วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569 02:52 น.

การเมือง

เลือกตั้ง 2569 กับโจทย์ใหญ่ AI–หุ่นยนต์ ถอดรหัสนโยบายหาเสียง ผ่านกระจก Elon Musk บนเวทีดาวอส

วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569, 12.31 น.

เลือกตั้ง 2569 กับโจทย์ใหญ่ AI–หุ่นยนต์ ถอดรหัสนโยบายพรรคการเมืองไทยบนคลื่น Agentic AI และระเบียบโลกใหม่

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังถูกจับตามองว่าเป็นมากกว่าการแข่งขันทางการเมืองตามวาระปกติ หากแต่เป็นจุดตัดสำคัญของประเทศในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์อัตโนมัติกำลังเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ สังคม และตลาดแรงงานอย่างรวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

รายงานวิเคราะห์เชิงลึกล่าสุดว่าด้วย “นโยบายหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 กับพลวัตของ AI และหุ่นยนต์” ชี้ว่า การตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งนี้ เท่ากับเป็นการเลือก “ทิศทางอนาคตทางเทคโนโลยีของชาติ” ท่ามกลางสัญญาณเตือนจากเวทีโลกว่า ประเทศที่ปรับตัวไม่ทันอาจตกขบวนเศรษฐกิจฐาน AI อย่างถาวร

โลกปี 2026: จาก Generative AI สู่ยุค Agentic AI

บริบทสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือทิศทางเทคโนโลยีโลกในปี 2026 ซึ่งเวที World Economic Forum (WEF) ณ เมืองดาวอส ได้สะท้อนตรงกันว่า โลกได้ก้าวข้ามยุค Generative AI ที่เน้นการสร้างข้อความและภาพ มาสู่ “The Age of Agentic AI” หรือ AI ที่สามารถวางแผน ตัดสินใจ และปฏิบัติการได้ด้วยตนเองในฐานะ “ตัวแทน” (Agent)

Elon Musk และผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกประเมินตรงกันว่า AI รุ่นใหม่จะไม่เพียงแทนที่แรงงานใช้แรง แต่จะกระทบงานออฟฟิศและชนชั้นกลางอย่างรุนแรง ขณะเดียวกัน หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กำลังออกจากห้องทดลองสู่ภาคอุตสาหกรรม ครัวเรือน และการดูแลสุขภาพ โดยอาศัยโมเดล AI ขั้นสูงที่เข้าใจบริบททางสังคมและอารมณ์มนุษย์ได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าดังกล่าวมาพร้อมข้อจำกัดใหม่ นั่นคือ “วิกฤตพลังงาน” จากการขยายตัวของ Data Center ทั่วโลก ทำให้รัฐบาลที่หวังเป็น AI Hub ต้องตอบคำถามให้ได้ว่า จะจัดหาพลังงานสะอาดที่มั่นคงและราคาถูกได้อย่างไร

การเมืองไทย 2569: ปะทะสองอุดมการณ์เทคโนโลยี

รายงานชี้ว่า นโยบาย AI และหุ่นยนต์ของพรรคการเมืองไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้ แบ่งออกเป็นสองขั้วความคิดหลักอย่างชัดเจน

พรรคเพื่อไทย: Techno-Capitalism และยุทธศาสตร์ AI Hub

พรรคเพื่อไทยเสนอภาพประเทศไทยในฐานะ “AI Hub ของภูมิภาค” ผ่านการดึงดูดการลงทุนขนาดใหญ่จากต่างชาติ โดยมีแนวคิด “Digital Embassy” ให้สิทธิพิเศษแก่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกในการตั้ง Data Center ในไทย พร้อมผลักดันการใช้ AI ในภาครัฐ การเกษตรแม่นยำ และการแพทย์ทางไกล

นโยบายสำคัญอีกประการคือ Negative Income Tax (NIT) ที่วางเป้าเริ่มใช้ในปี 2570 เพื่อเป็นตาข่ายรองรับแรงงานที่ได้รับผลกระทบจาก AI โดยผูกสวัสดิการเข้ากับระบบภาษีแทนการแจกเงินแบบถ้วนหน้า

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า ยุทธศาสตร์ AI Hub ของพรรคเพื่อไทยยังเผชิญคำถามใหญ่เรื่องความมั่นคงทางพลังงาน และความเสี่ยงในการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ จนไทยอาจเป็นเพียง “ผู้เช่าโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา” มากกว่าผู้เป็นเจ้าของ

พรรคประชาชน: Techno-Progressivism และอธิปไตยดิจิทัล

ขณะที่พรรคประชาชนเสนอแนวทาง “เติบโตจากภายใน” มุ่งลดการผูกขาดทางเทคโนโลยีและสร้างระบบนิเวศที่เป็นธรรม ผ่านนโยบาย “Thai First” สนับสนุน SME ใช้ซอฟต์แวร์และ AI ที่พัฒนาโดยคนไทย

จุดเด่นคือแนวคิด “Public Code Public Money” กำหนดให้ซอฟต์แวร์ที่รัฐลงทุนพัฒนาต้องเป็น Open Source เพื่อให้เอกชนและนักพัฒนานำไปต่อยอดได้ ลดต้นทุนซ้ำซ้อน และสร้างนวัตกรรมแบบเปิด พร้อมใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้าเข้มข้นเพื่อคุมแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่จากต่างชาติ

นักวิชาการมองว่า แนวทางนี้ช่วยเสริมอธิปไตยทางดิจิทัลในระยะยาว แต่ความสำเร็จขึ้นอยู่กับความสามารถของรัฐในการบริหารชุมชนนักพัฒนา และการรักษามาตรฐานความปลอดภัยไซเบอร์

ไทยพร้อมแค่ไหน? เมื่อยุทธศาสตร์ชาติยังติด “คอขวด”

ไม่ว่าผลเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร ประเทศไทยยังต้องเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ AI แห่งชาติ ระยะที่ 2 (2569–2570) ซึ่งมีโครงการเรือธงอย่าง ThaiLLM โมเดลภาษาไทยงบประมาณ 120 ล้านบาท

รายงานประเมินว่า ด้วยทรัพยากรที่จำกัด ThaiLLM น่าจะเป็นการปรับแต่งโมเดลเปิดมากกว่าสร้างจากศูนย์ ซึ่งแม้จะคุ้มค่า แต่ก็สะท้อนขีดจำกัดในการแข่งขันระดับโลก ขณะที่ปัญหาใหญ่ที่สุดคือ “วิกฤตขาดแคลนบุคลากร” เมื่อไทยยังขาดแรงงาน AI กว่า 80,000 ตำแหน่ง สูงกว่าเป้าหมายการผลิตหลายเท่า

ผลกระทบจริงในภาคสนาม: แรงงาน–ผู้สูงอายุ–ตลาดทุน

รายงานชี้ว่า ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์และการผลิตกำลังเร่งใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ท่ามกลางความกังวลว่าแรงงานกว่า 10 ล้านคนอาจเสี่ยงถูกทดแทนภายในไม่กี่ปี ขณะที่ภาคสาธารณสุขกลับเผชิญปัญหาขาดแคลนผู้ดูแลผู้สูงอายุอย่างหนัก

หุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุและ AI ผู้ช่วยในบ้านถูกมองเป็นความหวังใหม่ แต่ยังติดปัญหาราคาแพงและการขาดนโยบายอุดหนุนที่ชัดเจน ขณะที่ภาคตลาดทุนเริ่มเห็นบทบาท AI ในการตรวจจับการทุจริตแบบเรียลไทม์ เพื่อยกระดับธรรมาภิบาลและความเชื่อมั่นนักลงทุน

บทสรุป: เลือกตั้งครั้งนี้ คือการเลือกอนาคตเทคโนโลยีไทย

นักวิเคราะห์สรุปว่า การเลือกตั้งปี 2569 ไม่ใช่เพียงการเลือกผู้แทนราษฎร แต่คือการเลือกเส้นทางของประเทศในยุค AI ครองเมือง ระหว่างการเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยทุนและเทคโนโลยีจากภายนอก หรือการสร้างความเข้มแข็งจากภายในด้วยการกระจายโอกาสและอธิปไตยดิจิทัล

ไม่ว่าประชาชนจะเลือกแนวทางใด รัฐบาลใหม่จะต้องเผชิญความจริงเดียวกัน คือความจำเป็นในการปรับตัวอย่างรุนแรง ทั้งด้านกฎหมาย การศึกษา และสวัสดิการ หากขาดการเตรียมพร้อมที่รอบด้าน วิสัยทัศน์ AI อาจกลายเป็นเพียงวาทกรรม ขณะที่ผลกระทบต่อแรงงานและความเหลื่อมล้ำอาจกลายเป็นวิกฤตทางสังคมที่ยากจะแก้ไขในอนาคต.
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง