วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569 18:10 น.

การเมือง

"ปลอดประสพ" ชี้ "จะทำให้มหาวิทยาลัยไทย ดีขึ้นได้อย่างไร"  แนะต้องขับเคลื่อนงานวิจัยอย่างจริงจัง

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.33 น.

เมื่อวันที่  28 มกราคม 2569  ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โพสต์เฟซบุ๊ก ความว่า  จะทำให้มหาวิทยาลัยไทย ดีขึ้นได้อย่างไร
    
ผมเป็นตัวแทนของพรรคเพื่อไทยไปdebate ที่สถาบันพัฒนบริหารศาสตร์หรือNIDA เมื่อวันที่ 26 มค. 69 จึงขอถ่ายทอดความเห็นมายังประชาชนเพื่อประโยชน์โดยส่วนรวม
     
สิ่งที่ผมพูดมาจากประสบการณ์การเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยหลายแห่ง และยังเคยเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แม่โจ้บูรพา และสงขลานครินทร์มามากกว่า 25 ปี ไม่ใช่จากความเป็นนักการเมืองอะไร
     
โจทย์ที่นิด้าให้พูดคือ“ การขับเคลื่อนงานวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับการอุดมศึกษาของไทย” เพราะพบว่า ประเทศไทยค่อนข้างด้อยมากเมื่อเทียบกับชาติอื่นๆ ความเห็นของผมซึ่งก็คือนโยบายของพรรคเพื่อไทย คือ

1. สภามหาวิทยาลัยต้องกำหนดนโยบายทางด้านการวิจัย/พัฒนาอย่างจริงจัง ไม่ใช่การประชุมเพื่ออนุมัติเงินหรือระเบียบเท่านั้น
2. คณบดีต้องประชุมและหารือคณาจารย์เพื่อกำหนดเรื่องการวิจัยและพัฒนาในรายละเอียด อย่าได้เกรงใจอาจารย์เพราะเขาเลือกคณบดีมา
3. กระทรวง อว. ต้องกำกับทุกมหาวิทยาลัยอย่างจริงจัง อย่าเป็นแบบที่เขาค่อนว่า เป็นการฝากเลี้ยง
4. กระทรวง อว. ต้องเชื่อมสถาบันวิจัยของตัวเองให้ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่ต่างคนต่างทำเช่นปัจจุบัน
5. ควรพิจารณาเลือกมหาวิทยาลัยหลักที่เก่า สมบูรณ์ และเป็นที่ยอมรับระดับโลกสัก 10 แห่ง เป็นมหาวิทยาลัยแม่ โดยมีมหาวิทยาลัยใหม่ตามต่างจังหวัดเป็น campus หรือจะจัดในรูปแบบ clusters ก็ได้วิธีนี้จะเป็นการช่วยยกระดับมหาวิทยาลัยขนาดเล็กและใหม่ได้แข็งแกร่งขึ้นได้

6. มหาวิทยาลัยต่างจังหวัดที่เพิ่งเกิดใหม่ ให้เน้นการสอนโดยการลงมือทำ(skills) และการเป็นเจ้าของกิจการขนาดเล็ก(entrepreneur/startup) คล้ายๆเป็นสถาบันอาชีวะระดับปริญญา(Institute)
7. ปรับปรุงระเบียบให้เกื้อกูลต่อคณาจารย์เพื่อให้สามารถถูกยืมตัวไปทำงานวิจัยให้เอกชนได้
8. ปรับปรุงระเบียบให้มหาวิทยาลัยสามารถร่วมทุนในการพัฒนากับเอกชนได้
9. ให้นิสิตนักศึกษาไปฝึกงานแบบรับเงินเดือนกับภาคเอกชนได้
10. ให้บางมหาวิทยาลัยทำหน้าที่บริหารศูนย์เครื่องมือวิชาการชั้นสูง (National Laboratories) ซึ่งมีสถานะเป็น Infrastructures ทางวิทยาศาสตร์ระดับชาติ

11. กรณีจำเป็น ให้มหาวิทยาลัยเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารพิบัติภัย( crisis )เช่น โรคระบาด น้ำท่วมใหญ่
12. สนับสนุนการเรียนข้ามมหาวิทยาลัย เช่นที่กำลังทำอยู่ที่มหิดล-จุฬา-มช.
13. สนับสนุนหลักการอธิปไตยทางปัญญา เพื่อเชื่อมโยงนักคิดกับนักปฎิบัติ จะเกิดงานวิจัย นวัตกรรมและผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีค่าทางเศรษฐกิจ
14. รัฐบาลต้องมีนโยบายสนับสนุนให้ภาคเอกชนลงทุนทางด้านการวิจัยและนวัตกรรมเช่นเดียวกับที่สหรัฐอเมริกาใช้ระบบนี้ในเรื่องอาวุธและอวกาศ
15. ทุกมหาวิทยาลัยต้องเตรียมตัวเผชิญความท้าทายทางด้านAI,Fusion,Robotic, และ Quantum ซึ่งกำลังจะเข้ามา
 
16. มหาวิทยาลัยจะต้องสนับสนุนรัฐบาลและธุรกิจDigital อย่างจริงจังมีประสิทธิภาพและทันต่อเวลา
17. การพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ปัจจุบันเร็วมาก ไทยไม่อาจพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไปได้อีกแล้ว มหาวิทยาลัยต้องเข้าไปสอดแทรกและร่วมขบวนการโดยทันที
18. มหาวิทยาลัย คณาจารย์ และนักศึกษา ต้องช่วยกันเปลี่ยนสังคมไทยให้เป็นสังคมฐานความรู้ (Knowledge Base Society )ให้ได้
     
ตัวผมเองและพรรคเพื่อไทย ไม่ได้หวงสิ่งที่ได้แสดงไว้ เพราะมันเป็นข้อเท็จจริงที่การศึกษาระดับอุดมศึกษาของไทยกำลังเผชิญอยู่ ดังนั้น ไม่ว่า พรรคใดหรือผู้ใดจะนำไปใช้เราก็รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติ

หน้าแรก » การเมือง