การเมือง
"พล.ร.อ.สุวิทย์" ยกย่อง "พีระพันธุ์" ผู้จุดประเด็นปกป้อง "หลัก 73" พิทักษ์เขตแดนทางทะเล
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และ พลเรือเอก สุวิทย์ ธาระรูป อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเข้มข้นเกี่ยวกับปัญหาเขตแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะประเด็นหลักเขตที่ 73 ผ่านรายการ UTN talk ซึ่งเผยแพร่ทางเพจพรรครวมไทยสร้างชาติ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568
นายพีระพันธุ์กล่าวเปิดประเด็นว่า ตนเคยเดินทางไปตรวจเยี่ยมพื้นที่จังหวัดตราดซึ่งเป็นที่ตั้งของหลักเขต 73 เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หลังเกิดปัญหาพิพาทชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา บริเวณพื้นที่ อ.อำเภอกันทรลักษ จังหวัดศรีสะเกษ ใกล้เขาพระวิหาร ในปี 2551 ด้วยความกังวลว่า ปัญหาเขตแดนทางบกจะกระทบต่อเนื่องลงมาถึงหลักเขตที่ 73 ซึ่งอาจมีผลต่อการลากเส้นแบ่งเขตแดนในทะเล และได้หารือความกังวลนี้กับ พลเรือเอก สุวิทย์ ในขณะนั้น เพื่อหาทางปกป้องเส้นแนวเขตแดนทางทะเลของไทย
นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ตนมีความเป็นห่วงสถานการณ์ระหว่างไทย-กัมพูชาใน 2 เรื่องหลัก สถานการณ์แรกคือ หลักเขตที่ 73 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการลากเส้นแบ่งเขตแดนในทะเล และสถานการณ์ที่สองคือ ทางกัมพูชาได้ถมทะเลออกไปเป็นระยะทางหลายร้อยเมตร โดยอ้างว่าเป็นแนวกันคลื่น ซึ่งตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศบางฉบับ การถมทะเลอาจถือเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดิน และอาจทำให้เกิดการลากเส้นแบ่งใหม่ได้
ด้าน พล.ร.อ. สุวิทย์ ในฐานะที่เคยเป็นผู้แทนเข้าร่วมประชุมที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ก็มีความกังวลในเรื่องดังกล่าว และยืนยันว่า นายพีระพันธุ์เป็นผู้จุดประเด็นข้อกังวลเกี่ยวกับหลักเขตที่ 73 เป็นคนแรก
"คุณพีระพันธุ์เป็นคนแรกที่มีความกังวลเกี่ยวกับหลักเขตที่ 73 ซึ่งผมก็ดีใจ เพราะว่าความสำคัญของหลักเขตที่ 73 จะทำให้ความเปลี่ยนแปลงในเขตทะเลอย่างมาก เคลื่อนไปนิดหน่อย ก็ทำให้องศาเปลี่ยน องศาเปลี่ยนแล้วจะยิ่งกว้างไกลออกไปอีก แล้วสิ่งที่สำคัญคือผลกระทบต่อเรื่องทรัพยากรพลังงานใต้ท้องทะเล โดยเฉพาะในเขตไหล่ทวีป "
นายพีระพันธุ์ยังระบุอีกว่า การสำรวจเขตแดนใหม่ระหว่างไทยกับกัมพูชาไม่ใช่เรื่องจำเป็น เพราะเส้นเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาเป็นที่ยอมรับมาตั้งแต่สมัยที่ฝรั่งเศสทำไว้ มีการปักหลักเขต หลักหมุดเรียบร้อยแล้ว พร้อมแสดงความกังวลว่าหากมีการสำรวจใหม่ตั้งแต่ทางตอนเหนือ (ภาคอีสาน) ลงมา อาจส่งผลกระทบต่อหลักเขตที่ 73 ได้
นายพีระพันธุ์ และ พล.ร.อ.สุวิทย์ เห็นตรงกันว่า หากมีหลักเขตหายไป ก็ควรใช้สนธิสัญญาเดิมระหว่างไทยกับฝรั่งเศสเป็นแม่บทในการค้นหาและปักแทนจุดที่หายไป เนื่องจากในสนธิสัญญาเดิมมีการระบุรายละเอียดของหมุดไว้อย่างชัดเจน เช่น อาศัยหลักธรรมชาติ หรือใช้สันปันน้ำเป็นหลักบนภูเขา หรือใช้ร่องน้ำในลำน้ำ ตนเสนอว่าควรจะแก้ปัญหาเฉพาะจุดที่มีปัญหาเท่านั้น ไม่ใช่ตลอดแนว
ในประเด็นเกี่ยวกับ MOU 43 และ 44 นั้น นายพีระพันธุ์ชี้ให้เห็นว่า ทหารไทยและทหารกัมพูชาใช้แผนที่มาตราส่วน 1:50,000 ในการปฏิบัติหน้าที่เหมือนกัน แต่ทำไม MOU 43 ถึงไปอ้างอิงแผนที่ 1:200,000 ที่กัมพูชาพยายามนำมาอ้าง ผมพยายามหาความเป็นมาว่าการอ้างอิงแผนที่ที่ต่างกันนี้มีที่มาอย่างไร และโดยส่วนตัว ตนไม่เห็นด้วยกับ MOU 43 และ 44
ด้านการเผชิญหน้ากับความไม่เป็นสากลของกัมพูชา นายพีระพันธุ์และ พล.ร.อ. สุวิทย์ ต่างเห็นพ้องว่า ฝ่ายไทยมีความเป็นสุภาพบุรุษ แต่กัมพูชามักทำอะไรตามอำเภอใจและไม่สนใจหลักเกณฑ์สากลมาตลอด เช่น การขีดเส้นตรงแทนการใช้ร่องน้ำตามสนธิสัญญาเดิม และการถมทะเลสร้างเขื่อน ในขณะที่ไทยปฏิบัติการตามหลักเกณฑ์สากลมาโดยตลอด แต่กลับเสียเปรียบทุกครั้ง
เกี่ยวกับการถมทะเลของกัมพูชา พล.ร.อ. สุวิทย์ ระบุว่า ทางกองทัพเรือได้ร้องเรียนไปตามลำดับชั้นผ่านคณะกรรมการชายแดนไทย-กัมพูชา และรัฐบาลรับทราบแล้ว แต่จนถึงปัจจุบันการถมทะเลก็ยังคงอยู่ และกัมพูชาก็ไม่ได้รื้อถอน นายพีระพันธุ์จึงเสนอแนวคิดว่า ในเมื่อเราเป็นฝ่ายตั้งรับมาตลอด ประเทศไทยควรลองถมทะเลบ้างเพื่อป้องกันคลื่นเช่นเดียวกับที่กัมพูชาอ้าง
พล.ร.อ. สุวิทย์ ตั้งข้อสังเกตส่วนตัวว่า ปัญหาชายแดนที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มาจากความต่อเนื่องของผู้นำรัฐบาลกัมพูชา
" ขณะที่รัฐบาลไทย นายกฯ มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ที่เปลี่ยนไปตามวาระ แต่ทางฝั่งกัมพูชา ผู้นำอยู่ยาว 40-50 ปี และยังมีอำนาจอยู่ เพราะฉะนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ ฮุนเซนล้วนๆ"
นายพีระพันธุ์ ได้สอบถาม พล.ร.อ. สุวิทย์ ว่าจะมีวิธีการกำหนดนโยบายเรื่องเขตแดนของไทยให้มีความต่อเนื่องและทุกรัฐบาลต้องถือปฏิบัติได้หรือไม่ พล.ร.อ. สุวิทย์ เห็นด้วยกับการตั้งกรอบนโยบายตามแนวคิดที่นายพีระพันธุ์เสนอ ส่วนในระดับผู้ปฏิบัติงานนั้น ตนใช้หลักการทูตนำการทหาร คือให้เจ้าหน้าที่ในระดับล่างคุยกันด้วยความจริงใจ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยแก้ปัญหาการรุกล้ำซึ่งกันและกันได้
ในเรื่องการพัฒนากองทัพ พล.ร.อ. สุวิทย์ เห็นว่ากองทัพไทยควรพัฒนาไปสู่มาตรฐานสากล เช่นเดียวกับมาเลเซียและสิงคโปร์ โดยเน้นให้กองทัพมีโครงสร้างที่กะทัดรัด มีความคล่องแคล่ว มีกำลังพลน้อยลง แต่มีอำนาจในการรบสูงขึ้น และจัดกำลังพลตามยุทธศาสตร์ชาติและยุทธศาสตร์ทหาร ซึ่งเน้นการป้องกันประเทศจากภัยคุกคามหลัก เช่น ปัญหาชายแดนกับกัมพูชา
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- “ดร.กิตติ” ชง 6 มาตรการแก้วิกฤตพลังงาน–เงินเฟ้อ เสนอ ครม.ลดเงินเดือน นำร่องเสียสละช่วยประชาชน 31 มี.ค. 2569
- มหาดไทยเดินหน้าหารือมาตรการความปลอดภัยผู้ใช้รถใช้ถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 69 และแนวทางการบริหารจัดการความปลอดภัยทางถนน เพื่อนำเสนอคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง 31 มี.ค. 2569
- “บิ๊กอดุลย์” ฟิตรับตำแหน่ง รมว.กลาโหม ประกาศงดรับของขวัญ ขอเพียงกำลังใจจากประชาชน 31 มี.ค. 2569
- ดันไทยสู่ฮับ AI ภูมิภาค! ‘อนุทิน’ เผย Microsoft พร้อมลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์ในไทย 31 มี.ค. 2569
- "ปธ.ศาลรธน." เผยกรอบคดีบัตรเลือกตั้งต้องเสร็จภายใน 1 ปี ปัดให้ความเห็นแก้รธน. ยอมรับมีข้อบกพร่อง 31 มี.ค. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
"น้ำบาดาลเพื่อชุมชน" หนุน อบต.วังพิกุล ท้องถิ่นเข้มแข็ง ประชาชนมีส่วนร่วม 17:48 น.- ห้ามขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิด สำหรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี 297 แห่ง 16:55 น.
- สะเทือนอาหารไทย! “ลุงป้อมชวนชิม” น้ำพริกไทใหญ่ 16:07 น.
- “ลุงป้อมชวนชิม” พาชิมอาหารใต้แท้รสจัดจ้านด้วยน้ำพริกไทใหญ่ ท่ามกลางบรรยากาศคาเฟ่สบาย ๆ เป็นกันเอง ตอบโจทย์ทั้งสายอาหารพื้นถิ่นและผู้ที่มองหามุมพักผ่อนชิล ๆ 14:42 น.
- ข้าวยากน้ำมันแพงสะเทือนโลก! นักวิชาการชี้ ‘พุทธเศรษฐศาสตร์’ ทางรอดไทยท่ามกลางวิกฤตสงครามสหรัฐฯ–อิหร่าน 13:11 น.


