การเมือง
รศ.ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ มองประเทศไทยขาด Platform ทางเศรษฐกิจ
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
รศ.ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ มองประเทศไทยขาด Platform ทางเศรษฐกิจ โดยที่เศรษฐกิจโลกกลับไปกลับมา แต่ประเทศไทยไม่ได้อะไร
“ผมห่างจากการเขียนบทความให้ผู้อ่านไปสองสามสัปดาห์ เพราะมัววุ่นวายที่จะต้องติดตามและเข้าใจ ความเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจและตลาดโลกพอสมควร ทำไมต้องติดตามอย่างมาก นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะบอกเล่าสู่กันฟังในวันนี้ ก็เพราะความเคลื่อนไหวของผู้กำหนดทิศทางการเงินโลกแสดงท่าทีกลับไปกลับมา เรียกว่าตามแทบไม่ทัน เริ่มจากสถานการณ์ในเอเชียที่ญี่ปุ่น หลังจากได้หัวหน้าพรรคแอลดีพีคนใหม่มาเป็นนายกรัฐมนตรี ท่าทีของตลาดก็กังวลเรื่องนโยบายของท่านผู้นำที่จะสนับสนุนธนาคารกลางในการขึ้นดอกเบี้ย และมีท่าทีขึงขังด้านความมั่นคงกับประเทศจีน ทำให้ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ตลาดหุ้นทิ้งตัวสอดรับกัน แต่หลังจากนั้นไม่นาน ท่านนายกท่านใหม่ก็ออกมาบอกว่าจะประกาศยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเร็ววัน ตามด้วยการประกาศว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังไม่น่าจะจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยมากๆ เพราะจะกระทบกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจ ทุกสิ่งทุกอย่างก็กลับตัวในทางตรงกันข้ามทันที เงินเยนก็กลับมาอ่อนค่า จากจะแตะ 142 ก็จะแตะ 150 ต่อเหรียญดอลล่าร์ในไม่กี่วัน
ตามด้วยธนาคารกลางจีน ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ หลังจากเงียบมาเกือบสองปี ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับการลดดอกเบี้ย ลดการสำรองของสถาบันการเงิน และอัดฉีดสภาพคล่องให้บริษัทหลักทรัพย์สามารถนำเงินไปปล่อยต่อเพื่อลงทุนในตลาดหุ้นได้ รวมถึงการลดเงินดาวน์เพื่อช่วยเหลือภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่ประสบปัญหามากมายในขณะนี้ ทำให้ตลาดหุ้นจีนและฮ่องกง กลับฟื้นตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ปรับตัวขึ้นรวมมากถึงร้อยละ 30 ภายในเวลาสองสัปดาห์ จึงมีข่าวใหญ่ทั่วไปว่า เศรษฐกิจจีนกำลังจะมา!
แต่แล้วเมื่อทางสภาพัฒน์ฯ ของจีนได้นัดแถลงข่าวว่าจะมีมาตรการการคลังช่วยเหลือเพิ่มเติมออกมา เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แล้วปรากฏว่าไม่มีการออกมาตรการช่วยเหลือที่เป็นเม็ดเงินจับต้องได้จริงๆออกมา เพียงแต่เป็นการยืนยันว่าจะทำอะไรต่อไปประมาณนั้น ตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงก็ฉลองวันหยุดยาววันชาติจีน ด้วยการเทขายกระนำออกมาเรียกว่าวันเดียว เกือบร้อยละ 10 มากสูงที่สุดในรอบสามปี
ตลาดเริ่มกลับท่าทีแสดงความกังวลว่ามาตรการที่จีนออกมาช่วยเหลือเศรษฐกิจอาจไม่น่าจะพอเพียง ต้องการให้ภาครัฐแสดงออกถึงความช่วยเหลือเพิ่มเติม และเมื่อวานนี้ ทางกระทรวงการคลังของจีนก็ออกมาแถลงประกาศว่าจะออกพันธบัตรเพิ่มเติมอีกประมาณสองล้านล้านหยวนเพื่อให้รัฐบาลท้องถิ่นนำเงินไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่ขายไม่ออก แล้วมาทำเป็นโครงการบ้านหรือที่อยู่ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส รวมถึงรัฐบาลจีนพร้อมจะตั้งงบประมาณขาดดุลเพิ่มเติมปีหน้าในการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป แต่คือจริงๆแล้วทั้งหมดที่แถลงข่าวเพิ่มเติมระลอกใหม่มา ก็ยังไม่ได้มีการสัญญาว่ามีเม็ดเงินใหม่เข้ามาในระบบเศรษฐกิจ การออกพันธบัตรให้ท้องถิ่นกู้เพิ่มเติมนั้น มันก็เป็นวงเงินเก่าที่เคยได้รับอนุมัติมาแล้ว
ผมเองก็ยังมีความกังวลว่า สิ่งที่รัฐบาลจีนได้ทำไป ยังไม่ได้แสดงความเพียงพอต่อการแก้ปัญหาที่เบ็ดเสร็จของจีน โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ ยังไม่ได้มีมาตรการการคลังในแง่ตัวเลขที่ออกมาอัดฉีดจริงๆให้เห็น นอกจากเรื่องการเงิน ซึ่งได้รับการตอบรับมาแล้ว
ก็ไม่รู้ว่าตลาดการเงินในจีนจะกลับกังวลใจอีกหรือไม่ นอกเหนือจากสองตลาดใหญ่แล้ว ตลาดยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐ ที่จากเสียงเชียร์ลดดอกเบี้ยดังกระหึ่มมาก่อนหน้านี้ ตามด้วยการลดดอกเบี้ยผิดคาด คราวเดียว 50 สตางค์ แต่ตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาล่าสุด ไม่ว่าตัวเลขการจ้างงานนอกการเกษตร หรือตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุด ยังแสดงความร้อนแรง ผิดคาดอีกเหมือนกัน ไม่ได้ชะลอตัวแต่อย่างใด ตัวเลขการจ้างงานก็สูงกว่าคาดมาก ตัวเลขเงินเฟ้อทั้งเงินเฟ้อฐาน หรือทั่วไป ก็สูงกว่าเดือนก่อน ทั้งๆที่ควรจะชะลอตัวลง รวมถึงราคาน้ำมันก็ลดลงมามาก ทำให้เฟดเริ่มส่งสัญญาณว่าการลดดอกเบี้ยอาจไม่ได้มากเหมือนที่คิด ตอนนี้ก็จะต้องผสมผสานกับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดี ในอีกไม่กี่สัปดาห์ว่า จะส่งผลต่อทิศทางนโยบายการเงินต่อไปข้างหน้าอย่างไร รวมถึงค่าเงินดอลล่าร์ที่มีความไม่แน่นอน
อย่างไรก็ดี ผมเชื่อว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะยังมีความแข็งแกร่งอยู่พอสมควร นโยบายไม่ว่าใครมาเป็นผู้นำ ก็จะสนับสนุนการสร้างเศรษฐกิจต่อไป โดยเฉพาะเศรษฐกิจขนาดใหญ่ และทันสมัย ปกป้องเศรษฐกิจในชาติมากกว่าหลายประเทศ รวมถึงรัฐบาลจีนก็คงจะออกมาตรการมาต่อเนื่องจนในที่สุด ก็จะเพียงพอต่อการแก้ปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์ และกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจ รวมถึงการใช้นโยบายเพื่อรักษาดุลอำนาจในการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศต่อไป ดังนั้นเศรษฐกิจสองยักษ์ใหญ่น่าจะยังไปได้ โดยเศรษฐกิจจีนน่าจะค่อยๆฟื้นตัวไปเติบโตที่ร้อยละ 5 ได้ตามเป้าหมาย เศรษฐกิจญี่ปุ่นก็กำลังจะหลุดจากกับดักทางเศรษฐกิจหลายทศวรรษออกมาสู่การค่อยเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป
เรารู้แล้วว่า ประเทศอินโดนีเซีย กำลังไปได้ดี อินเดียโตแบบก้าวกระโดด ประเทศจีนจากข้างต้นก็บ่งบอกแล้วว่าน่าจะฟื้นตัวได้ในที่สุด ประเทศฟิลิปปินส์จากที่มีปัญหาเติบโตไม่ได้ก็กลับมาเติบโตได้ดีขึ้นมาก สิงคโปร์และมาเลเซียก็รักษาดุลยภาพได้ค่อนข้างคงที่ เรามีคู่แข่งในภูมิภาคมากมาย คู่แข่งส่วนใหญ่แข็งแรงขึ้น ในภาวะที่เราเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ และศักยภาพการคลังก็ถดถอยลง เพราะไม่มียุคใดมีปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจเลย ทำให้ดุลยภาพไทยในการแข่งขันในภูมิภาคนี้ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
นี่คือสิ่งที่ผมเป็นห่วงว่า เรามีนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาที่ดี แต่ผมมีคำถามว่าจะทำได้กี่เปอร์เซ็นต์ ไทยเราไม่สามารถจับต้องอะไรได้เลยจากความเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจโลกได้ในขณะนี้ ไม่มีท่าที่การเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจกับใคร มีแค่เรื่องเดียวที่เห็นข่าว กูเกิ้ลมาลงทุนสร้าง Data Center ในอนาคต แม้ว่ารัฐบาลใหม่จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไปแล้วผ่านกลุ่มเปราะบาง 140,000 ล้านบาท แต่ก็โชคร้ายที่เกิดภาวะน้ำท่วมหนักและฉับพลันในภาคเหนือตอนบนเกือบทั้งหมดและบางจังหวัดที่เป็นทางผ่านของน้ำ จนผมเชื่อว่าความเสียหายจากอุทกภัยนี้ น่าจะมากกว่าเงินที่ใส่ลงไปจากโครงการกระเป๋าเงิน นอกจากเงินตรงนี้ ผมยังไม่เห็นมีการกระตุ้นหรือการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อผลักดันอุตสาหกรรมใหม่ๆที่จะนำเงินเข้าประเทศได้เพิ่มเติมอีก ผมจึงเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ ก็คงไม่สามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายค่อนข้างแน่นอน
ภาพของเศรษฐกิจไทยข้างหน้ายังคลุมเครือ ยังต้องปล้ำกับปัญหาการขึ้นค่าแรง 400 บาท ทั่วประเทศ ที่มีคนค้านทั้งบ้านทั้งเมือง แม้แต่กรรมการทุกคนในคณะกรรมการไตรภาคีก็ไม่มีใครเห็นด้วย ก็คงต้องสรุปมีทางออกในเรื่องนี้ที่มีภาคธุรกิจเป็นฝ่ายบาดเจ็บไปในที่สุด และรัฐบาลก็คงจะต้องขยายเพดานการขาดดุลงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อสร้างของเล่นรูปแบบคล้ายเดิมๆใส่ในระบบเศรษฐกิจอีกแน่นอน และคงไม่มีพรรคการเมืองใครค้าน เพราะทุกวันนี้เกือบทุกพรรคการเมืองในรัฐสภาก็ร่วมรัฐบาลหมดแล้ว และฝ่ายค้านก็ไม่ค่อยได้แสดงบทบาทในการตรวจสอบเท่าใดหนัก
เศรษฐกิจไทยก็จะเจอโลกล้อมเข้ามาหา ในขณะที่สินค้าจีนก็จะเข้ามาทะลักแข่งด้านราคากับผู้ประกอบการไทยที่กำลังอ่อนแอ ประเทศไทยขาด Platform ทางเศรษฐกิจ ทั้งเครื่องมือให้คนไทยแข่งขันกับต่างประเทศ และการดึงดูดให้คนที่มีศักยภาพเข้ามาลงทุน
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- “วราวุธ” เกาะติดแผนรับมือน้ำท่วมหน้ารพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี พบสภาพเป็นแอ่งกระทะต้องเร่งขุดลอกคลองระบายน้ำ ทำคันกั้นดักน้ำก่อนไหลเข้ารพ. 3 เม.ย. 2569
- “อนุทิน” แถลงพบ ขบวนการกักตุนน้ำมัน พบสารพัดวิธีเอาเปรียบประชาชน ทั้ง เรือจอดนิ่งถ่วงเวลาส่ง–คลังไม่จ่ายปั๊ม สั่ง DSI ขยายผลเป็นคดีพิเศษ 3 เม.ย. 2569
- “รองนายกฯ เชน-เพื่อไทย“ หารือ Tesla ด้านความร่วมมือ-พัฒนาทุนมนุษย์ไทย เปิดทางสู่ Physical AI และเทคโนโลยีอนาคต 3 เม.ย. 2569
- แถลงการณ์พรรคประชาชาติ กรณี สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ถูกคนร้ายลอบยิง 3 เม.ย. 2569
- สงกรานต์สุดมันส์ที่ถนนข้าวแกง ตำบลคลองสาม ปทุมธานี! ตั๊กแตน ชลดา และ มีนตรา อินทิรา ระเบิดความมันส์ในคอนเสิร์ต 3 เม.ย. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
"น้ำบาดาลเพื่อชุมชน" หนุน อบต.วังพิกุล ท้องถิ่นเข้มแข็ง ประชาชนมีส่วนร่วม 17:48 น.- ห้ามขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิด สำหรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี 297 แห่ง 16:55 น.
- สะเทือนอาหารไทย! “ลุงป้อมชวนชิม” น้ำพริกไทใหญ่ 16:07 น.
- “ลุงป้อมชวนชิม” พาชิมอาหารใต้แท้รสจัดจ้านด้วยน้ำพริกไทใหญ่ ท่ามกลางบรรยากาศคาเฟ่สบาย ๆ เป็นกันเอง ตอบโจทย์ทั้งสายอาหารพื้นถิ่นและผู้ที่มองหามุมพักผ่อนชิล ๆ 14:42 น.
- ข้าวยากน้ำมันแพงสะเทือนโลก! นักวิชาการชี้ ‘พุทธเศรษฐศาสตร์’ ทางรอดไทยท่ามกลางวิกฤตสงครามสหรัฐฯ–อิหร่าน 13:11 น.


