วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569 21:43 น.

การเมือง

ยุทธศาสตร์ รัฐบาล รทสช. 100 วันแรก "อรรถวิชช์" ชู ฟื้นฟูเศรษฐกิจชาติ หั่นราคาพลังงาน ล้างหนี้ กยศ. ทลายทุนผูกขาด คุมเข้มชายแดน ยึดคืนอธิปไตยไทย

วันจันทร์ ที่ 02 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.40 น.

 เมื่อวันที่  2 กุมภาพันธ์ 2569   ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ แสดงวิสัยทัศน์บนเวที Tha Prachan Election Debate โดยกล่าวถึงแนวทางการทำงานของพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยเฉพาะสิ่งที่จะดำเนินการในช่วง 100 วันแรกหากได้บริหารประเทศ
 
ดร.อรรถวิชช์ ระบุว่า พรรครวมไทยสร้างชาติทำงานด้านนโยบายพลังงานมาแล้วกว่า 2 ปี โดยดูแลกระทรวงพลังงานและสามารถลดค่าไฟฟ้าได้ถึง 76 สตางค์ หรือคิดเป็น 16% ซึ่งไม่เคยมีรัฐมนตรีคนใดทำได้มาก่อน เนื่องจากเป็นการทำงานที่ต้องเผชิญและต่อสู้กับทุนผูกขาดด้านพลังงานโดยตรง 
 
สำหรับเป้าหมายในช่วง 100 วันแรก ดร.อรรถวิชช์ ระบุว่า ค่าไฟฟ้าเป็นภารกิจเร่งด่วน โดยในช่วงที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และตนเองเข้ามารับผิดชอบ ค่าไฟอยู่ที่ 4.70 บาทต่อหน่วย และสามารถลดลงมาเหลือ 3.94 บาท โดยเป้าหมายต่อไปคือการลดลงทันทีให้เหลือ 3.70 บาท ซึ่งมั่นใจว่าสามารถทำได้จากการปรับโครงสร้างต้นทุน และตั้งเป้าหมายระยะถัดไปที่ 3.30 บาทต่อหน่วย
 
นอกจากนี้ ดร.อรรถวิชช์ ยังกล่าวถึงแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้ กยศ. โดยยืนยันว่าจะไม่บังคับคดี แต่เปิดโอกาสให้นักศึกษาที่กู้ยืมเข้ามาฝึกงานหรือช่วยงานในหน่วยงานของรัฐแทนการชำระหนี้ เพื่อสร้างโอกาสในการทำงานและไม่ตัดอนาคตของเยาวชนไทย
 
ดร.อรรถวิชช์ กล่าวถึงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ โดยระบุว่า ต้องทำอย่างสมดุล โดยเฉพาะนโยบายประชานิยมที่ยังสามารถทำได้ หากออกแบบให้เหมาะสมและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง โดยการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือ GDP ต้องขับเคลื่อนด้วยปัจจัยหลัก 4 เรื่อง ได้แก่ การบริโภคในประเทศ การลงทุน รายจ่ายของภาครัฐ และการส่งออก ซึ่งทุกส่วนต้องทำงานไปพร้อมกัน และรัฐบาลสามารถเลือกได้ว่าจะลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐาน หรือกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน  ซึ่งสิ่งสำคัญไม่ใช่เพียง "แจก" หรือ "ไม่แจก" แต่ต้องดูว่าเมื่อแจกแล้วเงินที่ออกไปสามารถสร้างรอบหมุนทางเศรษฐกิจได้กี่รอบ ยกตัวอย่างกรณีเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 1,500 บาท หากเงินถูกส่งตรงถึงมือผู้สูงอายุ เงินจำนวนนี้มักถูกนำไปใช้จ่ายทันที ไม่ถูกเก็บไว้ ส่งผลให้เกิดการจับจ่ายตั้งแต่แผงลอย ร้านค้าชุมชน ไปจนถึงร้านค้าปลีก ทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนต่อเนื่องเป็นทอดๆ ขณะเดียวกันตั้งข้อสังเกตถึงนโยบายในลักษณะ "การชิงโชค" หรือ "หวย" โดยระบุว่า แม้จะมีผู้ถูกรางวัลและได้เงินก้อนใหญ่ เช่น 1 ล้านบาท แต่เงินจำนวนดังกล่าวมักถูกนำไปเก็บออมหรือใช้หนี้ ซึ่งไม่ช่วยให้เกิดรอบหมุนทางเศรษฐกิจในวงกว้าง
 
"การออมไม่ใช่ตัวสร้างการหมุนของเศรษฐกิจ ดังนั้นนโยบายประชานิยมสามารถทำได้ แต่ต้องเป็นการแจกที่ทำให้เงินหมุนจริง และที่สำคัญต้องไม่มีการทุจริต เพราะหากเงินไปตกอยู่ในกระเป๋าของคนบางกลุ่ม นโยบายก็จะล้มเหลวทันที" ดร.อรรถวิชช์ กล่าว
 
ดร.อรรถวิชช์ กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ มีจุดยืนชัดเจนว่าถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องเดินหน้าสร้างรั้วถาวร และยกเลิก MOU 43 และ 44 อย่างเด็ดขาด หลังจากที่ไทยสามารถยึดพื้นที่ตามแผนที่มาตราส่วน 1 ต่อ 50,000 ได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นชัยชนะตามกติกาสากล พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยได้สูญเสียเลือดเนื้อมาแล้วมากพอแล้ว และไม่ควรปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้ออีกต่อไป ทั้งนี้ การสร้างรั้วถาวรจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีควบคู่ ทั้งกล้องวงจรปิด ระบบเรดาร์ และระบบรักษาความปลอดภัยสมัยใหม่ ไม่ควรทำเพียงหอคอยตรวจการณ์โดยไม่มีรั้ว เพราะจะไม่สามารถป้องกันพื้นที่ได้อย่างแท้จริง 
 
นอกจากนี้ ดร.อรรถวิชช์ ระบุอีกว่า ในช่วงที่ไทยหยุดพักการปะทะ ฝ่ายกัมพูชาได้เร่งเสริมความแข็งแกร่ง ทั้งการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ยุทธศาสตร์ และการเตรียมจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์เพิ่มเติม ซึ่งหากไทยรอให้ฝ่ายตรงข้ามแข็งแรงขึ้น อาจส่งผลเสียต่อความมั่นคงในระยะยาว ทั้งนี้ ปัจจุบันไทยมีศักยภาพทางทหารทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ โดยในอ่าวไทยมีเรือฟริเกตและเรือคอร์เวตพร้อมปฏิบัติการ หากไม่ใช้ช่วงเวลาที่ไทยได้เปรียบในขณะนี้ ย่อมทำให้ประเทศตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก พร้อมย้ำว่า หากมีความเห็นพ้องต้องกัน ต้องดำเนินการอย่างชัดเจน "สร้างรั้ว ยึดแนวพื้นที่ให้เป็นรูปธรรม และประกาศให้ชัดว่านี่คืออธิปไตยของประเทศไทย"
 
สำหรับการเรียกร้องให้จับตัว ฮุน เซน ดร.อรรถวิชช์ ระบุว่า การจับตัวบุคคลดังกล่าวไม่ใช่เงื่อนไขที่จะยุติความขัดแย้งได้ เนื่องจากไม่ได้เป็นผู้นำประเทศในปัจจุบัน และการกระทำเช่นนั้นอาจไม่สามารถตอบโจทย์ทางการทูตได้ 
 
ดร.อรรถวิชช์ ยังกล่าวถึงแนวทางสนับสนุนกองทัพ โดยระบุว่า ผู้ที่ออกปฏิบัติภารกิจรบจะได้รับค่าตอบแทน 200,000 บาท และผู้ที่สมัครใจเข้ารับการเกณฑ์ทหารจะได้รับ 30,000 บาท ซึ่งมีเพียงปีละประมาณ 80,000 อัตรา ใช้งบประมาณราว 2,400 ล้านบาท พร้อมย้ำว่า เป็นแนวคิดที่ทำให้ได้ทหารที่สมัครใจ ลดปัญหาความขัดแย้งเรื่องการเกณฑ์ทหาร และเสริมความเข้มแข็งในการปกป้องอธิปไตยของประเทศ
 
ดร.อรรถวิชช์ กล่าวถึงประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชน โดยระบุว่า ก่อนหน้านี้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ร่วมกันผลักดันกฎหมายที่เรียกว่า "กองทุนยุติธรรม" มาเป็นเวลานาน เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ไม่มีเงินในการฟ้องร้องคดีความ ให้สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ ซึ่งปัจจุบันกองทุนยุติธรรมได้ช่วยเหลือประชาชนทั้งในด้านค่าใช้จ่ายและค่าเดินทางในการต่อสู้คดีไปแล้วกว่า 60,000 ราย และสำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรครวมไทยสร้างชาติมองเห็นความสำคัญเรื่องปัญหาที่ดินทำกินของประชาชน ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่ชาวบ้านจำนวนมากอาศัยและทำกินอยู่มาก่อนการประกาศเขตป่าสงวน แต่กลับต้องเผชิญข้อพิพาทกับหน่วยงานรัฐ แม้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) จะมีมติชี้ชัดว่าที่ดินเป็นของชาวบ้าน แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่เกิดการโอนสิทธิจริงจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทำให้ปัญหายืดเยื้อเรื้อรังต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น โดยเสนอจัดตั้ง "ศาลที่ดิน" เพื่อใช้เป็นกลไกตัดสินข้อพิพาทโดยตรง หากเกิดความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชน ให้สามารถนำเรื่องขึ้นสู่การพิจารณาของศาลได้ทันที เพื่อคุ้มครองสิทธิในที่ดินทำกินของประชาชน
 
เรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ดร.อรรถวิชช์ ระบุว่า ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือข้าราชการ ถือเป็นการทำลายประเทศโดยตรง ส่วนคดีสแกมเมอร์นั้น แม้กฎหมายปัจจุบันกำหนดโทษจำคุกไม่สูง แต่ในทางปฏิบัติเป็นคดีที่ซับซ้อน พิสูจน์ยาก และสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อประชาชนจำนวนมาก แม้นักการเมืองทุกพรรคจะพูดตรงกันว่าคอร์รัปชันคือ "มะเร็งร้ายของประเทศ" แต่เมื่อมีการเสนอให้ใช้โทษประหารชีวิต กลับมีเพียงไม่กี่พรรคที่แสดงท่าทีสนับสนุน ทั้งนี้ เสนอให้เร่งรัดกระบวนการยุติธรรม คดีสำคัญควรแล้วเสร็จภายในไม่เกิน 2 ปี เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาคดีล่าช้าจนผู้กระทำผิดพ้นโทษ พร้อมย้ำว่าแนวคิดดังกล่าวไม่ใช่ความรุนแรง แต่เป็นการกำหนดโทษอย่างชัดเจนเพื่อปกป้องประเทศ และตัดวงจรคอร์รัปชันให้หมดไปในอนาคต นอกจากนี้ยังเสนอโทษประหารชีวิตสำหรับผู้ทุจริตโกงเงินแผ่นดิน โดยมองว่าไม่ได้ขัดกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน แต่คือการคุ้มครองสิทธิของประชาชนทั้งประเทศ เพื่อไม่ให้คนโกงเข้ามากินบ้านกินเมือง
 
ดร.อรรถวิชช์ ยังกล่าวถึงปัญหาทุนผูกขาด โดยเฉพาะภาคเกษตรที่ต้นทุนปุ๋ยและสารเคมีถูกกำหนดราคาล่วงหน้า รวมถึงภาคพลังงานที่เอกชนถือครองการผลิตไฟฟ้ากว่า 71% ขณะที่รัฐมีสัดส่วนเพียง 29% ซึ่งสะท้อนโครงสร้างเศรษฐกิจที่เอื้อทุนใหญ่

"ปัญหา Deep State ฝังรากอยู่ในหลายวงการ หากประเทศมีบทลงโทษขั้นสูงสุดค้ำไว้ การคอร์รัปชันจะเกิดได้ยาก และวงจรอำนาจมืดจะค่อยๆ หมดไป" ดร.อรรถวิชช์ กล่าว
 

หน้าแรก » การเมือง