วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569 16:20 น.

การเมือง

นโยบายพลังงาน–ค่าครองชีพ ช่วยเศรษฐกิจไทยได้จริงหรือแค่ยาหอม

วันอาทิตย์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.50 น.

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนผ่านอำนาจทางการเมืองตามวาระ หากแต่เป็นหมุดหมายสำคัญที่เกิดขึ้นท่ามกลาง “พายุเศรษฐกิจและสังคม” ที่ถาโถมประเทศไทยอย่างรอบด้าน ทั้งภาวะการเติบโตต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษ หนี้ครัวเรือนระดับวิกฤต และความสามารถแข่งขันของอุตสาหกรรมที่ถดถอย

ในบริบทดังกล่าว “พลังงาน” โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าและราคาน้ำมัน ได้ยกระดับจากสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไป สู่การเป็น “สินค้าทางการเมือง” ที่ทุกพรรคการเมืองหยิบมาเป็นหัวใจของการหาเสียง เพื่อชิงความไว้วางใจจากประชาชนที่กำลังเผชิญค่าครองชีพสูงอย่างต่อเนื่อง

พลังงานโลกผ่อนคลาย เปิดเกมหาเสียงเข้มข้น

ต้นปี 2569 สถานการณ์ราคาน้ำมันโลกเริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลาย จากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และอุปทานที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ในไทยอย่าง ปตท. และบางจาก ปรับลดราคาขายปลีกลง 50 สตางค์ต่อลิตร ขณะเดียวกัน ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยงวด ม.ค.–เม.ย. 2569 ถูกปรับลดลงมาอยู่ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย

แม้ราคาพลังงานที่ลดลงจะช่วยบรรเทาค่าครองชีพในระยะสั้น แต่ก็กลายเป็น “ดาบสองคม” เพราะอาจทำให้การปฏิรูปโครงสร้างพลังงานและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดถูกชะลอออกไป

เพื่อไทยชู “ค่าไฟ 3.70 บาท” ประชานิยมบนฐานการบริหาร

พรรคเพื่อไทย ชูนโยบายเรือธง “ค่าไฟ 3.70 บาท” ควบคู่รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และรถเมล์ติดแอร์ 10 บาท หวังลดภาระค่าครองชีพแบบเห็นผลทันที โดยใช้กลไกการเจรจาลดต้นทุน การบริหารจัดการเชื้อเพลิง และการอุดหนุนจากรัฐ

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการเตือนว่า การกดราคาค่าไฟต่ำกว่าต้นทุนจริง อาจซ้ำเติมภาระหนี้สะสมของ กฟผ. และกลายเป็นระเบิดเวลาทางการคลัง หากไม่มีแผนจัดการหนี้และลงทุนโครงสร้างพื้นฐานพลังงานควบคู่กัน

พรรคประชาชน เดินเกมปฏิรูปโครงสร้าง ทลายทุนผูกขาด

ตรงกันข้าม พรรคประชาชนเสนอการแก้ปัญหาที่ต้นตอ ผ่านนโยบาย Single Pool Gas รวมก๊าซทุกแหล่งมาเฉลี่ยราคาเดียว เพื่อดึงกำไรส่วนเกินจากอุตสาหกรรมพลังงานกลับสู่ประชาชน ลดต้นทุนค่าไฟโดยไม่ต้องใช้งบอุดหนุน พร้อมผลักดันโซลาร์เซลล์เสรีและ Net Metering

แม้ได้รับคำชื่นชมว่าเป็นแนวทางยั่งยืน แต่ก็เผชิญแรงต้านจากกลุ่มทุนพลังงานและข้อจำกัดด้านกฎหมาย รวมถึงความเสี่ยงต่อการแข่งขันของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี

ภูมิใจไทย–รวมไทยสร้างชาติ ชูบทบาทรัฐเข้มข้น

พรรคภูมิใจไทยนำเสนอนโยบาย ฟรีโซลาร์เซลล์หลังคาบ้าน และ EV ราคาประหยัด เปลี่ยนรัฐจากผู้กำกับดูแลมาเป็นผู้ร่วมลงทุนกับประชาชน ขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติ เสนอแนวคิดรัฐนิยมเข้มข้น ยกเลิกกองทุนน้ำมัน และตั้งคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ หวังให้รัฐกำหนดราคาพลังงานได้โดยตรง

นักวิเคราะห์ชี้ว่า ทั้งสองแนวทางยังมีคำถามใหญ่เรื่องงบประมาณ ความพร้อมของโครงข่ายไฟฟ้า และความเสี่ยงต่อการบิดเบือนกลไกตลาด

นักวิชาการเตือน แข่งลดราคาอาจพาไทยติดกับดัก

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เตือนว่า การแข่งขันกันลดราคาพลังงานแบบประชานิยม อาจทำให้ไทยพลาดโอกาสเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และเสียความสามารถในการดึงดูดการลงทุนระดับโลกในยุคเศรษฐกิจสีเขียว

บทสรุป: เลือกระหว่างสบายสั้น กับยั่งยืนยาว

การเลือกตั้งปี 2569 จึงไม่ใช่เพียงการเลือกรัฐบาล แต่คือการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ ระหว่าง “ความสบายระยะสั้นจากการกดราคา” กับ “ความยั่งยืนจากการปฏิรูปโครงสร้าง” ซึ่งจะกำหนดทิศทางความมั่นคงทางพลังงานและเศรษฐกิจไทยในทศวรรษหน้า

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจึงต้องชั่งน้ำหนักว่า นโยบายใดจะไม่เพียงช่วยลดบิลค่าไฟวันนี้ แต่ยังไม่ทิ้งภาระหนี้และความเสี่ยงไว้ให้ประเทศในวันข้างหน้า.
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง