วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569 13:46 น.

การเมือง

"ภูมิธรรม" ลงพื้นที่แม่สอด เตรียมรับ 61 เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พร้อมเดินหน้าสกัดย้ายฐานอาชญากรรมข้ามชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 06 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.45 น.

"ภูมิธรรม" ถึงแม่สอดเตรียมรับ "61 เหยื่อ แก๊งคอลเซ็นเตอร์" ปล่อยตัววันนี้ ทางด้าน  "บิ๊กหวาน" สั่งลุยสกัดแก๊งคอลฯย้ายฐานจากเมียนมาไปกัมพูชา ขณะที่ "รมช.มท." แจงกระทู้ยัน รบ.ไม่นิ่งนอนใจ สั่งผว.ทุกจังหวัดไม่สนับสนุนคนทำผิดกฎหมาย-อาชญากรรมข้ามชาติ 

เมื่อวันที่ 6  กุมภาพันธ์ 2568  ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จ.ตาก  นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดตาก เพื่อประชุมติดตามและกำชับการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการสกัดกั้นยาเสพติด การค้ามนุษย์ และแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา โดยเฉพาะบริเวณเมียวดี ซึ่งเป็นแหล่งก่ออาชญากรรมข้ามชาติสำคัญ

เตรียมรับเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 61 คน
รายงานระบุว่ากองกำลังพิทักษ์ชายแดน BGF จะปล่อยตัวเหยื่อชาวต่างชาติจำนวน 61 คน ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ผ่านทางสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 โดยในจำนวนนี้ประกอบด้วยชาวจีน 39 คน คาซัคสถาน 1 คน อินโดนีเซีย 5 คน เอธิโอเปีย 1 คน ปากีสถาน 1 คน มาเลเซีย 1 คน และอินเดีย 13 คน หลังจากผ่านกระบวนการคัดกรองระดับชาติ (NRM) เพื่อยืนยันสถานะของผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์หรือความเกี่ยวข้องกับขบวนการอาชญากรรม

นายภูมิธรรมได้แสดงความมุ่งมั่นในการลงพื้นที่เพื่อประสานงานและรับตัวเหยื่อด้วยตนเอง พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการตัดวงจรอาชญากรรมในพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะการตัดไฟฟ้าและการควบคุมการขนส่งน้ำมันข้ามแดน เพื่อปิดโอกาสให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ดำเนินธุรกิจผิดกฎหมาย

“บิ๊กหวาน” สั่งลุยสกัดแก๊งคอลฯ ย้ายฐานไปกัมพูชา
พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรีเพื่อประชุมวางแผนป้องกันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่อาจย้ายฐานจากเมียนมาไปยังประเทศกัมพูชา

พล.ต.อ.ธัชชัยกล่าวว่า การปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเมียวดีประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่มีแนวโน้มว่ากลุ่มอาชญากรรมเหล่านี้จะย้ายฐานปฏิบัติการไปยังชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มนี้สามารถตั้งฐานใหม่ได้

“เราได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่ชายแดนตรวจสอบการเคลื่อนไหวของชาวต่างชาติที่เข้า-ออกประเทศกัมพูชาอย่างเข้มงวด รวมถึงสกัดกั้นการขนย้ายอุปกรณ์และเครือข่ายของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อประเมินสถานการณ์ภายใน 3 เดือนข้างหน้า” พล.ต.อ.ธัชชัยกล่าว

“รมช.มหาดไทย” ย้ำรัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ
ในขณะเดียวกัน น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ตอบกระทู้ถามสดในสภาเกี่ยวกับการจัดการแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาดังกล่าว และได้ดำเนินมาตรการหลายด้านเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

“รัฐบาลได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดทำงานเชิงรุก โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนและชายฝั่ง เพื่อป้องกันการสนับสนุนการทำผิดกฎหมาย รวมถึงการตรวจสอบท่าข้ามที่น่าสงสัย และการส่งน้ำมันใต้ดิน” น.ส.ธีรรัตน์กล่าว

เธอยังเสริมว่า รัฐบาลได้เน้นย้ำการทำงานร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น จีน เพื่อแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะการตัดไฟฟ้าและการสกัดการสนับสนุนทรัพยากรที่ใช้ในการกระทำผิดกฎหมาย

สรุปสถานการณ์และความท้าทาย

การแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ในพื้นที่ชายแดนยังคงเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานความมั่นคง ตำรวจ ทหาร และประชาชนในพื้นที่ แม้ว่ามาตรการต่างๆ จะเริ่มเห็นผล แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังการย้ายฐานของกลุ่มอาชญากรรม และเตรียมแผนรองรับเหยื่อการค้ามนุษย์ที่อาจหลั่งไหลกลับเข้ามาในประเทศไทย

การดำเนินงานครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาล แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างยั่งยืน
 

หน้าแรก » การเมือง