การเมือง
"วราวุธ"ชูแนวคิดปลูกต้นไม้ตามรอยพ่อ เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของชาติ
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2565 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ร่วมกับมูลนิธิสานพลังเพื่อแผ่นดินจัด “สมัชชาต้นไม้เพื่อแผ่นดินตามรอยพ่อ” สมัชชาเฉพาะประเด็นการขับเคลื่อนไม้เศรษฐกิจ โดยมีประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ เป็นประธาน มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการสร้างพลังความร่วมมือทุกภาคส่วนในสังคม ขับเคลื่อนการปลูกต้นไม้เพื่อเสริมสร้างสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิต ส่งเสริมสนับสนุนการสร้างเครือข่ายสมัชชาปลูกต้นไม้เพื่อแผ่นดิน ผลักดันและขับเคลื่อนนโยบาย มาตรการ การพัฒนาวิชาการ การบริหาร การจัดการความรู้ การสื่อสาร และการสร้างกระแสปลูกต้นไม้ให้กว้างขวางและเป็นรูปธรรม รวมถึงยกย่องเชิดชูเกียรติหน่วยงาน องค์กร ชุมชน คณะบุคคล บุคคลที่ทำงานการปลูกต้นไม้มีผลงานโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ เพื่อสร้างเสริมกำลังใจและเป็นแบบอย่างที่ดี
ขณะเดียวกัน การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการประชุมสืบเนื่องจากการประชุมสมัชชาต้นไม้เพื่อแผ่นดินตามรอยพ่อ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2565 ซึ่งได้มีการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกัน 6 ข้อ ซึ่งส่วนหนึ่ง คือการให้ความสำคัญกับการส่งเสริมไม้เศรษฐกิจ เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และคุณค่าต่อสิ่งแวดล้อม จึงจัดให้มีการประชุมสมัชชาเฉพาะประเด็นครั้งนี้ขึ้น เสนอผลักดันการขับเคลื่อนไม้เศรษฐกิจร่วมกันต่อไป
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมปาฐกถาพิเศษ ในเรื่อง “การขับเคลื่อนไม้เศรษฐกิจ เจตนารมณ์ทางการเมือง” โดยกล่าวตอนหนึ่งถึงแนวคิดเรื่องการปลูกต้นไม้กำลังเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของชาติ ว่า การดำเนินการตามพระราชดำริของ องค์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร นั้น พระองค์ได้ทรงพระราชทาน ความคิดการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ที่ให้ทุกท่าน ได้กิน ได้ใช้ ได้ขาย และท้ายที่สุด คือสามารถรักษาต้นน้ำ รักษาระบบนิเวศ นอกจากนั้นยังสามารถแปรสภาพออกมาเป็นคาร์บอนเครดิตได้ ในวันนี้โลกของเรากำลังให้ความสำคัญมากขึ้น
นายวราวุธ กล่าวว่า ประโยชน์ของป่าเศรษฐกิจนั้น มันจะเป็นส่วนหนึ่ง ของแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่เราต้องการมีพื้นที่สีเขียว ให้ได้ถึง 55% แบ่งเป็น ป่าธรรมชาติ 35% ป่าเศรษฐกิจ 15% และพื้นที่สีเขียวในเมืองอีก 5% สำหรับป่าเศรษฐกิจขณะนี้เรามีอยู่ 32-33 ล้านไร่ จากเป้าหมาย 50 ล้านไร่ เท่ากับว่าวันนี้เรายังขาดอีกเกือบ 16 ล้านไร่ โดยตั้งเป้าจะมีให้ครบภายใน 2580 ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
โดยป่าเศรษฐกิจมีศักยภาพในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่าป่าสมบูรณ์ หรือว่าป่าธรรมชาติหลายเท่าตัว ยกตัวอย่างเช่น ไม้ยาง หรือว่าไม้ในเขตป่าเศรษฐกิจที่เป็นไม้โตเร็ว ยิ่งโตเร็วเท่าไหร่ ยิ่งดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากเท่านั้น เหมือนกับเด็กที่กำลังโต เด็กที่กำลังโตก็จะกินข้าวมากกว่าผู้ใหญ่ พอไม้โตเต็มที่แล้ว เขาก็จะกินน้อยลง ผู้ใหญ่ก็จะกินน้อยลง ต้นไม้ก็เช่นกัน พื้นที่ป่าธรรมชาติก็จะมีศักยภาพในการดูดซับก๊าซเรือนกระจกแต่อัตราการดูดซับนั้นมันจะยังน้อยกว่าป่าเศรษฐกิจ เพราะป่าเศรษฐกิจนั้นเป็นไม้ที่โตเร็วกว่า
อย่างไรก็ตามป่าเศรษฐกิจที่อยู่ในพื้นที่ของเราจะเป็นส่วนหนึ่ง ที่สามารถลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง ดินถล่ม และอีกหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่าง ที่ล้วนแล้วเกิดมาจากมนุษย์ ดังนั้นการที่เราจะส่งเสริม การปลูกป่า ไม่ว่าจะเป็นป่าเศรษฐกิจ หรือพื้นที่สีเขียวใด จะเป็นการบรรเทาความรุนแรงของภัยพิบัติ ที่กำลังจะเกิดขึ้น ฟื้นฟูระบบนิเวศ ได้ในอนาคต
านประธานคณะทำงานโครงการสมัชชาปลูกต้นไม้เพื่อแผ่นดินตามรอยพ่อ นายอำพล จินดาวัฒนะ กล่าวเพิ่มเติมว่าสมัชชาต้นไม้เพื่อแผ่นดินตามรอยพ่อ เป็นการสานพลังทุกภาคส่วนในสังคม ให้มาร่วมกันขับเคลื่อนการปลูกและดูแลรักษาต้นไม้ หวังคืนธรรมชาติให้แผ่นดิน สร้างสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคมให้ประเทศชาติและโลก โดยวางแผนการจัดสมัชชาฯ ทั้งสิ้น 3 ครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 เป็นการระดมแนวทางการขับเคลื่อนไม้เศรษฐกิจ และต่อไปจะมีการจัดสมัชชาครั้งที่ 3 ในกลุ่มนโยบายและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจะมีการจัดสมัชชาต้นไม้เพื่อแผ่นดินตามรอยพ่อ เพื่อนำข้อเสนอของทั้ง 3 กลุ่ม มาพิจารณาหาแนวทางการขับเคลื่อนเรื่องการปลูกและดูแลรักษาต้นไม้ในปีหน้า โดยหวังให้เกิดนโยบายที่ดี หนุนเสริมการทำงานของทุกฝ่ายในการปลูกและดูแลรักษาต้นไม้ให้มีประสิทธิภาพ และก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป
ทั้งนี้หลังการประชุมสมัชชาต้นไม้เพื่อแผ่นดินตามรอยพ่อ ครั้งที่ 2 มีพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติให้กับหน่วยงาน องค์กร ชุมชน คณะบุคคล บุคคลที่ทำงานการปลูกต้นไม้มีผลงานโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ จำนวน 7 กรณี ได้แก่ กรณีที่ 1 กรณีธนาคารต้นไม้ จุดกำเนิดที่บ้านคลองเรือ โดย เครือข่ายธนาคารต้นไม้ชุมชนบ้านคลองเรือ อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร กรณีที่ 2 กรณีสวนป่าคืนถิ่น สร้างป่าชุมชนมีชีวิต โดย เครือข่ายป่าชุมชนบ้านตามา-สุขวัฒนา ตำบลชุมแสง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ กรณีที่ 3 กรณีโครงการธนาคารต้นไม้ โดย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ กรณีที่ 4 กรณีปลูกป่าด้วยพลังคนพิการ โดย สมาคมคนพิการทางกายหรือการเคลื่อนไหว อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก กรณีที่ 5 กรณีแต่ละมือของคนไทย สร้างความชอุ่มได้ในแผ่นดิน โดย มูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ กรณีที่ 6 กรณีสร้างป่า สร้างชุมชน โดยมูลนิธิออยสก้า ประเทศไทย และกรณีที่ 7 กรณีคนรักษ์ป่า Channel โดยชมรมคนรักษ์ป่า
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- ศาล รธน.ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียงนายกฯแล้ว 29 ส.ค. 2568
- ทำเนียบคึกคัก! สื่อทั่วโลกรอชี้ชะตา "แพทองธาร" ศาล รธน.อ่านคดีคลิปเสียงฮุนเซน 29 ส.ค. 2568
- "แพทองธาร" ไม่รอด! ศาล รธน.วินิจฉัยให้ความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง 29 ส.ค. 2568
- กองกำลังบูรพาเข้ม! ชาวกัมพูชาละเมิดมาตรการชายแดน มีสิทธิ์เจอโทษหนักถึงประหารชีวิต 29 ส.ค. 2568
- "กล้าธรรม" เบี้ยวถก! พรรคร่วมยังเทใจหนุน พท. – "สุรทิน" เทคะแนนให้อนุทิน – ม็อบ 31 ส.ค.กดดัน 29 ส.ค. 2568
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารไทย ประจำกรุงพนมเปญ ส่งหนังสือประท้วงกัมพูชา หลังพบว่ามีการเผยแพร่ผลการเจรจา RBC ที่บิดเบือนข้อเท็จจริง 20:32 น.
- “ไผ่ ลิกค์” ลั่น ซีเกมส์ 2025 ต้องใช้ชื่อ Muaythai เท่านั้น ฟาดไม่จำเป็นต้องเกรงใจเขมรให้แอบอ้างอัตลักษณ์ชาติไทยได้อีก 20:02 น.
- แถลงการณ์พรรคไทยสร้างไทยเรื่อง ขอให้ยกเลิก MOU 43 และ 44 19:59 น.
- “ธีระชัย” ชี้ทางรอดเศรษฐกิจไทย ต้องเคลียร์ปัญหาการเมืองก่อน รับเข้าขั้น “วิกฤตศรัทธา” 19:57 น.
- พปชร. จี้รัฐอย่าอ่อนข้อกัมพูชา ชี้เลื่อนประชุม RBC คือไม่ให้เกียรติไทย 19:55 น.