วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569 23:30 น.

การเมือง

เพื่อไทยลุยเชียงราย! "ยศชนัน-จุลพันธ์" นำทัพปราศรัยใหญ่ ชูนโยบายแก้จน-ปราบยาเสพติด ขอคะแนนเชียงราย ดันนายกฯ ลูกหลานคนเมือง

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 20.19 น.

เมื่อวันที่ 30  มกราคม 2569   พรรคเพื่อไทยเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่จังหวัดเชียงราย นำโดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ร่วมด้วยขุนพลฝีปากกล้าอย่าง นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่พบปะประชาชนและช่วยลูกพรรคหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย

การลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.เชียงราย ของพรรค ประกอบด้วย นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช (เขต 2 เบอร์ 2), นายชัยยนต์ ศรีสมุทร (เขต 6 เบอร์ 4) และ นายสง่า พรมเมือง (เขต 7 เบอร์ 8) โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

นายยงยุทธ ติยะไพรัช ขึ้นปราศรัยโดยเน้นย้ำให้ชาวแม่จันและชาวเชียงราย เขต 2 ช่วยกันรักษาแชมป์ให้นางสาวปิยะรัฐชย์ พร้อมหยิบยกปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มทุนสีเทา ที่ทำธุรกิจผิดกฎหมายทั้งยาเสพติดและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (สแกมเมอร์)

"มีบางพรรคการเมืองสุมหัวกันและกำลังมาแรงในเขตนี้ ขอพี่น้องอย่าหลงเชื่อและให้ระวังเรื่องการสวมสิทธิมาเลือกตั้งแทน ที่สำคัญอย่าเห็นแก่การซื้อเสียง เพราะเงินที่เขานำมาแจกเป็นเงินสกปรกจากขบวนการค้ายา เป็นเงินที่ฝังดินไว้แล้วขุดมาใช้ ถ้าพี่น้องได้รับมาลองดมดูจะรู้ว่ามีกลิ่นอับ ทางเดียวที่จะปราบปรามขบวนการนี้ได้ คือวันที่ 8 ก.พ. ต้องเลือกเพื่อไทยให้ถล่มทลาย เมื่อเราได้เป็นรัฐบาลจะปราบปรามเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด" นายยงยุทธระบุ

ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ยืนยันว่าผู้สมัครของพรรคทุกคนมี "ดีเอ็นเอเพื่อไทย" ที่ไม่เคยทิ้งประชาชน มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ทั้งการผลักดัน พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ และการแก้ปัญหาน้ำท่วม จึงขอคะแนนเสียงชาวเชียงรายส่ง สส. เข้าสภา เพื่อโหวต ศ.ดร.ยศชนัน เป็นนายกรัฐมนตรี

นายจุลพันธ์ กล่าวถึงนโยบายในช่วงโค้งสุดท้ายว่า พรรคเน้นการเดินหน้าด้วยนโยบายสร้างสรรค์ ไม่สาดโคลน โดยเตรียมมาตรการล้างหนี้สินประชาชนทั้งในและนอกระบบ สำหรับเกษตรกรจะมี "คูปองแลกปุ๋ย-กล้าพันธุ์ฟรี" และนโยบาย "ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30%" เพื่อเป็นหลักประกันว่าทำเกษตรแล้วจะไม่ขาดทุน

นอกจากนี้ ยังประกาศชัยชนะเหนือความยากจนด้วยนโยบาย "คนไทยไร้จน" เติมเงินให้ผู้มีรายได้น้อยให้ครบ 3,000 บาทต่อเดือน (ครอบคลุม 3.4 ล้านราย) รวมถึงนโยบายสร้างเศรษฐีเงินล้าน โดยการนำภาษีจากธุรกิจใต้ดินนับแสนล้านบาทขึ้นมาบนดินเพื่อพัฒนาประเทศ และเดินหน้ารัฐบาลดิจิทัลเพื่อขจัดปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน

"ถ้าคนเชียงรายยังมีหัวใจสีแดงอยู่ ขอโอกาสอีกครั้ง เลือกพรรคเพื่อไทยทั้งสองใบให้ยกจังหวัด" นายจุลพันธ์ทิ้งท้าย

ขณะที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ปราศรัยอย่างดุเดือดพาดพิงถึงพรรคภูมิใจไทยและนายอนุทิน โดยระบุว่าทุกพรรคต่างก็รักชาติ แต่ประชาชนอาจไม่ได้รักผู้นำบางคน พร้อมวิพากษ์วิจารณ์การใช้งบประมาณกว่า 4,000 ล้านบาท จัดงานโมโตจีพีบนที่ดินเขากระโดงที่มีปัญหาข้อพิพาท และการยุบสภาหลังทำงานเพียงไม่กี่เดือนว่าเป็นเหมือน "รัฐบาลหนูทดลอง"

นายณัฐวุฒิ ยังเตือนนักการเมืองที่ข้องเกี่ยวกับยาเสพติดว่า หากเพื่อไทยเป็นรัฐบาลจะปราบปรามขั้นเด็ดขาด พร้อมอ้อนวอนชาวเชียงรายให้รวมพลังเลือกพรรคสีแดง อย่าเลือกผู้ที่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ

"รวมพลังกันอีกทีเถอะพี่น้อง ครั้งนี้เราจะพลาดไม่ได้ ขอให้เลือกเพื่อไทยยกจังหวัด ส่ง ศ.ดร.ยศชนัน ลูกหลานคนเมืองเข้าไปเป็นนายกฯ" นายณัฐวุฒิกล่าว

ปิดท้ายที่ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ที่ขึ้นเวทีปราศรัยด้วยภาษาคำเมือง สร้างความประทับใจให้ชาวเชียงราย โดยระบุว่าตนเดินทางไปหาเสียงมาทั่วภาคเหนือ และตั้งใจกลับมารายงานตัวกับพี่น้องชาวเชียงราย เพราะมีความผูกพันจากการเคยเรียนที่นี่ถึง 3 ปี (อนุบาล 1 - ป.1) จึงถือว่าชีวิตนี้เป็นหนี้บุญคุณคนเชียงราย

"ถ้าเราได้นายกฯ เป็นคนเหนือ เวลาพูดจาก็สื่อสารกันง่าย เพราะเป็นภาษาเดียวกัน ผมเข้าใจปัญหาของพี่น้องดี จึงอยากขอโอกาสเข้ามารับใช้ และขอเหมา สส. ทั้ง 7 เขต เพื่อผลักดันเชียงรายให้เป็นเมืองแห่งความสุข สะอาด ปลอดภัย เป็นนครแห่งศิลปวัฒนธรรม การค้าสากล และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ผมพร้อมเปลี่ยนความฝันของชาวเชียงรายให้เป็นความจริงและทำทันที" ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวทิ้งท้าย

 

หน้าแรก » การเมือง