การเมือง
เจาะลึกบทบาทคุ้มครองพุทธ ของ “ดร.นิยม เวชกามา” สมการการเมือง–ศาสนา
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
ในบริบทการเมืองไทยร่วมสมัย ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับสถาบันสงฆ์ยังคงดำรงอยู่ในลักษณะพึ่งพาอาศัยกันมาอย่างยาวนาน โดยรัฐธรรมนูญทุกฉบับต่างบัญญัติรับรองบทบาทของรัฐในการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา ในฐานะรากฐานทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณของชาติ อย่างไรก็ตาม ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา กิจการพระพุทธศาสนาเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้าง ทั้งปัญหากฎหมายที่ทับซ้อน วิกฤตศรัทธา และข้อถกเถียงเรื่องขอบเขตการตรวจสอบจากภาครัฐ จนนำไปสู่เสียงเรียกร้องให้มีการปฏิรูปเชิงระบบอย่างจริงจัง

ท่ามกลางบริบทดังกล่าว ชื่อของ ดร.นิยม เวชกามา กลายเป็นตัวแสดงสำคัญในสมรภูมิ “การเมือง–ศาสนา” โดยบทวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์ล่าสุดชี้ให้เห็นว่า บทบาทของเขาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการใช้ศาสนาเป็นสัญลักษณ์ทางการเมือง หากแต่เป็นความพยายามแปลง “ทุนทางศาสนา” ให้กลายเป็นนโยบายสาธารณะที่มีผลเชิงโครงสร้าง และเชื่อมโยงโดยตรงกับการแข่งขันทางการเมืองในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2569
จาก “ดร.มหานิยม” สู่ผู้พิทักษ์พระพุทธศาสนาในสนามการเมือง
ดร.นิยม เวชกามา มีภูมิหลังทางวิชาการที่แตกต่างจากนักการเมืองท้องถิ่นทั่วไป โดยสำเร็จการศึกษาระดับพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต (พุทธจิตวิทยา) จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วุฒิการศึกษาดังกล่าวไม่เพียงสร้างความชอบธรรมทางปัญญา แต่ยังเปิดทางให้เขาสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์เชิงลึกกับพระสังฆาธิการทั่วประเทศ จนเกิดฐานสนับสนุนที่มีลักษณะเป็น “คะแนนเสียงจัดตั้งตามธรรมชาติ”
ตลอดเส้นทางการเมืองในฐานะอดีต ส.ส.จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ดร.นิยม มีบทบาทเด่นในการอภิปรายและผลักดันประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์และกิจการคณะสงฆ์ ทั้งกรณีการคุ้มครองสิทธิในการแสดงความคิดเห็นของพระสงฆ์ คดีเงินทอนวัด ไปจนถึงสวัสดิการพระสงฆ์ในช่วงวิกฤตโควิด-19 บทบาทเหล่านี้ทำให้เขาถูกมองว่าเป็น “เกราะกำบัง” ของคณะสงฆ์จากการใช้อำนาจรัฐที่ถูกวิพากษ์ว่าขาดความเป็นธรรม
ก้าวสู่ฝ่ายบริหาร: จากวาทกรรมสู่กลไกนโยบาย
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ ดร.นิยม ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในปี 2567 การเข้าสู่ฝ่ายบริหารทำให้เขามีอำนาจเชิงเครื่องมือในการผลักดันข้อเสนอที่เคยอภิปรายในสภาให้กลายเป็นนโยบายที่จับต้องได้ หนึ่งในผลงานสำคัญคือการวางกรอบ “นโยบาย 8 ประการ” เพื่อปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ตั้งแต่การแก้ปัญหาที่ดินวัด การปรับบทบาทสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ไปจนถึงการบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลในระบบทะเบียนพระภิกษุสามเณร
ผลสัมฤทธิ์ที่ถูกจับตามากที่สุด คือการผลักดัน ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการคุ้มครองพระพุทธศาสนา พ.ศ. 2568 ซึ่งถูกมองว่าเป็นการสร้าง “ป้อมปราการทางกฎหมาย” ให้กับพระพุทธศาสนา โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่ผสานทั้งมิติด้านกฎหมาย การบริหาร ความมั่นคง และการเงินเข้าด้วยกัน
นอกจากนี้ บทบาทด้าน “การทูตพุทธศาสนา” เช่น การอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากสาธารณรัฐประชาชนจีน มาประดิษฐานในประเทศไทย ยังสะท้อนการใช้ศาสนาเป็นพลัง Soft Power ควบคู่กับการสร้างผลงานเชิงประจักษ์ทางการเมืองในช่วงก่อนการเลือกตั้ง
พรรคโอกาสใหม่ กับสมการเลือกตั้ง 2569
การตัดสินใจย้ายสังกัดมาสู่ พรรคโอกาสใหม่ และลงสมัคร ส.ส. เขต 2 จังหวัดสกลนคร หมายเลข 6 ในการเลือกตั้งปี 2569 ถูกมองว่าเป็นหมากการเมืองที่มีนัยสำคัญ พรรคโอกาสใหม่วางตำแหน่งตนเองเป็นพรรคที่เน้น “การบริหารนำการเมือง” และผสานนโยบายรัฐสวัสดิการ การแก้หนี้ และสิ่งแวดล้อม เข้ากับฐานศรัทธาทางพุทธศาสนา
ยุทธศาสตร์หาเสียงของ ดร.นิยม จึงเป็นการผสมผสานระหว่างการรักษาฐานเสียงเดิมในเครือข่ายวัด กับการขยายฐานสู่ประชาชนรากหญ้าผ่านนโยบายเศรษฐกิจและสวัสดิการของพรรค ซึ่งถูกมองว่าเป็นบททดสอบสำคัญว่า การเมืองแบบ “เทคนิคผสมศรัทธา” จะสามารถท้าทายการเมืองท้องถิ่นแบบดั้งเดิมได้หรือไม่
จากศาสนากับการเมือง สู่บรรทัดฐานใหม่?
บทวิเคราะห์สรุปว่า ดร.นิยม เวชกามา มิได้เป็นเพียงนักการเมืองที่ใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือหาเสียง หากแต่เป็น “ผู้ออกแบบนโยบายสาธารณะด้านศาสนา” ที่พยายามสร้างสมดุลระหว่างอำนาจรัฐและความเป็นอิสระของคณะสงฆ์ ภายใต้กรอบกฎหมายและการบริหารจัดการสมัยใหม่
การเลือกตั้งปี 2569 ในพื้นที่สกลนคร เขต 2 จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันของตัวบุคคล แต่สะท้อนคำถามใหญ่ของการเมืองไทยว่า ศาสนาและการเมืองจะสามารถเกื้อกูลกันอย่างยั่งยืน โดยไม่ตกอยู่ในกับดักของการอุปถัมภ์แบบเดิมได้หรือไม่
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- “สว.เศรณี” ลั่นกุ้งไทยใกล้วิกฤต! จากแชมป์โลกเหลืออันดับ 6 จี้รัฐปล่อยอุตสาหกรรมทรุด 10 ปี เร่งประกาศ ‘วาระแห่งชาติ’ ก่อนล่มสลายทั้งห่วงโซ่ 18 มิ.ย. 2569
- “วราวุธ” ลงพื้นที่อุดรฯ ตรวจเยี่ยมโรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานี รับปาก ชาวไร่อ้อย เร่ง ติดตามงบฯ ช่วยเหลืออ้อยสด ฤดูกาลผลิต ปี 67 / 68 18 มิ.ย. 2569
- “ปิยะรัฐชย์” เปิดกิจกรรมเครือข่ายสตรีภาคการเกษตร ชูพลังสตรีขับเคลื่อนระบบอาหารยั่งยืน รับปีสากลแห่งเกษตรกรสตรีของสหประชาชาติ 18 มิ.ย. 2569
- “ศุภมาส” เอาจริง หลังพบ "อกไก่ปั่นโปรตีน“ ไม่ตรงฉลาก-โฆษณาเกินจริง สั่ง สคบ. ผนึก อย. เชิญผู้ประกอบการชี้แจง ตรวจสอบเข้มทั้งฉลากและโฆษณา 18 มิ.ย. 2569
- รมช.มท. “พลพีร์ - วรศิษฎ์” แต่งไปรเวท ลงพื้นที่ Walking Street ป่าตอง รับฟังปัญหาธุรกิจ เตรียมมอบนโยบายขับเคลื่อนภูเก็ต ตั้งเป้า "ปลดล็อกกฎเก่าสร้างภูเก็ตน่าลงทุน" ยอมรับกฎหมายบางฉบับไม่ทันโลก 18 มิ.ย. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
"ในหลวง-พระราชินี" และพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงร่วมขบวนเชิญพระศพ "สมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" 20:42 น.- “วราวุธ” ปลุกพลัง SME ไทย งาน 45 ปี คพอ. ชู 3 นโยบายหลัก “เพิ่มความรู้-สร้างมาตรฐาน-เปิดทางสู่แหล่งทุน” สู้กติกาโลกใหม่ 20:28 น.
- ศิษย์เก่าดีเด่น ชมพู ฟ้า เหลือง คืนถิ่น รองอธิบดีพัฒนาที่ดิน "สุรชาติ" เปิดศึกลูกหนัง "Back to School" รร.ขอนแก่นวิทยายน 18:31 น.
- ข้าราชการและประชาชน ย่านถนนราชดำเนินใน เฝ้าแสดงความอาลัยในการเชิญพระศพ 17:28 น.
- ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ นำข้าราชการ-พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ประกอบพิธีถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระรูป 17:23 น.


