วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569 22:33 น.

การเมือง

"อนุทิน" เปิดอบรม นปส. รุ่น 83 ย้ำการเป็นผู้บริหารที่ดี ต้องรู้จักให้อภัย ใช้ซอฟต์พาวเวอร์สานความร่วมมือให้ปฏิบัติราชการสำเร็จเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและชาติบ้านเมือง

วันจันทร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.47 น.

"อนุทิน" เปิดอบรม นปส. รุ่น 83 ย้ำการเป็นผู้บริหารที่ดี ต้องรู้จักให้อภัย ใช้ซอฟต์พาวเวอร์สานความร่วมมือให้ปฏิบัติราชการสำเร็จเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและชาติบ้านเมือง ยันจัดสอบนายอำเภอโปร่งใส เป็นธรรมไร้ซื้อข้อสอบ  ลั่นต้องใช้แรงเยอะหลังลือเขย่าเก้าอี้ มท.1 ภูมิใจไทย งงสัญญาณปรับ ครม. ส่งไปที่สื่อ 

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2568   เวลา 09.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดการศึกษาอบรมหลักสูตรนักปกครองระดับสูง (นปส.) รุ่นที่ 83 พร้อมบรรยายพิเศษหัวข้อ "ประสบการณ์นักบริหาร" และเป็นประธานพิธีรับเหรียญที่ระลึกพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อมอบให้แก่ผู้เข้ารับการศึกษาอบรมฯ ณ ห้องประชุมอัษฎางค์ ชั้น 5 อาคารดำรงราชานุสรณ์ กระทรวงมหาดไทย

นายอนุทิน กล่าวว่า การเข้าอบรมตามหลักสูตร นปส. ถือเป็นจุดที่ผู้เข้ากำลังจะได้เปลี่ยนผ่านจากผู้ปฏิบัติ สู่การเป็นบริหารระดับสูงของหน่วยงาน เป็นโอกาสให้เพื่อนข้าราชการจากกระทรวงต่าง ๆ ได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และที่สำคัญ คือ เป็นหลักสูตรที่สำนักงาน ก.พ. รับรอง ว่าเป็นหลักสูตรเสมือนหลักสูตรนักบริหารระดับสูง (นบส.) ที่มีศักดิ์และสิทธิ์เท่ากัน 

นายอนุทิน กล่าวในช่วงหนึ่งของการบรรยายว่า การเป็นผู้บริหารต้องหาวิธีที่จะไปถึงจุดหมาย (กรอบนโยบาย) ที่วางไว้  แต่ต้องไม่ขัดต่อระเบียบกฎหมายและไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน และการเป็นผู้บริหารที่ดี ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ใด ก็จะทำให้องค์กรเจริญรุ่งเรืองได้  

นอกจากนี้ การเป็นผู้บริหารที่ดี ต้องรู้จักให้อภัย "forgive but not forget" ต้องมีความอดทนอดกลั้น ฟังผู้ใต้บังคับบัญชา ใช้อำนาจตามระเบียบตามกฎหมายอย่างถูกต้อง ใช้ Soft Power แทน Hard Power ซึ่งจะบันดาลให้เกิดความสำเร็จได้มากกว่า อีกทั้งต้องปกป้องดูแลลูกน้อง และใช้ความรู้ความสามารถ สายใยความสัมพันธ์อันดีมาใช้ให้งานสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดกับองค์กร แม้ว่าจะเจอสิ่งที่ท้าทายหลากหลายมากมาย แต่เราก็จะผ่านไปได้ เรารู้อะไรไม่สู้รู้จักกัน ร่วมมือช่วยกันแก้ไขปัญหาให้กับบ้านเมือง

"ขอให้ช่วงเวลา 11 สัปดาห์ตลอดหลักสูตร เป็นโอกาสที่ผู้อบรบหลักสูตรใช้ให้คุ้มค่า สร้างความรู้ ความสัมพันธ์อันจะนำไปสู่การทำงานและสนับสนุนงานร่วมกัน ใช้อานิสงส์จากการเรียนให้เกิดพลังในการปฏิบัติราชการให้สำเร็จและดีที่สุดต่อประชาชนและประเทศชาติบ้านเมือง"นายอนุทิน กล่าว 

สำหรับพิธีเปิดฯ ในวันนี้ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงมหาดไทย นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คณะผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย คณาจารย์ประจำหลักสูตร พร้อมผู้เข้าร่วมศึกษาอบรมรวม 100 คน ร่วมรับฟัง 

 ยันจัดสอบนายอำเภอโปร่งใส เป็นธรรมไร้ซื้อข้อสอบ

ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน กล่างถึงการประกาศรายชื่อข้าราชการ ในสังกัดกรมการปกครองให้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรนายอำเภอ รุ่น 85 รุ่น 86 รุ่น 87 จำนวน 300 ราย และมีเสียงสะท้อนจากบรรดาข้าราชการเป็นไปด้วยความโปร่งใส ว่า ตนคิดว่าเรื่องซื้อขายตำแหน่งมีแต่คนพูด แต่จริงๆเรื่องนี้ไม่มี จะไปซื้อขายตำแหน่งได้อย่างไร เพราะมีการเปิดสอบ อย่างเปิดเผย มีสถาบันการศึกษาภายนอก มาเป็นผู้ดำเนินการ ออกข้อสอบ ให้คะแนน และ ตรวจข้อสอบ ทุกอย่างเป็นไปตามสิ่งที่ควรจะเป็น

เมื่อถามว่า ก่อนยุคนายอนุทิน เป็นมท. 1 มีการใช้เงินหรือไม่ จึงจะสอบเข้าหลักสูตรนายอำเภอได้ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี เป็นการพูดกันไป อย่างในยุคของตน และมีการสอบครั้งแรกตั้งแต่เข้ามาเป็นรมว.มหาดไทย ตนได้ให้แนวทางอย่างเดียว คนที่เก่งและมีความสามารถเท่านั้น ที่ควรจะเข้ารับสนับสนุนไปเรียนหลักสูตรดังกล่าว เพราะคนเหล่านี้ต้องไปเติบโต ก้าวหน้า และ บำบัดทุกข์บำรุงให้พี่น้องประชาชน จึงต้องได้คนที่มีความพร้อมจริงๆ

เมื่อถามว่าก่อนหน้ามีคนไปร้องเรื่องซื้อข้อสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอ นายอนุทิน กล่าวว่า นายอนุทิน กล่าวว่า ตนได้รับรายงานอย่างเดียวว่า ทุกอย่างดำเนินการด้วยความโปร่งใส รอบคอบ และตรวจสอบได้ และเรื่องนี่ก็ห่างจากการสั่งการของตน เพราะเป็นเรื่องของกรมการปกครอง ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับอธิบดีกรมการปกครอง ซึ่งตนในฐานะฝ่ายบริหาร ก็บอกไปว่าให้ดำเนินการทุกอย่างถูกต้องและปราจาศข้อครหา และผลที่ออกมาก็ถือว่าเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และคนที่ไม่ได้ก็ยอมรับพร้อมระบุว่าต่อไปจะเตรียมตัวให้ดีขึ้น

ลั่นต้องใช้แรงเยอะหลังลือเขย่าเก้าอี้ มท.1 ภูมิใจไทย งงสัญญาณปรับ ครม. ส่งไปที่สื่อ  

นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวพรรคเพื่อไทยจะดึงกระทรวงมหาดไทยกลับคืนว่า ก็เห็นตามข่าวหนังสือพิมพ์ แต่ไม่มีความกังวล เพราะเราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล จัดตั้งรัฐบาลมาด้วยกัน พรรคภูมิใจไทย มี สส. 71 คน เราก็ยกมือสนับสนุนนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย ที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลมาถึง 2 คนแล้ว คือนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน และ นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ก็เป็นสิ่งที่เรามาร่วมรัฐบาลจนถึงทุกวันนี้ ทำงานร่วมกันก็ไม่เคยมีปัญหาอะไร ตอบสนองข้อสั่งการของนายกฯ ในทุกเรื่อง พร้อมยืนยันว่า นายกฯ ยังไม่เคยพูดเรื่องปรับ ครม. ทั้งนี้ การปล่อยข่าวแบบนี้เป็นการเขย่าเก้าอี้กระทรวงมหาดไทย และพรรคภูมิใจไทยหรือไม่

นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องใช้แรงเยอะนะ ไม่น่าจะมีเรื่องพวกนี้ จะเขย่าทำไม ต่างคนต่างทำงาน ไม่เห็นมีปัญหาอะไรในการทำงาน ทำงานร่วมกันมาจะ 2 ปีอยู่แล้ว ทุกคนก็ทำงานก็ได้รับเกียรติ และนายกฯ ก็สั่งงานตลอดเวลา เช่น เรื่องตึก สตง. ถล่ม ก็ติดตามให้กรมโยธาธิการ ของกระทรวงมหาดไทย เร่งหาสาเหตุให้ชัดเจนโดยเร็ว ตอนนี้ในภาควิชาชีพต่างๆก็เริ่มเห็นพ้องต้องกันว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากจุดไหน ส่วนผลนิด้าโพล ที่ออกมาว่าควรปรับ ครม. โดยกระทรวงมหาดไทยอยู่ลำดับที่ 6 นายอนุทิน บอกว่า โล่งอก เรื่องปรับ ครม. ขอเป็นบ๊วย

ขณะที่มีกระแสข่าวตัดพรรคภูมิใจไทยออกจากพรรคร่วมรัฐบาล นายอนุทิน กล่าวว่า อย่างที่บอกมาด้วยกันอย่างดี พรรคภูมิใจไทยให้การสนับสนุนนายกฯ จากพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด และเป็นพรรคที่ประกาศประกาศชัดเจนว่าในการปฏิบัติราชการแผ่นดิน ถ้านายกฯ ไม่ทำผิดกฎหมายใด ไม่ทำผิดจริยธรรมหรือศีลธรรมใด ถ้าถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสภาฯ พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคแรกที่ออกมาบอกว่าจะปกป้อง และให้ความไว้วางใจ สนับสนุนการทำงานของนายกฯ โดยปราศจากเงื่อนไขใดๆ ตามสมการ สามารถปรับออกได้จริงหรือไม่

นายอนุทิน กล่าวว่า เราจะไปดูคณิตศาสตร์อย่างเดียวไม่ได้ มันต้องดูเรื่องความผูกพัน ความร่วมมือในการทำงาน และความตั้งใจที่จะร่วมรัฐบาล ถ้าจำได้พรรคภูมิใจไทยถูกเชิญให้ไปร่วมรัฐบาล ในช่วงเดือนกรกฎาคมหรือสิงหาคม 2566 เมื่อมีการหารือกันเราก็เห็นว่าน่าจะร่วมกันทำงานได้ดี ก็ร่วมรัฐบาลและยั่งยืนมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่เห็นเหตุผลที่จะต้องปรับเปลี่ยนอะไร เพราะการทำงานไม่มีปัญหา ยังงว่าทำไมฝั่งสื่อถึงมีการให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ส่วนพรรคภูมิใจไทยถูกมองว่ามีอำนาจต่อรองมาก นายอนุทิน ยืนยัน ไม่มีคำว่าต่อรองอะไรทั้งสิ้น ถ้าต่อรองก็คงไม่มีอยู่แค่นี้

นายอนุทิน ยังยอมรับด้วยว่า ก่อนสงกรานต์ได้มีการไปรับประทานอาหารเย็นร่วมกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และแขกจากต่างประเทศที่เคยรู้จักกัน นายทักษิณจึงชวนตนไปทานอาหารด้วย ซึ่งการพูดคุยวันนั้นไม่ใช่เรื่องการเมือง เพราะตนก็เป็นรู้จักกับแขกของนายทักษิณด้วย ไม่มีนักการเมือง ไม่มีรัฐมนตรี แต่เป็นเรื่องส่วนตัว
 

 
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง