วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569 10:13 น.

การเมือง

เชียงใหม่ต้องก้าวล้ำด้วยนวัตกรรม! “กรณ์” ลงพื้นที่รับฟังเสียงชาวเมือง ชูวิสัยทัศน์ Reset เศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมชวนคนไทยทำการเมืองสุจริต

วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569, 12.44 น.

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 บรรยากาศยามเช้าของเมืองเชียงใหม่ในวันนี้เต็มไปด้วยความคึกคักเป็นพิเศษ เมื่อ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนด้วย “การเมืองแนวสร้างสรรค์” มุ่งเน้นการรับฟังและเสนอทางออกผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวล้านนาอย่างยั่งยืน 

เริ่มต้นภารกิจด้วยความเป็นสิริมงคล นายกรณ์ได้เดินทางเข้าสักการะ พระพุทธสิหิงค์ ณ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีเกิด (ปีมะโรง) ของทั้งนายกรณ์และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พร้อมเข้าขอพรจาก พระเทพสิงหวราจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระสิงห์ฯ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการทำงานเพื่อบ้านเมือง

ในช่วงหนึ่งของการลงพื้นที่บริเวณตลาดประตูเชียงใหม่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื้นตัน เมื่อชาวบ้านในพื้นที่ได้เข้ามาทักทายและฝากความในใจถึงนายอภิสิทธิ์ หัวหน้าพรรคฯ โดยย้ำว่า “พร้อมสนับสนุนพรรคที่ยึดถือความสุจริต เพื่อไปไล่ทุนเทาและนักการเมืองสีเทาให้ออกไปจากการเมืองไทย” นอกจากนี้ยังได้กล่าวขอบคุณนายกรณ์ถึงผลงานในอดีตอย่าง “โครงการไทยเข้มแข็ง” ที่สร้างประโยชน์ให้ชุมชนบ้านเกิดมาจนถึงปัจจุบัน พร้อมคาดหวังให้ทีมเศรษฐกิจมืออาชีพกลับเข้ามาแก้ปัญหาปากท้องที่กำลังซบเซา

“Reset เชียงใหม่” ก้าวสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัล

ท่ามกลางวงสนทนาที่เป็นกันเอง ณ ร้าน A love cafe นายกรณ์ได้จุดประกายความคิดในหัวข้อ “Reset เชียงใหม่ด้วยเศรษฐกิจดิจิทัล” ซึ่งเป็นการเมืองแบบ Policy-based หรือการนำนโยบายนำการเมือง โดยเน้นย้ำว่า “เราไม่ได้มาเพียงเพื่อเปลี่ยน แต่เรามาเพื่อ ‘Reset’ และอัปเกรดให้เชียงใหม่ก้าวทันโลกดิจิทัล โดยยังคงเสน่ห์ของรากเหง้าวัฒนธรรมล้านนาไว้ได้อย่างลงตัวและสง่างาม”

วงเสวนานี้เปิดกว้างให้ทั้งสื่อมวลชน ประชาชน และคนรุ่นใหม่ได้แลกเปลี่ยนมุมมองอย่างเท่าเทียม สะท้อนภาพการเมืองแห่งการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาด้วยนวัตกรรมและโปร่งใส ผนึกกำลังทุกภาคส่วน สู่เมืองอัจฉริยะที่ตรวจสอบได้

ในช่วงบ่าย นายกรณ์ได้สานต่อแนวคิดเศรษฐกิจดิจิทัลผ่านการหารือกับ นายจุมพล ชุติมา อดีตประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อบูรณาการความต้องการของภาคเอกชนเข้ากับนโยบายรัฐ ก่อนจะปิดท้ายภารกิจที่ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อรับฟังเสียงจากนักวิชาการและพลังของคนรุ่นใหม่

เป้าหมายสำคัญคือการร่วมกันออกแบบ “เชียงใหม่เมืองอัจฉริยะ (Smart City)” ที่ไม่เพียงแต่ทันสมัย แต่ต้องเป็นโมเดลการบริหารที่ “สุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้” เพื่อเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจของภาคเหนือและประเทศไทยต่อไป
 
 

หน้าแรก » การเมือง