การเมือง
ปลัด มท. “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” สนองนโยบาย “นายกฯ อนุทิน” เรียกประชุมถกผู้ว่าฯ นายอำเภอ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา เตรียมความพร้อม
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
ปลัด มท. “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” สนองนโยบาย “นายกฯ อนุทิน” เรียกประชุมถกผู้ว่าฯ นายอำเภอ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา เตรียมความพร้อมแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ธำรงการสื่อสาร ดูแลความปลอดภัย พร้อมอพยพประชาชนตลอดเวลา ย้ำ ทุกจังหวัด ทุกอำเภอ “ต้องพร้อมทำได้ทันที”
เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 เวลา 17.10 น. ภายหลังเดินทางกลับจากตรวจสถานการณ์อุทกภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยาร่วมกับนายกรัฐมนตรี “นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุมเตรียมการรับมือสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา” โดยมี นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน นายชูชีพ พงษ์ไชย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านบริหาร นายบุญช่วย หอมยามเย็น รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคง นายอัธยา นวลอุทัย ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมดำรงธรรม ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมการปกครอง พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี จันทบุรี ตราด และสระแก้ว รวมถึงหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference
นายอรรษิษฐ์ เผยว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 10 พ.ย. 68 เกิดเหตุกำลังพลเหยียบกับระเบิดบริเวณพื้นที่ห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ขณะปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเส้นทาง เป็นเหตุให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ 2 นาย รายแรกอาการข้อเท้าขวาขาด และรายที่สองมีอาการแน่นหน้าอกจากแรงอัด ส่งผลให้มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บ 7 ราย โดยจากการตรวจสอบของกองทัพพบว่า ทางกัมพูชาพยายามกระทำการละเมิดข้อตกลงสันติภาพ โดยยิงยั่วยุมายังประเทศไทย ส่งผลทำให้ทหารทั้งสองฝ่ายประจันหน้ากัน และสถานการณ์ชายแดนกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง
“นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีบัญชาให้เรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติเมื่อวานนี้ (11 พ.ย. 68) ในช่วงเช้าก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีซึ่งการประชุมเป็นไปอย่างยาวนาน จนทำให้การประชุมคณะรัฐมนตรีล่าช้า โดยในที่ประชุมได้มีการหารือและประเมินสถานการณ์การปฏิบัติต่อถ้อยแถลงผลการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรไทยและราชอาณาจักรกัมพูชาที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยที่ประชุมมีมติให้ระงับปฏิญญาสันติภาพชายแดนไทย-กัมพูชา ด้วยเหตุจากการละเมิดข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมา ประเทศไทยพยายามทำตามปฏิญญาตลอด แต่ก็ถูกละเมิดจากกัมพูชา และจากการพิสูจน์ทราบได้รับการยืนยันว่า ทุ่นระเบิดที่ทหารไทยเหยียบไม่ใช่ระเบิดเก่า”
นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้มีบัญชาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ให้คณะรัฐมนตรี กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระงับการดำเนินการตามปฏิญญาสันติภาพที่ได้ลงนามอย่างไม่มีกำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “กระทรวงมหาดไทย” ให้มีการเตรียมความพร้อมพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย จึงเป็นที่มาของการจัดประชุมเตรียมการรับมือฯ ในวันนี้
“คนมหาดไทยซึ่งเป็นผู้ที่ต้องดูแลพี่น้องประชาชนเป็นหลักเพื่อให้พี่น้องทหารหาญที่ทำหน้าที่อยู่แนวหน้าบริเวณชายแดนจะได้ดูแลพื้นที่อธิปไตยไทยอย่างเต็มกำลัง จึงขอให้ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ทั้งส่วนกลาง และจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชาทั้ง 7 จังหวัด ได้เตรียมแผนเผชิญเหตุ ตามที่เคยซักซ้อมและปฏิบัติในห้วงที่ผ่านมา ด้วยการทบทวนบทเรียนพร้อมทั้งวางแผนเกี่ยวกับการบริหารจัดการในครั้งนี้ว่ายังมีส่วนใดขาดตกบกพร่องหรือยังมีส่วนใดที่จะต้องแก้ไขจากการปฏิบัติในครั้งนี้ที่ผ่านหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลความปลอดภัยพี่น้องประชาชน การประเมินสถานการณ์ จำนวนประชากรในพื้นที่เสี่ยง เพื่อหากเกิดเหตุการณ์ที่จำเป็น “ต้องพร้อมทำได้ทันที” ทั้งสถานที่อพยพ ยวดยานพาหนะที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายประชาชน รวมถึงกำลังพลอาสาสมัครทั้ง อส. และ ชรบ. ที่จะต้องดูแลความปลอดภัยตลอดจนทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน เพราะในห้วงที่ผ่านมา ยังมีประชาชนบางส่วนที่อพยพไม่ทันส่งผลให้ได้รับผลกระทบ”
นายอรรษิษฐ์ ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเน้นย้ำว่า “ให้นายอำเภอที่อยู่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนได้เน้นย้ำปลัดอำเภอประจำตำบล และประสานกับฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ว่า หากเกิดเหตุการณ์ เราต้องพยายามอพยพเคลื่อนย้ายพี่น้องประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัยให้เร็วที่สุด” โดยพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ก็จะต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน ไม่แออัด และต้องมีความสะอาด ทำให้ประชาชนมีความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน หรือใกล้เคียงกับการอยู่บ้านให้มากที่สุด ทำให้เขารู้สึกว่าไม่ได้ลำบาก มีอาหารการกินที่ดี โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนายอำเภอ ต้องช่วยกันดูแลในส่วนนี้ รวมทั้งเตรียมด้านสาธารณสุข การดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ทุพพลภาพ โดยประสานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดและสาธารณสุขจังหวัดบูรณาการภารกิจ
ประการต่อมา การจัดเตรียมความพร้อมด้านมนุษยธรรม ด้วยการตั้งศูนย์ช่วยเหลือด้านต่าง ๆ เช่น โรงพยาบาลสนาม ที่ต้องมีแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ประจำศูนย์ที่สามารถช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับบาดเจ็บได้ทันที รวมถึงต้องตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของบังเกอร์หรือหลุมหลบภัยให้มีความสมบูรณ์ อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้จริง ไม่ใช่เข้าไปแล้วมีน้ำเจิ่งนองหรือมีของอะไรวางเกะกะอยู่ และจะตรวจสอบความพร้อมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมา กรมการปกครองได้สนับสนุนงบประมาณปรับปรุงให้กับจังหวัดต่าง ๆ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมถึงยุทโธปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัยจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตที่รับผิดชอบและเขตใกล้เคียง นอกจากนี้ ให้สั่งการกำนันผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นบุคลากรที่อยู่ใกล้ชิดกับฝ่ายปกครอง ดำเนินการตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังอย่างเต็มกำลังความสามารถ บูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีผลัดเวรดูแลด้านต่าง ๆ และแวะเวียนไปสร้างความรับรู้เข้าใจ ความตระหนักรู้ และความอบอุ่นใกล้ชิดให้กับพี่น้องประชาชน และที่สำคัญ ต้องมีเวรเฝ้าระวังความปลอดภัยทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในหมู่บ้าน เพราะในยามคับขันมักจะมีผู้ไม่ประสงค์ดีฉวยโอกาสแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมเป็นขโมยขโจรซ้ำเติมพี่น้องประชาชน เราต้องพึงระลึกเสมอว่า “โลกชอบเล่นตลกและเหตุการณ์มักจะมาตอนเราไม่ได้เตรียมตัว”
นายอรรษิษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ ตลอดจนฝ่ายปกครองทุกส่วน ต้องให้ความสำคัญกับ “ระบบเตือนภัย” การเตือนภัยต้องรวดเร็ว ทั้ง Cell Broadcast หอกระจายข่าว ต้องสแตนบายพร้อมปฏิบัติงานทันที ธำรงระบบการสื่อสารในพื้นที่ให้พร้อมตลอดเวลา โดยใช้ระบบ Radio Trunk เป็นระบบการสื่อสารหลักในช่วงเวลาเกิดภาวะที่อาจส่งผลให้การติดต่อสื่อสารช่องทางอื่นได้รับผลกระทบ และติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหากต้องการขอรับการสนับสนุนจากส่วนกลางขอให้ได้แจ้งมายังกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหน่วยงานการประสานการปฏิบัติงานพื้นที่ชายแดนของกระทรวงมหาดไทยในมิติพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง
จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัด 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ได้รายงานถึงความพร้อมในการปฏิบัติการตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ทั้งด้านความพร้อมของหลุมหลบภัย แผนเผชิญเหตุ ศูนย์อพยพชั่วคราว อาหาร ยารักษาโรค ซึ่งขณะนี้ทุกจังหวัดมีความพร้อมบริหารจัดการสถานการณ์ 100%
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- “ดร.กิตติ” ชง 6 มาตรการแก้วิกฤตพลังงาน–เงินเฟ้อ เสนอ ครม.ลดเงินเดือน นำร่องเสียสละช่วยประชาชน 31 มี.ค. 2569
- มหาดไทยเดินหน้าหารือมาตรการความปลอดภัยผู้ใช้รถใช้ถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 69 และแนวทางการบริหารจัดการความปลอดภัยทางถนน เพื่อนำเสนอคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง 31 มี.ค. 2569
- “บิ๊กอดุลย์” ฟิตรับตำแหน่ง รมว.กลาโหม ประกาศงดรับของขวัญ ขอเพียงกำลังใจจากประชาชน 31 มี.ค. 2569
- ดันไทยสู่ฮับ AI ภูมิภาค! ‘อนุทิน’ เผย Microsoft พร้อมลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์ในไทย 31 มี.ค. 2569
- "ปธ.ศาลรธน." เผยกรอบคดีบัตรเลือกตั้งต้องเสร็จภายใน 1 ปี ปัดให้ความเห็นแก้รธน. ยอมรับมีข้อบกพร่อง 31 มี.ค. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
"น้ำบาดาลเพื่อชุมชน" หนุน อบต.วังพิกุล ท้องถิ่นเข้มแข็ง ประชาชนมีส่วนร่วม 17:48 น.- ห้ามขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิด สำหรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี 297 แห่ง 16:55 น.
- สะเทือนอาหารไทย! “ลุงป้อมชวนชิม” น้ำพริกไทใหญ่ 16:07 น.
- “ลุงป้อมชวนชิม” พาชิมอาหารใต้แท้รสจัดจ้านด้วยน้ำพริกไทใหญ่ ท่ามกลางบรรยากาศคาเฟ่สบาย ๆ เป็นกันเอง ตอบโจทย์ทั้งสายอาหารพื้นถิ่นและผู้ที่มองหามุมพักผ่อนชิล ๆ 14:42 น.
- ข้าวยากน้ำมันแพงสะเทือนโลก! นักวิชาการชี้ ‘พุทธเศรษฐศาสตร์’ ทางรอดไทยท่ามกลางวิกฤตสงครามสหรัฐฯ–อิหร่าน 13:11 น.


