วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569 20:57 น.

การเมือง

"อปพส." ประกาศหนุน "ดร.นิยม เวชกามา" ชวนชาวสกลนครเขต 2 เลือกเป็นผู้แทนพิทักษ์พระพุทธศาสนา

วันอาทิตย์ ที่ 01 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.35 น.

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วไป วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ในจังหวัดสกลนคร เขตเลือกตั้งที่ 2 กำลังถูกจับตาในฐานะหนึ่งใน “สมรภูมิยุทธศาสตร์” ที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสำคัญของการเมืองไทย เมื่อบทบาทของกลุ่มศาสนานิยมและเครือข่ายพลังเงียบชาวพุทธเริ่มแสดงตัวอย่างเป็นระบบ ผ่านกรณีศึกษาปฏิบัติการ “อปพส. ชวนเลือก” สนับสนุน ดร.นิยม เวชกามา ผู้สมัคร ส.ส. หมายเลข 6 พรรคโอกาสใหม่

@user1632990297144 #อปพส ♬ เสียงต้นฉบับ - ผอ.ดี

รายงานวิเคราะห์ว่าด้วย พลวัตทางการเมืองและบทบาทของกลุ่มศาสนานิยมในการเลือกตั้งสกลนคร เขต 2 ปี 2569 ระบุว่า การแข่งขันครั้งนี้มิใช่เพียงการชิงที่นั่งในสภา แต่เป็นการปะทะสังสรรค์ระหว่าง “อุดมการณ์พรรคการเมือง” กับ “ศรัทธาทางศาสนา” ท่ามกลางบริบทวิกฤตซ้อนวิกฤตของประเทศ ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ หนี้ครัวเรือน และสังคมสูงวัย

สกลนคร เมืองแห่งศรัทธา กับการเมืองที่ซับซ้อนขึ้น

สกลนคร หรือ “เมืองหนองหารหลวง” มีรากฐานพุทธศาสนาเข้มแข็ง เป็นถิ่นกำเนิดพระป่าสายวิปัสสนากรรมฐานจำนวนมาก ความสัมพันธ์ระหว่างวัด ชุมชน และการเมืองจึงแนบแน่นในเชิงโครงสร้าง รายงานชี้ว่า เขตเลือกตั้งที่ 2 ซึ่งครอบคลุมหลายอำเภอและกลุ่มชาติพันธุ์ เช่น ผู้ไทย ไทญ้อ และไทโย้ย เป็นพื้นที่ที่การตัดสินใจทางการเมืองไม่ได้ขึ้นกับกระแสพรรคเพียงอย่างเดียว แต่ยังผูกพันกับเครือข่ายศาสนา ระบบอุปถัมภ์ และความเชื่อถือส่วนบุคคล

ผลการเลือกตั้งปี 2566 ซึ่ง ดร.นิยม เวชกามา พ่ายแพ้ด้วยคะแนนเฉือนเพียงไม่กี่ร้อยเสียง ถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นำไปสู่การปรับยุทธศาสตร์ทางการเมืองครั้งใหญ่ ทั้งการย้ายพรรคจากเพื่อไทยมาสู่พรรคโอกาสใหม่ และการสร้างความชอบธรรมใหม่ผ่านบทบาท “ผู้พิทักษ์พระพุทธศาสนา”

“อปพส.” กับการเมืองนอกพรรคที่ทรงอิทธิพล

รายงานวิเคราะห์ว่า องค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ  (อปพส.) ทำหน้าที่ในลักษณะกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมือง (Interest Group) มากกว่าพรรคการเมือง โดยใช้ปฏิบัติการ “ชวนเลือก” เพื่อสนับสนุนบุคคลที่มีประวัติการทำงานด้านศาสนาอย่างเป็นรูปธรรม

อปพส. มอง ดร.นิยม ในฐานะ “ตัวแทนเชิงสัญลักษณ์” ที่สามารถนำประเด็นการปกป้องศาสนาเข้าสู่สภาได้จริง กลยุทธ์สำคัญคือการแยก “ตัวบุคคล” ออกจาก “สังกัดพรรค” เพื่อดึงคะแนนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่อาจยังยึดโยงกับพรรคเดิม แต่ให้ความสำคัญกับศรัทธาและผลงานเฉพาะตัว

พรรคโอกาสใหม่ กับบทบาททางเลือกที่สาม

ในเชิงโครงสร้างพรรค รายงานระบุว่า พรรคโอกาสใหม่ ภายใต้การนำของนายจตุพร บุรุษพัฒน์ วางตำแหน่งเป็น “ทางเลือกที่สาม” ระหว่างประชานิยมแบบเดิมกับการปฏิรูปสุดโต่ง โดยอาศัยผู้สมัครที่มีฐานเสียงท้องถิ่นแข็งแรงเป็นหัวหอกในพื้นที่ภูธร

นโยบายรัฐสวัสดิการ การแช่แข็งหนี้ และการแก้ปัญหาปากท้อง ถูก ดร.นิยม นำมาเชื่อมโยงกับหลักพุทธธรรม เพื่อสื่อสารกับชุมชนวัด โรงเรียนพระปริยัติธรรม และเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งรายงานมองว่าเป็นการผสมผสาน “นโยบายสมัยใหม่” กับ “อัตลักษณ์ทางศาสนา” อย่างมีชั้นเชิง

เส้นแบ่งกฎหมาย–จริยธรรมที่ต้องจับตา

อย่างไรก็ตาม รายงานเตือนว่า การใช้ประเด็นศาสนาในการหาเสียงยังอยู่บนเส้นแบ่งที่เปราะบาง ทั้งในมิติของกฎหมายเลือกตั้งและจริยธรรมทางศาสนา โดยเฉพาะบทบาทขององค์กรภายนอกอย่าง อปพส. ซึ่งอาจถูกตีความว่าเป็นผู้ช่วยหาเสียง หากไม่ดำเนินการอย่างระมัดระวังอาจนำไปสู่ข้อพิพาททางกฎหมายได้

ศรัทธากับอนาคตการเมืองไทย

บทสรุปของงานวิจัยชี้ว่า การเลือกตั้งสกลนคร เขต 2 ปี 2569 เป็นภาพสะท้อนการขยับจาก “การเมืองเชิงอุดมการณ์พรรค” ไปสู่ “การเมืองเชิงอัตลักษณ์” มากขึ้น โดยเฉพาะการปลุกพลังศรัทธาทางศาสนาให้กลายเป็นทุนทางการเมือง

ผลลัพธ์จากคูหาเลือกตั้งจะเป็นคำตอบสำคัญว่า ในยุควิกฤตซ้อนวิกฤต “ศรัทธา” จะสามารถแปรเปลี่ยนเป็นชัยชนะทางการเมืองได้เพียงใด และจะกลายเป็นโมเดลใหม่ของการเมืองไทยในทศวรรษหน้าหรือไม่

หน้าแรก » การเมือง