วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569 02:40 น.

การเมือง

"ทฤษฎีสันติภาพของทรัมป์" ตั้งคณะกรรมการสันติภาพโลก  จับตาเดิมพันเชิงยุทธศาสตร์ไทย

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 10.33 น.

"ทฤษฎีสันติภาพของทรัมป์" กับคณะกรรมการสันติภาพโลก พลวัตใหม่ระเบียบโลก ท้าทายยูเอ็น จับตาเดิมพันเชิงยุทธศาสตร์ของไทย 

การหวนคืนสู่อำนาจของประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ในต้นปี 2025 ไม่เพียงเปลี่ยนทิศทางการเมืองภายในสหรัฐอเมริกา หากยังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อโครงสร้างระเบียบโลกอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการประกาศแผนยุติความขัดแย้งในฉนวนกาซา พร้อมข้อเสนอจัดตั้ง “คณะกรรมการสันติภาพ” (Board of Peace – BoP) ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลไกสันติภาพรูปแบบใหม่ที่ท้าทายระบบสหประชาชาติอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

นักวิชาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศวิเคราะห์ว่า แนวคิดดังกล่าวสะท้อนสิ่งที่เรียกว่า “ทฤษฎีสันติภาพของทรัมป์” (Trump’s Peace Theory) ซึ่งตั้งอยู่บนฐานของ สัจนิยมแบบแลกเปลี่ยน (Transactional Realism) และ พหุภาคีนิยมแบบกลุ่มย่อย (Minilateralism) มองความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในฐานะ “ธุรกรรม” มากกว่าพันธะทางศีลธรรม โดยให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่จับต้องได้ เช่น เงินลงทุน ความมั่นคง และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ มากกว่าหลักการสากลแบบดั้งเดิม

BoP: สันติภาพแบบบรรษัทภิบาล

โครงสร้างของ Board of Peace ถูกออกแบบให้คล้ายคณะกรรมการบริษัท (Corporate Board) มากกว่าองค์กรระหว่างประเทศ โดยมีประธานาธิบดีทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานถาวร มีอำนาจสูงสุดในการกำหนดทิศทางและใช้สิทธิยับยั้งการตัดสินใจ ขณะที่คณะกรรมการบริหารประกอบด้วยนักการเมืองระดับสูงและผู้นำภาคการเงินโลก

ประเด็นที่สร้างข้อถกเถียงอย่างกว้างขวาง คือข้อกำหนดให้ประเทศสมาชิกถาวรต้องจ่ายเงินสมทบสูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อแลกกับสถานะและสิทธิพิเศษในการเข้าถึงโครงการฟื้นฟู โดยเฉพาะในฉนวนกาซา นักวิชาการบางส่วนชี้ว่า นี่คือการทำให้ “สันติภาพกลายเป็นสินค้า” และเป็นการสถาปนาระเบียบโลกเชิงพาณิชย์ ที่เงินทุนและอำนาจมีน้ำหนักเหนือกฎหมายและหลักการระหว่างประเทศ

กาซา: ห้องทดลองของทฤษฎีทรัมป์

ฉนวนกาซาถูกใช้เป็นกรณีศึกษาหลักของ BoP ผ่านการจัดตั้งองค์กรเทคโนแครตปาเลสไตน์เพื่อบริหารพื้นที่ และกองกำลังรักษาเสถียรภาพนานาชาติที่ไม่อยู่ภายใต้ธงสหประชาชาติ แนวคิดนี้มุ่ง “ลดการเมือง” ของปัญหาความขัดแย้ง และแทนที่ด้วยการบริหารจัดการเชิงเศรษฐกิจ โดยเชื่อว่าหากคุณภาพชีวิตดีขึ้น ความรุนแรงจะลดลง

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่า แนวทางดังกล่าวอาจสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่อันตราย เพราะเปิดช่องให้พื้นที่ขัดแย้งถูกบริหารในลักษณะ “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” ภายใต้อำนาจของกลุ่มทุนข้ามชาติ มากกว่าการเคารพอธิปไตยของรัฐเจ้าของดินแดน

ไทยกับโจทย์การทูตไผ่ลู่ลม

สำหรับประเทศไทย การได้รับหนังสือเชิญให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกก่อตั้งของ Board of Peace ถูกมองว่าเป็นจุดหักเหสำคัญทางยุทธศาสตร์ ท่ามกลางบทบาทของไทยในฐานะรัฐขนาดกลางที่ดำเนินนโยบาย “การทูตไผ่ลู่ลม” ต้องรักษาสมดุลระหว่างสหรัฐอเมริกา จีน และโลกมุสลิม

ปัจจัยสำคัญคือความมั่นคงของแรงงานไทยในอิสราเอล ซึ่งมีมากกว่า 40,000 คน และเป็นกลุ่มเปราะบางในภาวะความขัดแย้ง การมีที่นั่งใน BoP อาจเปิดโอกาสให้ไทยมีเสียงในการกำหนดมาตรการคุ้มครองแรงงาน ขณะเดียวกัน โอกาสทางเศรษฐกิจจากการฟื้นฟูกาซาก็เป็นแรงจูงใจที่รัฐบาลไทยต้องพิจารณา

อย่างไรก็ตาม ค่าธรรมเนียมสมาชิก 1 พันล้านดอลลาร์ เป็นภาระทางการคลังที่สูง และอาจสร้างแรงเสียดทานทั้งในประเทศและบนเวทีโลก โดยเฉพาะต่อความสัมพันธ์กับประเทศมุสลิม ซึ่งไทยมีจุดยืนสนับสนุนแนวทาง “สองรัฐ” มาโดยตลอด

ท่าทีรัฐ: ซื้อเวลา ประเมินรอบด้าน

กระทรวงการต่างประเทศของไทยยืนยันว่า ได้รับคำเชิญและอยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียด พร้อมย้ำจุดยืนสนับสนุนสันติภาพที่ยั่งยืน นักวิเคราะห์มองว่านี่คือยุทธศาสตร์ “ซื้อเวลา” เพื่อประเมินต้นทุน–ผลประโยชน์ และรักษาช่องทางการเจรจากับทุกฝ่าย

ข้อเสนอเชิงนโยบายจากนักวิชาการคือ ไทยควรเลือกแนวทาง เข้าร่วมแบบมีเงื่อนไข ไม่ผูกมัดด้วยเงินก้อนใหญ่ แต่ใช้ศักยภาพด้านแพทย์ วิศวกรรม หรือการพัฒนาเกษตรกรรมเป็นเครื่องมือ พร้อมเดินหน้ารักษาดุลยภาพมหาอำนาจอย่างรอบคอบ

ในโลกที่สันติภาพถูกนิยามใหม่ภายใต้ตรรกะของตลาด การตัดสินใจของไทยในกรณี Board of Peace จะไม่ใช่เพียงการเลือกเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมองค์กรหนึ่ง หากแต่เป็นการกำหนดตำแหน่งยืนของประเทศในระเบียบโลกยุคใหม่ ที่ “อำนาจ เงินทุน และการเมือง” กำลังหลอมรวมกันอย่างไม่อาจแยกขาด 
 

หน้าแรก » การเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง