วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569 16:35 น.

การเมือง

"ปลดล็อค" หนี้คนไทยทั้งประเทศ "สุดารัตน์" เบอร์ 48 ปล่อยหมัดเด็ดโค้งสุดท้าย ชู "ล้างหนี้ เติมทุน หยุดสินค้าต่างชาติทุ่มตลาด" ด้วยกองทุนสร้างไทย "4 แสนล้าน"  ช่วยธุรกิจไทยให้รอดตาย

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.45 น.

 เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569    คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหมายเลข 48 พรรคไทยสร้างไทย แถลงข่าวประกาศ “ปลดล็อคหนี้“ คนไทยเปิดแคมเปญล้างหนี้คนไทยทั้งประเทศ เพื่อปลดล็อคพันธนาการหนี้สินครัวเรือนและวิกฤตเอสเอ็มอีที่กำลังกัดกินเศรษฐกิจไทย พร้อมสร้างนโยบายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ด้วยการตั้งกองทุนสร้างไทย 400,000 ล้านบาท เข้าช่วยกลุ่ม SMEs เกษตรกร และคนตัวเล็ก ที่ถูกทอดทิ้งให้กลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง พร้อมแก้ไขปัญหาหนี้เสียสะสมจากวิกฤตโควิด-19 อย่างเป็นรูปธรรม คืนลมหายใจให้ระบบเศรษฐกิจฐานราก

พรรคไทยสร้างไทยวางโรดแมปแก้หนี้แบบเบ็ดเสร็จด้วยการพักชำระหนี้ทั้งต้นและดอกเบี้ย นาน 3 ปี สำหรับยอดหนี้ไม่เกิน 1 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย และประชาชนคนตัวเล็ก เพื่อให้เวลาประชาชนได้ฟื้นตัวโดยไม่มีภาระกดดัน ควบคู่ไปกับการอัดฉีดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพียงร้อยละ 4 ต่อปี ผ่าน “กองทุนสร้างไทย” 300,000 ล้าน เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการทำมาหากินต่อ ยืนยันเดินหน้าฟื้นฟูธุรกิจ โดยไม่ติดเครดิตบูโร ที่เป็นอุปสรรคในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนมาอย่างยาวนาน

แคนดิเดตนายกฯ หมายเลข 48 ยังให้ความสำคัญกับการขุดรากถอนโคนหนี้นอกระบบด้วยการจัดตั้ง “กองทุนตั้งตัว” วงเงิน 100,000 ล้านบาท เปิดโอกาสให้คนตัวเล็กกู้ยืมสูงสุดรายละ 100,000 บาท เพื่อนำไปล้างหนี้นอกระบบ และใช้เป็นเงินทุนในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ นโยบายนี้ถูกออกแบบมาเพื่อดึงเม็ดเงินกลับเข้าสู่ระบบ และสร้างพลังในการจับจ่ายใช้สอยให้เกิดขึ้นในทุกชุมชนทั่วประเทศ เป็นการแก้ปัญหาความยากจนที่ต้นเหตุอย่างยั่งยืน

เพื่อให้เงินกู้ถึงมือผู้ต้องการกู้ได้จริง การปล่อยกู้จึงจะผ่านกองทุนสร้างไทยและองค์กรภาคเอกชนอย่างหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สภา SMEs และองค์กร SMEs ต่าง ๆ ที่มีข้อมูลผู้ประกอบการจริง ส่วนเกษตรกรจะใช้สหกรณ์มาร่วมปล่อยกู้ ให้เกษตรกรที่มิใช่สมาชิกได้ด้วย
แหล่งเงินที่มาของกองทุน จากการออกพันธบัตรรัฐบาลให้ดอกเบี้ยที่ 3% เพื่อระดมทุนมาปล่อยกู้ให้กับ SMEs เกษตรกร และคนตัวเล็ก โดยตรง
ซึ่งขณะนี้เรามีเงินฝากอยู่ในสถาบันการเงินต่าง ๆ ประมาณ 17 ล้าน ๆ ได้ดอกเบี้ยเงินฝากเพียง 1% บวกลบ ซึ่งคนมีเงินฝากก็ได้ประโยชน์จากการได้รับผลตอบแทนดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ส่วน SMEs เกษตรกร และคนตัวเล็ก ก็จะกู้ได้จริงและดอกเบี้ยถูกลง เปิดโอกาสให้ทุกคนตั้งตัวและดำเนินธุรกิจต่อไปได้

คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำว่าที่สำคัญต้องดูแลปัญหาสินค้าต่างชาติทะลักเข้ามาทุ่มตลาดไทย สินค้าเหล่านี้ทะลักเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย โดยไม่ต้องผ่าน อย. มอก. ก็ขายได้ เพราะมีเจ้าหน้าที่และนักการเมืองทุจริตปล่อยปละละเลย รับสินบน ผู้ประกอบการคนไทยตายเรียบ จึงต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ต้องไม่ปล่อยให้ข้าราชการและนักการเมืองเลว หากินบนความยากจนของคนไทยอีกต่อไป

“นี่ไม่ใช่การหาเสียง แต่คือการยื่นคำมั่นสัญญาที่จะพาคนไทยหลุดพ้นจากวงจรหนี้ และก้าวไปสู่ยุคแห่งการสร้างรายได้ที่มั่นคง“ ///

หน้าแรก » การเมือง