วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569 17:05 น.

การเมือง

"อนุทิน" ลงพื้นที่สระแก้ว-ตาพระยา ประชุมติดตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง  มอบเงินเยียวยาเหยื่อกระสุนปืนใหญ่   BM-21

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.53 น.

"อนุทิน" ลงพื้นที่สระแก้ว-ตาพระยา ให้กำลังใจประชาชน   ประชุมติดตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ย้ำความพร้อมแผนอพยพ หลุมหลบภัย ศูนย์พักพิง มอบเงินเยียวยาเหยื่อกระสุนปืนใหญ่   BM-21 พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจทหารชายแดน ณ ฐานถ้ำเสือ บ้านหนองจาน  

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569  เวลา 13.50 น. ที่บริเวณโดมเทศบาลตำบลตาพระยา อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่พบปะและให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมขอบคุณความร่วมมือ ความเสียสละ และความอดทนของประชาชนในช่วงสถานการณ์ที่ผ่านมา

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มี น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ข้าราชการ ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และประชาชนกว่า 500 คน เข้าร่วม

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ความไม่สงบอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้แล้ว มีความปลอดภัยมากขึ้น พร้อมยอมรับว่าความอดทนอดกลั้นของประชาชนในช่วงที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะการต้องอพยพไปอยู่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ซึ่งมีความไม่สะดวกสบายเมื่อเทียบกับการอยู่อาศัยในบ้านของตนเอง

นายอนุทินกล่าวขอบคุณประชาชนทุกคน รวมถึงเจ้าหน้าที่ ชรบ. อส. อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และสมาชิกสภาท้องถิ่น ที่ร่วมกันดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด พร้อมกล่าวขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันว่ารัฐบาลมีความเสียใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าประชาชน โดยระบุว่า ความร่วมมือและความเสียสละของประชาชนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รัฐบาล กองทัพ ตำรวจ และฝ่ายปกครอง สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และเปรียบว่า หากมองเป็นการรบ ประชาชนคือกำลังสำคัญที่ทำให้ประเทศสามารถรักษาอธิปไตยและดินแดนไว้ได้

ในส่วนของการเยียวยา นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลได้ดำเนินการช่วยเหลือครบทุกครัวเรือนแล้ว โดยกระทรวงมหาดไทยจัดงบซ่อมแซมบ้านเรือนเบื้องต้นรายละ 49,000 บาท ขณะที่สำนักนายกรัฐมนตรีเตรียมงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อซ่อมแซมตามค่าใช้จ่ายจริง โดยให้สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดร่วมประเมินความเสียหาย เพื่อจัดสรรงบประมาณอย่างเหมาะสม

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างความมั่นใจว่าพื้นที่ชายแดนอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเรียบร้อย และจะไม่ให้เกิดความสูญเสียเพิ่มเติม โดยเฉพาะชีวิตของกำลังพลที่ยังปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ พร้อมยืนยันว่า “ฝ่ายความมั่นคงของประเทศจะยังคงดูแล ปกป้องอธิปไตย และสร้างความมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนต้องได้รับความปลอดภัย”
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณ อสม. ซึ่งทำหน้าที่ดูแลสุขภาพและเยียวยาจิตใจประชาชนในฐานะ “หมอคนแรกของประชาชน” รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ทุ่มเทดูแลศูนย์พักพิงและเฝ้าระวังพื้นที่หมู่บ้าน

 พร้อมกล่าวถึงการสนับสนุนชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน โดยกระทรวงมหาดไทยได้จัดสรรงบประมาณหมู่บ้านละ 5,000 บาทต่อเดือน ตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นไป เพื่อใช้เป็นกองทุนสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ อาทิ การตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ค่าอาหาร และวัสดุอุปกรณ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนในทุกพื้นที่ 

นำประชุมติดตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง 
 
เวลา 14.45 น. นายอนุทิน  เป็นประธานการประชุมติดตามการบริหารจัดการสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ณ กองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว โดยมี นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก พร้อมด้วย นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว พ.อ.ต่อพงษ์ มาตาพิทักษ์ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจตาพระยา และผู้บัญชาการหน่วยทหารในพื้นที่ ร่วมประชุม 
 
จังหวัดสระแก้ว ได้ดำเนินการบริหารสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนไทย - กัมพูชา ด้านจังหวัดสระแก้ว ตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง จากเหตุปะทะระหว่างกองกำลังทหารไทยและกัมพูชา ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568 และขยายวงกว้างมายังพื้นที่จังหวัดสระแก้วในวันที่ 8 ธันวาคม 2568 ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนใน 4 อำเภอชายแดน ได้แก่ อำเภอตาพระยา โคกสูง อรัญประเทศ และอำเภอคลองหาด ทางจังหวัดจึงได้ประกาศแจ้งเตือนและดำเนินมาตรการตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง โดยมีการเตรียมความพร้อมด้านหลุมหลบภัยจำนวน 456 หลุม (และอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 108 หลุม) รวมถึงจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวและซ้อมแผนอพยพเพื่อให้เกิดความพร้อมในการรองรับประชาชนหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
 
ในด้านการอพยพและการบริหารจัดการศูนย์พักพิงในห้วงที่ผ่านมา จังหวัดสระแก้วได้ดำเนินการอพยพประชาชนเข้าสู่ศูนย์พักพิงชั่วคราวรวมทั้งสิ้น 46 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2568 มีผู้อพยพรวมประมาณ 22,000 คน โดยมีการบริหารจัดการดูแลด้านขวัญกำลังใจและกิจกรรมนันทนาการภายในศูนย์ฯ จนกระทั่งสถานการณ์คลี่คลายภายหลังการลงนามในถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 และเจ้าหน้าที่ EOD ได้เข้าเคลียร์พื้นที่ปลอดภัยแล้วเสร็จ ทางจังหวัดจึงได้จัดบริการรถขนส่งอำนวยความสะดวกส่งผู้อพยพกลับภูมิลำเนาในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 และปิดศูนย์พักพิงทุกแห่งในวันที่ 2 มกราคม 2569 รวมระยะเวลาดำเนินการ 26 วัน
 
ด้านการเยียวยาและการลงพื้นที่ขององค์กรระหว่างประเทศ จังหวัดสะแก้วได้เปิดรับลงทะเบียนผู้ประสบภัยตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2568 และคณะกรรมการฯ (ก.ช.ภ.จ.) มีมติเห็นชอบรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาจำนวน 55,332 ครัวเรือน โดยรัฐบาลได้เริ่มโอนเงินเข้าบัญชีผู้ประสบภัยตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2569 นอกจากนี้ ในระหว่างวันที่ 20 - 21 มกราคม 2569 คณะเจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ได้ลงพื้นที่เพื่อประเมินผลกระทบด้านมนุษยธรรมและเข้าพบผู้บริหารจังหวัด ซึ่งทาง ICRC ได้กล่าวชื่นชมการบริหารจัดการสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือประชาชนของจังหวัดสระแก้วว่าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
 
 มอบเงินเยียวยาเหยื่อกระสุนปืนใหญ่   BM-21  

 เวลา 17.00 น. นายอนุทิน  มอบเงินเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรณีภัยอันเนื่องมาจากการกระทำของกำลังภายนอกประเทศ จากสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดสระแก้ว และให้พบปะให้กำลังใจเหล่าทหารประจำการพื้นที่ชายแดน ณ ฐานปฏิบัติการนันทะวงศ์ บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว
 
ในการนี้ นายอนุทิน พร้อมด้วยคณะ ร่วมมอบเงินเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัยฯ รายทุพพลภาพ 1 ราย เป็นเงิน 8,000,000 บาท และบาดเจ็บสาหัส 4 ราย รายละ 804,000 บาท ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 เกิดเหตุกระสุนปืนใหญ่ BM-21 จากฝั่งประเทศกัมพูชา ตกในเขตชุมชนพื้นที่อำเภอโคกสูงจังหวัดสระแก้ว ปัจจุบันผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 รายยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหาดอรัญประเทศ และอีก 3 รายได้กลับไปพักฟื้นที่บ้าน 
 
โดยในช่วงท้าย นายอนุทินได้พบปะพูดคุยและร่วมรับประทานอาหารว่างกับเหล่าทหารที่ประจำการอยู่ที่ฐานถ้ำเสือ บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว
 
ทั้งนี้ จังหวัดสระแก้วได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามกรอบอัตราเงินเยียวยา ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ได้รับผลกระทบและครอบครัว 
 
การลงพื้นที่ครั้งนี้ นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก พร้อมด้วย นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว และผู้บัญชาการหน่วยทหารในพื้นที่ ร่วมด้วย 
 
 

หน้าแรก » การเมือง