วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569 17:59 น.

การเมือง

พรรคโอกาสใหม่ชู  "การศึกษา AI"  สู่ "ดร.มหานิยมโมเดล" ปั้นสกลนครห้องทดลองรัฐดิจิทัล

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 09.30 น.

เลือกตั้ง 2569   พรรคโอกาสใหม่ชูนโยบาย “การศึกษา AI” พลิกเกมความเหลื่อมล้ำ — เจาะโมเดล ‘นิยม เวชกามา’ สกลนคร เขต 2 วัด–โรงเรียน–ดิจิทัล

การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองไทย เมื่อการแข่งขันขยับจากการเผชิญหน้าทางอุดมการณ์แบบเดิม สู่การประชันนโยบายที่เน้น “ประสิทธิภาพรัฐ” และการใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง หนึ่งในนโยบายที่ถูกจับตาอย่างมาก คือ นโยบายการปฏิรูปการศึกษาด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของ พรรคโอกาสใหม่ ซึ่งถูกนำมาทดลองเชิงพื้นที่ผ่านกรณีศึกษา ดร.นิยม เวชกามา ผู้สมัคร ส.ส. สกลนคร เขต 2 

นักวิเคราะห์มองว่า นโยบายดังกล่าวอาจเป็น “เดิมพันใหญ่” ของพรรคโอกาสใหม่ ในการสร้างภาพลักษณ์พรรคเทคโนแครตสายบริหาร และเป็นบทพิสูจน์ว่านโยบาย AI จะตอบโจทย์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในชนบทได้จริงหรือไม่

บริบทเลือกตั้ง: เศรษฐกิจฝืด–การศึกษาติดหล่ม
ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลก ความเหลื่อมล้ำทางสังคม และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาคการเกษตรซึ่งเป็นฐานเสียงหลักในภาคอีสานได้รับผลกระทบโดยตรง ขณะเดียวกัน “วิกฤตการศึกษา” ยังคงเป็นปัญหาเรื้อรัง โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่ขาดครูเฉพาะทาง อุปกรณ์ดิจิทัล และคุณภาพอินเทอร์เน็ต

ข้อมูลจากหน่วยงานด้านดิจิทัลระบุว่า แม้โครงข่ายอินเทอร์เน็ตจะขยายตัวครอบคลุมหมู่บ้านส่วนใหญ่แล้ว แต่โรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมากยังประสบปัญหาสัญญาณไม่เสถียรและอุปกรณ์ไม่พร้อม ส่งผลให้เด็กอีสานเสียโอกาสในการเข้าถึงการเรียนรู้คุณภาพสูง

พรรคโอกาสใหม่: จากระบบราชการสู่ “รัฐดิจิทัล”
พรรคโอกาสใหม่ ภายใต้การนำของ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ วางตัวเป็นพรรคที่แตกต่างจากประชานิยมแบบดั้งเดิม โดยชูนโยบาย “บริหารเป็นระบบ” และการใช้เทคโนโลยีเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของรัฐ หนึ่งในนโยบายเรือธง คือ การสร้าง แพลตฟอร์มการเรียนรู้แห่งชาติที่ขับเคลื่อนด้วย AI มอง AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือเสริม แต่เป็น “ครูผู้ช่วยส่วนตัว” สำหรับนักเรียนทุกคน

หัวใจของนโยบายคือแนวคิด “ความเท่าเทียมด้วยเทคโนโลยี” ให้เด็กในโรงเรียนเล็กบนยอดดอย เข้าถึงคุณภาพการเรียนรู้ใกล้เคียงเด็กในเมืองใหญ่ ผ่านระบบ Adaptive Learning และ AI วิเคราะห์จุดอ่อนรายบุคคล

สกลนคร เขต 2: ห้องทดลองนโยบาย AI
กรณีศึกษา ดร.นิยม เวชกามา ถูกมองว่าน่าสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นนักการเมืองอาวุโสที่มีฐานเสียงแน่นและมีสายสัมพันธ์ลึกซึ้งกับสถาบันสงฆ์ การย้ายจากพรรคเพื่อไทยมาสังกัดพรรคโอกาสใหม่ พร้อมนำเสนอนโยบาย AI จึงถูกมองว่าเป็น “การเปลี่ยนภาพจำ” ทางการเมือง

จังหวัดสกลนครมีสถานศึกษากว่า 600 แห่ง นักเรียนกว่า 100,000 คน แม้อัตราส่วนครูต่อนักเรียนในภาพรวมจะดูดี แต่โรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลยังขาดครูเฉพาะทาง ดร.นิยม จึงนำเสนอนโยบาย “AI ครูผู้ช่วย” เพื่อสอนวิชาที่ขาดแคลน เช่น ภาษาอังกฤษและวิทยาศาสตร์ขั้นสูง

โมเดล “วัด–โรงเรียน–ดิจิทัล”
จุดเด่นของโมเดลสกลนคร คือการผสานเทคโนโลยีเข้ากับทุนทางวัฒนธรรม โดยใช้ “วัด” เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ดิจิทัลของชุมชน ภายใต้แนวคิด Temple–School–Digital Triad

วัดจะถูกพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและอุปกรณ์ดิจิทัล ขณะที่พระสงฆ์ที่ผ่านการอบรมจะทำหน้าที่เป็นผู้ดูแล ช่วยลดแรงต้านจากผู้ปกครองและกลุ่มอนุรักษนิยม พร้อมแก้ปัญหาเด็กที่บ้านไม่มีอินเทอร์เน็ต

นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดพัฒนา “หลักสูตรท้องถิ่นอัจฉริยะ” ใช้ AI สร้างสื่อเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์หนองหาร วัฒนธรรมภูไท ไปจนถึงการใช้ AI ช่วยพัฒนาสินค้า OTOP เช่น ผ้าย้อมคราม เพื่อเชื่อมการเรียนรู้เข้ากับเศรษฐกิจฐานราก

เป๋าตัง–AI–Blockchain: กลไกใหม่รัฐสวัสดิการการศึกษา
อีกนโยบายสำคัญ คือ การใช้แอป “เป๋าตัง” เป็น Super App ด้านการศึกษา ผ่านระบบ Education Wallet รัฐจะโอนเงินสนับสนุนการศึกษาให้ผู้ปกครองโดยตรง เปิดโอกาสให้เลือกคอร์สเรียน อุปกรณ์ หรืออินเทอร์เน็ตที่ได้รับการรับรอง พร้อมใช้ Blockchain ตรวจสอบความโปร่งใส ลดความเสี่ยงทุจริต

นักวิเคราะห์มองว่า แนวทางนี้พยายามแก้จุดอ่อนของโครงการแจกแท็บเล็ตในอดีต ที่เน้นแจกอุปกรณ์แต่ขาดระบบนิเวศและการซ่อมบำรุง

ความเสี่ยงและโจทย์ท้าทาย
อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าวยังเผชิญคำถามสำคัญ ทั้งความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน 5G และ Cloud ภาครัฐ ความเสถียรของระบบเมื่อมีผู้ใช้งานจำนวนมาก รวมถึงทักษะดิจิทัลของครูในพื้นที่

นักวิชาการเตือนว่า หากการสื่อสารไม่ชัดเจน ครูอาจมอง AI เป็นภาระหรือภัยคุกคาม พรรคจำเป็นต้องย้ำว่า AI คือ “ผู้ช่วย” พร้อมสร้างแรงจูงใจและการอบรมอย่างจริงจัง

เดิมพันอนาคตการศึกษาอีสาน
นโยบายการศึกษา AI ของพรรคโอกาสใหม่ และการประยุกต์ใช้ผ่าน “โมเดลนิยม” ในสกลนคร เขต 2 ถูกมองว่าเป็นการทดลองเชิงนโยบายที่กล้าหาญ หากสำเร็จ อาจเป็นต้นแบบให้พื้นที่ชนบทอื่น ๆ ทั่วประเทศ

ท้ายที่สุด ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับความล้ำของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการยอมรับของครู พระสงฆ์ และชุมชน หากทุกฝ่ายปรับตัวได้ สกลนครอาจก้าวพ้นภาพจังหวัดชายขอบ สู่การเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้รูปแบบใหม่ของภาคอีสาน และกลายเป็น “โอกาสใหม่” ทางการศึกษาอย่างแท้จริง

หน้าแรก » การเมือง