วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 02:03 น.

การเมือง

เพื่อไทยปิดจ็อบ 5 เวที พะเยา-เชียงราย ในวันเดียว!   "จุลพันธ์-เต้น" ผนึกกำลังฉะ "อนุทิน" แบ่งแยกประชาชน ท้าดีเบตโค้งสุดท้าย

วันเสาร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2569, 20.17 น.

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569  พรรคเพื่อไทยเดินสายหาเสียงภาคเหนือต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยเปิดเวทีปราศรัย 5 จุด ใน 2 จังหวัด คือ เชียงรายและพะเยา นำทีมโดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย พร้อมคณะ พบปะประชาชนและปราศรัย ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ (หอประชุม GMS) ใน อ.เมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ของ นายธนรัช จงสุทธานามณี ผู้สมัคร สส.เชียงราย เขต 1 เบอร์ 7 ซึ่งเป็นเวทีสุดท้ายของวัน

สำหรับบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้รับฟังการปราศรัยเนืองแน่นจนถึงพื้นที่หอประชุม และเมื่อ ศ.ดร.ยศชนัน เดินทางมาถึง พบว่ามีประชาชนจำนวนมากรอต้อนรับ มีการมอบพวงมาลัย, กระเป๋าพื้นเมือง, พวงมาลัยตุงหลากสี รวมถึงผ้าพันคอลายพื้นถิ่น ฯลฯ

จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน ขึ้นเวทีปราศรัย เน้นย้ำถึงความเป็น "ลูกหลานคนเมือง" และประกาศนโยบายสำคัญเพื่อคนเชียงราย โดยแสดงความผูกพันกับพี่น้องชาวเหนือ และย้ำสถานะของตนในฐานะลูกหลานคนเมืองที่มีความเข้าใจบริบทและปัญหาของพื้นที่ภาคเหนืออย่างลึกซึ้ง โดยระบุว่าพรรคเพื่อไทยมีความตั้งใจจริงที่จะส่งคนเหนือเข้าไปทำหน้าที่บริหารประเทศ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเสียงของคนเชียงรายและคนล้านนาจะได้รับการดูแลและแก้ไขอย่างตรงจุด

"วันนี้ผมมาในฐานะลูกหลานของพี่น้อง มาขอโอกาสให้คนเหนือได้เข้าไปทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อดูแลแก้ไขปัญหาให้พี่น้องเฮาอย่างแท้จริง"

ในส่วนของนโยบาย ศ.ดร.ยศชนัน ได้ประกาศเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการ "ล้างบาง" ปัญหาสังคมที่กัดกินเชียงราย โดยเฉพาะปัญหายาเสพติดและกลุ่มทุนสีเทา โดยยืนยันว่าหากพรรคเพื่อไทยได้จัดตั้งรัฐบาล จะไม่มีที่ยืนให้กับผู้มีอิทธิพลเหล่านี้ พร้อมควบคู่ไปกับนโยบาย "คนไทยไร้จน" ที่มุ่งเน้นการสร้างรายได้ใหม่และการพักหนี้ เพื่อคืนศักดิ์ศรีและชีวิตที่ปลอดภัยให้กับประชาชน
"เรื่องยาเสพติด เรื่องทุนสีเทา ต้องหมดไป เราจะคืนลูกหลานสู่อ้อมกอดพ่อแม่ คืนความปลอดภัยให้ชุมชน และสร้างชีวิตใหม่ที่ไม่มีคำว่าจนอีกต่อไป"
 
ศ.ดร.ยศชนัน หยิบยกนโยบายการเกษตรขึ้นมาเป็นหัวใจหลัก โดยสัญญาว่าจะเปลี่ยนชีวิตเกษตรกรเชียงรายด้วยการนำเทคโนโลยีและการตลาดนำการผลิต โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการ "ประกันกำไร 30%" ให้กับสินค้าเกษตรทุกชนิด เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรสามารถยืนหยัดได้ด้วยลำแข้งของตนเอง ไม่ต้องรอความช่วยเหลือเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

ในช่วงท้ายของการปราศรัย ได้ฝาก นายธนรัช จงสุทธานามณี (ต้นน้ำ) ให้เป็นตัวแทนของพี่น้องชาวเชียงราย เขต 1 โดยระบุว่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพและพร้อมทำงานทันที ขอให้พี่น้องประชาชนรวมพลังเลือกพรรคเพื่อไทยให้แลนด์สไลด์ เพื่อให้รัฐบาลเพื่อไทยมีเสถียรภาพในการผลักดันทุกนโยบายให้เป็นจริง

ด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้ปราศรัยตอบโต้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยอย่างดุเดือดว่า "หนูเอ้ย วันนี้ต้องคุยกับหนูอีกรอบแล้ว เข้าใจว่ารู้สึกอึดอัด เพราะเชน-ยศชนัน ไปไหนมีแต่ความรักจากประชาชน คงกลัวที่จะไม่ได้กลับเข้าทำเนียบรัฐบาล" นายจุลพันธ์ ยังกล่าวอีกว่าการหาเสียงโดยผูกขาดความรักชาติไว้เพียงพรรคเดียว เป็นการแบ่งแยกประชาชน ซึ่งไม่ว่าพรรคการเมืองไหนก็รักชาติเหมือนกัน

"ที่คุณบอกถ้าไม่เลือกเรา..เขามาแน่ ผมไม่รู้ว่าเขาไหน แต่เขากระโดงเขาเอาไปแล้ว ถ้าอยากได้เขากระโดงคืนต้องเลือกเพื่อไทยเป็นรัฐบาลเท่านั้น" นายจุลพันธ์ กล่าว

นอกจากนี้ยังกล่าวถึงกรณีที่นายอนุทินปราศรัยว่า ไม่ฟังหลานอังเคิลและไม่ฟังแดดดี้ โดยนายจุลพันธ์ ย้อนนายอนุทินว่า เพราะหนูฟังนายเนคนเดียว และหนูก็เหมือนผู้นำเพื่อนบ้านเสียเอง ที่ปลุกกระแสรักชาติเพื่อหวังผลทางการเมือง โดยในช่วงท้ายนายจุลพันธ์ ได้ท้าให้นายอนุทินเอานโยบายพรรคภูมิใจไทยที่จะทำเพื่อประชาชน มาพูดคุยกันบนเวทีดีเบทก่อนการเลือกตั้ง

เช่นเดียวกับ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้กล่าวปราศรัยตอบโต้นายอนุทิน ที่กล่าวว่าใช้วาทกรรมไปเผาบ้านเผาเมือง โดยยืนยันว่าคดีดังกล่าวตนได้สู้คดีจนชนะ เพราะคลิปถูกตัดต่อ ซึ่งเรื่องนี้ไม่สามารถยอมได้เพราะมากล่าวหาคนเสื้อแดง ซึ่งได้บาดเจ็บล้มตายเป็นบาดแผลให้กับประเทศ

"นายกฯ หนู ผมสู้คดีเสื้อแดงจนชนะ แต่นายกฯ หนู ได้สู้คดีฮั้ว สว. บ้างหรือเปล่า รับผิดชอบเรื่องนี้บ้างไหม" นายณัฐวุฒิ กล่าว

โดยในช่วงท้ายนายณัฐวุฒิได้ขอโอกาสจากคนเชียงรายให้เลือกพรรคเพื่อไทยให้ชนะ และส่ง ศ.ดร.ยศชนัน ไปเป็นนายกฯ "เขาเอานายกฯ คนเหนือไปขัง (ดร.ทักษิณ ชินวัตร) เราก็จะสร้างนายกฯ คนเหนือคนใหม่" นายณัฐวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง