ รวมถึงการลงทุนของประเทศอุตสาหกรรมใหม่หลายๆประเทศที่เริ่มชะลอตัวลง
 
และในหัวข้อสุดท้าย คือ ความยั่งยืน จะมีหัวข้อย่อย คือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก การเปลี่ยนแปลงรูปแบบพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงด้านการเงิน โดยเฉพาะในโลกที่ทุกอย่างกำลังถูกทำให้เป็นดิจิตัล และสิ่งที่ผู้นำโลกกำลังให้ความสนใจคือการพัฒนาในด้าน BCG หรือ Bio-Circular-Green Economy (เศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว)  และ ESG หรือ Environmental-Social-Governance (สิ่งแวดล้อม-สังคม-ธรรมาภิบาล)
 
“หลังจากการพูดคุยในเวที จะเตรียมการเพื่อนำข้อเสนอทั้งหมดที่ได้กล่าวมายื่นต่อผู้นำโลกด้วย โดยเริ่มที่การประชุมอาเซียน จี 20 และตามด้วยการประชุมที่เอเปคต่อไป” นางสาวธิดารัตน์กล่าว

อาเซียนยังคงยึดมั่นในแผนสันติภาพเมียนมา
 
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ในที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน วาระพิเศษ ที่กรุงจาร์กาตา ของอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2565 กัมพูชา ในฐานะประธานอาเซียนประจำปีนี้ ระบุว่า อาเซียนจะยังคงยึดมั่นในแผนสันติภาพที่ตกลงไว้กับเมียนมา แม้บางประเทศ จะแสดงความกังวลถึงการไม่มีความคืบหน้าของแผนสันติภาพดังกล่าว

ทั้งนี้ การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนวาระพิเศษมีขึ้น เพื่อหารือเกี่ยวกับแผนการสร้างสันติภาพในเมียนมา ที่ประสบภาวะชะงักงัน เนื่องจากทางการเมียนมา แทบไม่ดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อ ที่อาเซียนเห็นชอบร่วมกัน เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในเมียนมา หลังเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในหลายพื้นที่

เมียนมาแถลงไม่พอใจ อาเซียนจุ้นมีแต่ผลเสีย
 
ขณะที่เมื่อ27 ตุลาคม 2565  กระทรวงต่างประเทศเมียนมาออกแถลงการณ์ถึงการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศชาติสมาชิกสมาคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน ที่อินโดนีเซีย โดยกล่าวเตือนว่า การที่ชาติเพื่อนบ้านอาเซียนแสดงท่าทีกดดันเรื่องการจัดตั้งกรอบเวลาดำเนินการแผนสันติภาพเมียนมา 5 ข้อ จะเป็นการสร้างผลเสียมากกว่าผลดี แต่ไม่ได้ให้ราย ละเอียดอื่นๆเพิ่มเติม แถลงการณ์ของเมียนมา มีขึ้นหลังที่ประชุมอาเซียนซึ่งไม่มีตัวแทนจากเมียนมาเข้าร่วม เห็นพ้องที่จะยึดมั่นในแผนสันติภาพเมียนมา 5 ข้อ ที่รวมถึงการยุติความรุนแรงในเมียนมาโดยทันที ขณะที่นางลีนา อเล็กซานเดอร์ นักวิเคราะห์ประจำศูนย์ยุทธศาสตร์และนานาชาติศึกษาในกรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย ระบุว่า การประชุมอาเซียนรอบพิเศษดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ชาติอาเซียนไม่ได้มองเรื่องเมียนมาในทางเดียวกัน ก่อนหน้านี้ รอยเตอร์ยังรายงานว่า บางประเทศสมาชิกต้องการเจรจาอย่างเงียบๆกับเมียนมา ไม่ควรเปิดตัว

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง