วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569 19:58 น.

การเมือง

“ประชาธิปัตย์” ผนึกสภาเสรีนิยมประชาธิปไตยแห่งเอเชีย (CALD) เดินหน้าโครงข่ายการสัญจรอัจฉริยะ ยกระดับท้องถิ่นไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 15.17 น.

เมื่อวันที่ 24  ตุลาคม 2567   เวลา 15.00 น. ที่โรงแรม Bangkok Midtown Hotel เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ศ. ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงถึงการสัมมนาสภาเสรีนิยมประชาธิปไตยแห่งเอเชีย (CALD) ว่าด้วยแนวคิดการพัฒนาโครงข่ายการสัญจรอัจฉริยะภายใต้กรอบ “ขับเคลื่อนแนวคิดการคมนาคมขนส่งอัจฉริยะในการ พัฒนาการปกครองส่วนท้องถิ่น“ (CALD smart mobility project: Transforming Smart Mobility Ideas into Local Government Solutions) ที่พรรคประชาธิปัตย์ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-26 ตุลาคม ที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดขอนแก่น ว่า งานดังกล่าวเป็นการเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องสถานการณ์ของการขนส่งอัจฉริยะในเอเชีย และความท้าทายที่เมืองต่าง ๆ ต้องเผชิญโดยจะเน้นถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และเทคโนโลยีที่เกิดจากระบบขนส่งที่ไม่ยั่งยืน และย้ำถึงความเร่งด่วนในการเปลี่ยนแปลงไปสู่การคมนาคมที่มีประสิทธิภาพ ยั่งยืน และครอบคลุมมากขึ้น โดยมีผู้บริหารองค์กร นักวิชาการ และนักการเมืองจากหลายประเทศในเอเชียให้ความสนใจติดต่อเข้าร่วมงานจำนวนมาก

ศ. ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า การพัฒนาโครงข่ายการสัญจรอัจฉริยะเป็นเรื่องสำคัญ และต้องได้รับการผลักดันในระดับนโยบาย เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย และต้องอยู่ภายใต้แนวคิดที่ให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างยั่งยืน และเป็นไปตามแผนปฏิญญา 5 ข้อ ได้แก่

1) ให้การคมนาคมขนส่งเป็นสิทธิ (Mobility as a right)
2) ให้การคมนาคมขนส่งสาธารณะเป็นแกนหลักของการคมนาคมขนส่ง(Public transportation as a backbone
of mobility services)
3) ให้สร้างชุมชนที่ผู้คนสามารถเดินได้และเดินอย่างปลอดภัย (Building safe and walkable residential
neighborhoods)
4) ให้มีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างชาญฉลาด (Judicious use of digital technology)
5) ให้สร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และลดการปล่อยคาร์บอน (Environmental sustainability and
decarbonization)

ทั้งนี้ แนวคิดของพรรคประชาธิปัตย์ในการผลักดันนโยบายเพื่อให้ประชาชนได้มีสิทธิในการใช้ระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวก นอกจากจะส่งเสริมให้มีการพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งสาธารณะให้ครอบคลุมและทั่วถึงแล้ว ยังจะต้องมีระบบการบริหารจัดการที่ดี ทำให้ประชาชนใช้บริการได้สะดวก และมีค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก โดยการนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่น ระบบการออกตั๋วร่วม “บัตรใบเดียวไปได้ทุกที่“ เพื่อลดภาระแก่ผู้ใช้บริการ จึงจะต้องมีการผลักดันให้มีหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลและบริหารจัดการตั๋วร่วมโดยเฉพาะ เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริหารกองทุนเพื่อสนับสนุนระบบตั๋วร่วมเพื่อลดค่าโดยสารในระบบให้ได้มากที่สุดโดยเฉพาะค่าแรกเข้าที่ผู้โดยสารต้องรับภาระจ่ายซ้ำซ้อนโดยไม่จำเป็น

ที่สำคัญ การพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งสาธารณะอัจฉริยะ จะเป็นการสร้างระบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง หรือพลังงานจากฟอสซิล การเชื่อมโยงเครือข่ายคมนาคมขนส่งที่ทำให้การเดินทางสะดวกขึ้น ช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัด รวมทั้งระบบตั๋วร่วมที่เป็นการลดการใช้กระดาษ ทั้งหมดนี้จะเป็นการช่วยลดการผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ เพื่อรับมือกับภาวะโลกเดือดที่กำลังเผชิญอยู่

รองหัวหน้าพรรค ปชป. เปิดเผยอีกว่า กิจกรรมที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในการสัมมนาครั้งนี้ คือการเยี่ยมชมศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านยุทธศาสตร์เมือง (Center of Excellence in Urban Strategies) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเยี่ยมชมสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) ซึ่งตนจะทำหน้าที่เป็นวิทยากรในการเยี่ยมชม และในการสัมมนาที่ จ.ขอนแก่น จะมีการเยี่ยมชมศูนย์บัญชาการและควบคุมการปฏิบัติการ (CCOC) ในอำเภอเมืองขอนแก่น รวมทั้งเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ยานยนต์ไฟฟ้า คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานอีกด้วย
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง