วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569 07:32 น.

การเมือง

"ดร.มหานิยม" ฝ่ากระแสพรรคใหญ่ ขอโอกาสเป็นพรรคทางเลือกใหม่ กาเบอร์ 6 เพื่อสกลนครที่เป็นธรรม

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.24 น.

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2569 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ไม่เพียงเป็นหมุดหมายสำคัญของการจัดระเบียบอำนาจทางการเมืองระดับชาติ หากยังเป็นเวทีทดสอบพลวัตใหม่ของการเมืองอีสาน โดยเฉพาะในจังหวัดสกลนคร เขตเลือกตั้งที่ 2 ซึ่งกำลังกลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิที่ถูกจับตามองมากที่สุด

จุดสนใจสำคัญอยู่ที่การลงสนามของ ดร.นิยม เวชกามา หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ดร.มหานิยม” ผู้สมัครหมายเลข 6 ในนาม พรรคโอกาสใหม่ อดีต สส. ที่มีบทบาทโดดเด่นด้านการขับเคลื่อนประเด็นพระพุทธศาสนา และการตัดสินใจแยกทางจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อฐานเสียงเดิมในพื้นที่

นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า การย้ายพรรคของ ดร.นิยม ไม่ใช่เพียงการปรับตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ของนักการเมืองรายบุคคล หากสะท้อนแนวโน้มใหม่ของการเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ “ศรัทธาเฉพาะกลุ่ม” และ “นโยบายอัตลักษณ์” เริ่มท้าทายอำนาจของแบรนด์พรรคการเมืองกระแสหลักอย่างจริงจัง

สกลนคร เขต 2: พื้นที่วิกฤตซ้อนวิกฤต

เขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดสกลนคร ครอบคลุมพื้นที่อำเภอกุสุมาลย์ โพนนาแก้ว โคกศรีสุพรรณ เต่างอย และบางส่วนของอำเภอเมืองสกลนคร แม้มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ แต่กลับเผชิญปัญหาเศรษฐกิจและสังคมร่วมกันอย่างรุนแรง

ข้อมูลด้านเศรษฐกิจชี้ว่า รายได้ต่อหัวของจังหวัดสกลนครยังอยู่ในระดับต่ำ เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายครัวเรือนที่สูงกว่าหลายเท่าตัว ส่งผลให้ครัวเรือนจำนวนมากต้องพึ่งพาเงินส่งกลับจากแรงงานย้ายถิ่นและการก่อหนี้สินเพื่อการบริโภค ขณะที่กลุ่มยากจนพิเศษยังมีรายได้เฉลี่ยต่อวันต่ำมากจนไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพขั้นพื้นฐาน

ปัญหาดังกล่าวซ้ำเติมด้วยโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไปสู่ “ครัวเรือนแหว่งกลาง” ผู้สูงอายุจำนวนมากต้องเลี้ยงดูหลานแทนพ่อแม่ที่ออกไปทำงานนอกพื้นที่ ส่งผลต่อทั้งคุณภาพชีวิตเด็ก เยาวชน และประสิทธิภาพภาคเกษตร ซึ่งกำลังเผชิญภาวะเกษตรกรสูงวัยอย่างหนัก

นอกจากนี้ ปัญหากรรมสิทธิ์ที่ดิน โดยเฉพาะพื้นที่รอบหนองหานและเขตป่าสงวน รวมถึงปัญหาดินเค็มที่ครอบคลุมเกือบครึ่งจังหวัด ยังเป็นชนวนความขัดแย้งทางสังคมและการเมืองที่เรื้อรังมานาน

“ดร.มหานิยม” กับอัตลักษณ์ทางการเมืองที่แตกต่าง

สิ่งที่ทำให้ ดร.นิยม เวชกามา แตกต่างจากผู้สมัครรายอื่น คืออัตลักษณ์ทางการเมืองที่เชื่อมโยงศาสนาเข้ากับนโยบายสาธารณะอย่างชัดเจน ด้วยพื้นฐานทางวิชาการด้านพุทธจิตวิทยา และบทบาทในฐานะผู้ผลักดันประเด็นพระพุทธศาสนาในสภา ทำให้เขามีภาพลักษณ์เป็น “ผู้พิทักษ์ศาสนา” ในสายตาชาวบ้านและคณะสงฆ์ในภาคอีสาน

เครือข่ายสนับสนุนของ ดร.นิยม จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มหัวคะแนนการเมืองแบบเดิม แต่ขยายไปถึงเครือข่ายวัด พระสงฆ์ และอุบาสกอุบาสิกา ซึ่งเป็นฐานเสียงที่มีความเหนียวแน่น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่เป็นประชากรหลักของเขตเลือกตั้งนี้

ถอดนโยบาย “กาเบอร์ 6 เพื่อสกลนครที่เป็นธรรม”

การหาเสียงของ ดร.นิยม ในปี 2569 ไม่ได้เน้นประชานิยมแจกเงินตามกระแสพรรคใหญ่ หากแต่ชูชุดนโยบายที่มุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ภายใต้วาทกรรม “สกลนครที่เป็นธรรม” โดยมี 3 เสาหลักสำคัญ

หนึ่ง การปฏิรูปพุทธเศรษฐศาสตร์และที่ดินวัด
นโยบายเรือธงคือการผลักดันแนวคิด “ธนาคารพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย” เพื่อบริหารจัดการทรัพย์สินวัดและเงินบริจาคอย่างโปร่งใส ลดปัญหาทุจริต และนำดอกผลกลับคืนสู่การสาธารณสงเคราะห์ พร้อมกับการผลักดันการแก้ปัญหาที่ดินวัดในเขตป่า ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับความมั่นคงในที่ดินทำกินของชาวบ้านรอบวัด

สอง สวัสดิการเพื่อครัวเรือนแหว่งกลาง
พรรคโอกาสใหม่เสนอเงินอุดหนุนเด็กและเยาวชน รวมถึงสวัสดิการถ้วนหน้า เพื่อสร้างตาข่ายรองรับทางสังคมให้ผู้สูงอายุและครอบครัวที่ขาดแรงงานวัยทำงาน ลดการพึ่งพาเงินส่งกลับจากลูกหลานเพียงช่องทางเดียว

สาม การกระจายอำนาจและเศรษฐกิจโอกาสใหม่
ดร.นิยม ชูนโยบายกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นจัดการงบประมาณและทรัพยากรธรรมชาติด้วยตนเอง พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและการสร้างงานในพื้นที่ เพื่อลดการย้ายถิ่นฐานของคนรุ่นใหม่

ศึกสามเส้า: บารมีบุคคล vs กระแสพรรค

สนามเลือกตั้งเขต 2 สกลนคร ถูกมองว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างบารมีส่วนบุคคลของ ดร.นิยม กับกระแสพรรคใหญ่จากพรรคเพื่อไทย และเครือข่ายอำนาจท้องถิ่นของพรรคกล้าธรรม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ผลการเลือกตั้งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า การเมืองแบบอัตลักษณ์และนโยบายเฉพาะพื้นที่ จะสามารถฝ่ากระแสพรรคระดับชาติในอีสานได้มากน้อยเพียงใด

ความเป็นธรรมในฐานะโจทย์ใหญ่ของสกลนคร

ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาในทิศทางใด การรณรงค์ของ ดร.นิยม เวชกามา ได้ทำให้ประเด็น “สกลนครที่เป็นธรรม” ถูกยกขึ้นมาเป็นวาระสาธารณะ ตั้งแต่ความมั่นคงในที่ดินทำกิน ความโปร่งใสในการจัดการทรัพย์สินวัด ไปจนถึงการดูแลกลุ่มเปราะบางในสังคมสูงวัย

นักวิเคราะห์สรุปว่า การกาบัตรเลือกหมายเลข 6 ในเขตเลือกตั้งนี้ จึงไม่ได้ถูกเสนอในฐานะการเลือกตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว หากเป็นการตัดสินใจเลือก “แนวคิด” ว่าการเมืองท้องถิ่นควรเดินไปในทิศทางใด ระหว่างการพึ่งพากระแสศูนย์กลาง หรือการสร้างโอกาสและความเป็นธรรมจากฐานรากด้วยมือของคนสกลนครเอง
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง