วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569 07:23 น.

การเมือง

โซเมียไทใต้เงาความมั่นคง สู่ภาพความเป็นจริงประกาศเอกราชกอทูเล

วันศุกร์ ที่ 09 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.31 น.

ต้นปี 2569 สถานการณ์ชายแดนไทย–เมียนมาด้านตะวันตกกลับมาอยู่ในความสนใจของสังคมไทยและนานาชาติอีกครั้ง หลังกลุ่มกองกำลังกะเหรี่ยง Kawthoolei Army (KTLA) ประกาศเอกราชจัดตั้ง “สาธารณรัฐกอทูเล” บริเวณรัฐกะเหรี่ยง ตรงข้ามอำเภอพบพระ จังหวัดตาก

เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างแรงสั่นสะเทือนด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และมนุษยธรรมเท่านั้น หากยังสะท้อน “รอยเลื่อน” สำคัญระหว่างจินตกรรมทางวิชาการเรื่อง “โซเมีย” กับความเป็นจริงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ประเทศไทยต้องเผชิญโดยตรง

ในช่วงเวลาเดียวกัน วงวิชาการไทยกลับกำลังถกเถียงอย่างคึกคักผ่านงานเสวนา “โซเมียไทในระยะเปลี่ยนผ่าน” ซึ่งพยายามรื้อฟื้นความเข้าใจเกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์ไทนอกพรมแดนรัฐชาติไทย โดยใช้กรอบแนวคิด “โซเมีย” (Zomia) และข้อเสนอใหม่อย่าง “กึ่งโซเมีย” (Semi-Zomia) เพื่ออธิบายความสัมพันธ์แบบยืดหยุ่น ระหว่างผู้คนบนพื้นที่สูงกับรัฐสมัยใหม่

จาก “โซเมียในตำรา” สู่ “โซเมียในสนามรบ”

แนวคิดโซเมียซึ่งถูกเสนอโดย Willem van Schendel และขยายความโดย James C. Scott เคยมองพื้นที่สูงของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่าเป็นดินแดนของผู้คนที่ “หลีกหนีรัฐ” อย่างจงใจ ทว่าการประกาศเอกราชของกอทูเลกลับท้าทายสมมติฐานดังกล่าวโดยตรง เพราะเป็นตัวอย่างของกลุ่มชาติพันธุ์ที่ไม่ได้ต้องการหนีรัฐ แต่ต้องการ “สร้างรัฐ” ของตนเอง

นักวิชาการไทยหลายคนชี้ว่า ปรากฏการณ์นี้สอดคล้องกับคำวิจารณ์ของ ศ.กิตติคุณ ดร.นิติ ภวัครพันธุ์ ที่เตือนว่า การมองโซเมียแบบเหมารวมอาจทำให้ไม่เห็นพลวัตทางการเมืองที่แท้จริงของกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งบางกลุ่มมีเป้าหมายเชิงรัฐนิยมและชาตินิยมอย่างเข้มข้น ไม่ต่างจากรัฐชาติสมัยใหม่

“โซเมียไท” กับ “โซเมียกอทูเล”: ภาพจำสองมาตรฐาน

รายงานวิเคราะห์ชี้ให้เห็นความย้อนแย้งในสังคมไทยอย่างชัดเจน เมื่อเปรียบเทียบภาพจำต่อกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในพื้นที่โซเมีย

กลุ่ม “ไท” นอกประเทศ เช่น ไทใหญ่ ไทเขิน หรือไทขาว มักถูกมองในฐานะ “เครือญาติที่พลัดพราก” เป็นโซเมียในเชิงบวก โรแมนติก และน่าเห็นใจ

ขณะที่กลุ่มกะเหรี่ยง โดยเฉพาะหลังการประกาศเอกราชกอทูเล กลับถูกมองเป็น “คนอื่น” และ “ภัยความมั่นคง” ที่ต้องรับมือด้วยมาตรการทหารและการควบคุมเข้มงวด

นักวิชาการมองว่า ความแตกต่างนี้สะท้อนการเลือกปฏิบัติทางชาติพันธุ์ที่ฝังรากลึก โดยรัฐและสังคมไทยพร้อมเปิดรับแนวคิด “กึ่งโซเมีย” เมื่อเกี่ยวข้องกับอัตลักษณ์ไท แต่ถอยกลับสู่กรอบคิดรัฐชาติอย่างแข็งตัวทันที เมื่อเผชิญกรณีกอทูเลซึ่งกระทบต่อเสถียรภาพชายแดนโดยตรง

ผลกระทบต่อไทย: จากพื้นที่เชื่อมต่อสู่เขตความมั่นคง

การประกาศเอกราชของสาธารณรัฐกอทูเลส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อประเทศไทย ทั้งการสู้รบที่รุนแรงขึ้น การปิดด่านและชะงักงันของการค้าชายแดนแม่สอด–เมียวดี ตลอดจนคลื่นผู้ลี้ภัยระลอกใหม่ที่เพิ่มภาระด้านมนุษยธรรม ขณะเดียวกัน ความหวาดระแวงของสังคมไทยต่อแรงงานข้ามชาติและผู้ลี้ภัยก็ทวีความรุนแรงขึ้นตามกระแสข่าวความไม่มั่นคง

บทเรียนเชิงนโยบาย: มองโซเมียด้วยสายตาใหม่

รายงานเสนอว่า ไทยจำเป็นต้องก้าวข้ามการทูตแบบรัฐต่อรัฐเพียงอย่างเดียว และยอมรับความจริงว่าพื้นที่ชายแดนมี “รัฐซ้อนรัฐ” และกลุ่มผู้มีอำนาจนอกระบบจำนวนมาก การเปิดช่องทางสื่อสารกับกลุ่มชาติพันธุ์ การบริหารชายแดนเชิงมนุษยธรรม และการปรับการรับรู้ของสังคมต่อชาติพันธุ์เพื่อนบ้าน จึงเป็นโจทย์เร่งด่วน

ท้ายที่สุด เหตุการณ์กอทูเลในปี 2569 เป็นเครื่องเตือนว่า “โซเมีย” ไม่ใช่เพียงแนวคิดโรแมนติกในห้องสัมมนา แต่คือพื้นที่มีชีวิตที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง และทุกความเปลี่ยนแปลงในโซเมีย ล้วนส่งแรงสะเทือนกลับมาถึงสังคมไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้.
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง