วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569 00:23 น.

การเมือง

"พิพัฒน์" ไม่กังวล "ปชป." ยกวลี "สมบัติพ่อเฒ่า" ทวงคืนเก้าอี้ 14 จังหวัดภาคใต้  ยัน Disneyland Thailand ไม่ใช่ไอเดียช่วงหาเสียง  

วันอังคาร ที่ 03 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.51 น.

"พิพัฒน์" ไม่กังวล "ปชป." ยกวลี "สมบัติพ่อเฒ่า" ทวงคืนเก้าอี้ 14 จังหวัดภาคใต้ ย้อนมีโอกาส 30 ปีทำไม่ได้ ควรให้คนทำได้มาช่วยดู ไม่ใช่มาทวงคืนสมบัติ  ยัน Disneyland Thailand ไม่ใช่ไอเดียช่วงหาเสียง ชี้จำเป็นต้องมี Man-made Destination หลัง เพื่อนบ้านโกยรายได้หมดแล้ว   

เมื่อวันที่  3 กุมภาพันธ์ 2569  เวลา 12.50 น.  ที่ จ.สุราษฎร์ธานี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำดูแลพื้นที่ภาคใต้ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงภาพรวมช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. ว่าจากการลงพื้นที่ภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัด ยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยยังตั้งเป้าได้สส.ไม่น้อยกว่า 31 เขต และขอฝากเบอร์ 37 ซึ่งเป็นคะแนนพรรคภูมิใจไทยด้วย ขณะที่ในส่วนของ จ.สุราษฎร์ธานี ที่พรรคส่งผู้สมัครครบทั้ง 7 เขต พรรคมีความมั่นใจในตัวผู้สมัครเดิมทั้ง 5 ท่าน โดยจะนำเสนอนโยบายต่างๆที่จะมาพัฒนา จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อนำบุคลากรที่มาร่วมอุดมการณ์กับพรรคภูมิใจไทยกลับเข้าสภาให้ได้อีกครั้ง ส่วนอีก 2 ท่าน เราได้นักการเมืองรุ่นใหม่มาร่วมงาน ซึ่งหวังว่าจะนำน้องๆทั้ง 2 ท่าน เข้าสู่สภาเพื่อให้ได้ครบทั้งจังหวัด แต่ชาวสุราษฎร์ธานีจะให้สส.แก่พรรคภูมิใจไทยได้กี่คน ก็อยู่ในมือของพี่น้องชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่าวันที่ 8 ก.พ.นี้ จะกาให้ผู้สมัครของพรรคทั้ง 7 เขต และกาเบอร์ 37 พรรคภูมิใจไทยหรือไม่ 
     
“พี่น้อง 14 จังหวัดภาคใต้ ต้องช่วยกันนำพรรคภูมิใจไทยเข้ามาสภาให้ได้มากที่สุด อดีตสส.ต้องพยายามเอาตัวเองกลับเข้าสภาให้ได้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้คนรุ่นใหม่ที่มาร่วมอุดมการณ์กับภูมิใจไทยได้เข้ามาเสริมศักยภาพในส่วนที่เหลือนี่คือความตั้งใจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย” นายพิพัฒน์ กล่าว
    
เมื่อถามว่า มีความกังวลเรื่องกระแสหรือไม่ เพราะคู่แข่งอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยถึงการช่วยเหลือเยียวยาเหตุน้ำท่วม นายพิพัฒน์ กล่าวว่า วันนี้ไม่ใช่เฉพาะพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้นที่มีกระแส แต่คิดว่าการต่อสู้ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ที่อดีตเคยเป็นของพรรคสีฟ้า แต่จากการเลือกตั้ง 2 ครั้ง ที่ผ่านมา พรรคสีฟ้าได้รับความนิยมลดลง และได้สส.ลดน้อยถอยลงมาตลอด ในอดีต 55 เขตเลือกตั้งในภาคใต้ ท่านได้ถึง 54 เขตเลือกตั้ง แต่วันนี้ทำไมเขาถึงหนีจากพวกท่านไป เรื่องนี้พรรคสีฟ้าต้องกลับไปพิจารณาตัวเองว่าในอดีตส่งเสาไฟฟ้าลงก็ปักธงได้ แต่วันนี้มีความพยายามเสนอตัวแทนของท่านในแต่ละจังหวัด แต่จำนวนสส.ก็ลดลงตลอด
     
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนไม่ได้อยากก้าวก่ายในสิ่งต่างๆ แต่อยากให้ท่านกลับไปทบทวนว่าตลอด 30 ปีที่ผ่านมา พวกท่านทำอะไรให้พี่น้องใน 14 จังหวัดภาคใต้บ้าง และเหตุใดความนิยมจึงลดลง ถ้าท่านทำดีมาตลอดคิดว่าคนใต้รักพวกท่านอยู่แล้ว แต่วันนี้ที่คนใต้เริ่มถอยห่างจากพวกท่าน เพราะพวกท่านพูดแล้วไม่เคยทำ ท่านคิดว่าภาคใต้เป็นสมบัติของพ่อเฒ่าแม่เฒ่า หมายความว่าต้องเลือกพวกท่านแน่นอน แต่วันนี้ทุกพรรคการเมืองนำเสนอเรื่องนโยบายเพื่อพิสูจน์กันที่ผลงาน และการกระทำ แต่ในการเลือกตั้ง 2 ครั้งหลังคือปี 2562 พรรคภูมิใจไทยปักธงในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ได้ 8 ที่นั่ง ต่อมาปี 2566 ได้ 12 ที่นั่ง แต่ครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ จากหลายพรรคมาร่วมงานด้วย จึงมั่นใจว่าผลงานที่พรรคภูมิใจไทยทำมาตั้งแต่ปี 2562 และ 2566 พี่น้องใน 14 จังหวัดภาคใต้ รับทราบ และเห็นถึงความจริงใจในนโยบายของพรรคภูมิใจไทย จึงมอบหมายให้ตนเป็นแกนนำในการรณรงค์หาเสียงในครั้งนี้ เพราะสิ่งต่างๆที่ทำ ตนกล้าพูดว่าเราสามารถที่จะทำให้คนใต้ได้เห็นว่าสิ่งที่เราพูดสิ่งที่เราได้ให้นโยบายจะสามารถขับเคลื่อนได้
     
“ผมอยากสะท้อนให้ท่านกลับไปดูหลังบ้านของท่าน ว่าทำไมท่านถึงมีจำนวนสส.ลดน้อยถอยลง วันนี้พวกท่านไม่มีนโยบายแล้วหรือถึงมาทวงสมบัติพ่อเฒ่าแม่เฒ่า ความหมายของวลีสมบัติพ่อเฒ่าแม่เฒ่า คือสมบัติปู่ย่าตายายที่ทิ้งเอาไว้ แต่พวกท่านไม่สามารถรักษาไว้ได้ ในเมื่อรักษาไม่ได้ก็ควรให้พรรคที่มีความตั้งใจมีจิตวิญญาณในการพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอน 14 จังหวัดภาคใต้ ได้เข้ามารับช่วงต่อจากพวกท่าน ไม่ใช่มาทวงคืนว่าให้ดูแลสมบัติพ่อเฒ่าแม่เฒ่า ผมคิดว่าสมบัติเหล่านี้ไม่ใช่สมบัติที่ตายตัว แต่เป็นสมบัติที่มีชีวิตจิตวิญญาณ มีสมอง และความคิด ในเมื่อท่านไม่สามารถรักษาได้ ก็แบ่งปันให้คนอื่นไปช่วยดูแลรักษาแทนพวกท่านดีกว่าหรือไม่ เราไม่ควรปราศรัยบนเวทีแล้วมีการใส่ร้ายป้ายสี เพื่อนำเรตติ้งของตัวเองกลับคืนมา ผมคิดว่าพวกเราควรพิสูจน์กันด้วยผลงานดีกว่า“ นายพิพัฒน์ กล่าว
     
นายพิพัฒน์ ยืนยันด้วยว่า ตนไม่มีความกังวลที่มีการใช้วลีดังกล่าวในช่วงโค้งสุดท้าย แต่คิดว่าเป็นการตอกย้ำความล้มเหลวของพวกท่านเอง แล้วไม่ต้องไปพูดว่ามีการกระทำสิ่งต่างๆ เพราะท่านทราบดีว่าการเลือกตั้งแต่ละครั้ง การรณรงค์หาเสียงต้องใช้ยุทธวิธีการโน้มน้าวจูงใจมานำเสนอต่อประชาชน ซึ่งเป็นวิถีทางประชาธิปไตยอยู่แล้ว ตนจึงไม่ได้รู้สึกตื่นเต้น แต่ทำไมถึงใช้วลีนี้มาทวงกันช่วงเวลานี้
    
ยัน Disneyland Thailand ไม่ใช่ไอเดียช่วงหาเสียง ชี้จำเป็นต้องมี Man-made Destination 

นายพิพัฒน์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงดึง Disneyland Thailand มาดำเนินการว่าอาจเป็นไปไม่ได้ว่า ประเทศไทยยังขาดแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man-made Destination) เพื่อใช้ดึงดูดนักท่องเที่ยว  เพราะที่ผ่านมาใช้แต่แหล่งท่องเที่ยว ทางธรรมชาติเพื่อหารายได้เท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีแหล่งท่องเที่ยวลักษณะนี้อยู่แล้ว โดยเฉพาะสิงคโปร์ แม้จะมีพื้นที่และทรัพยากรจำกัด แต่สามารถสร้างแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น จนดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้ประเทศอย่างมหาศาล ทั้งนี้ หากสามารถดึงดิสนีย์เข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้ จะถือเป็นดิสนีย์แลนด์ แห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน 

สำหรับโครงการดังกล่าวนี้ นายพิพัฒน์ยืนยันว่า ตนเองไม่ได้คิดในช่วงหาเสียงนี้ แต่ผ่านการคิดมาตั้งแต่สมัยที่ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ได้มีการหารือร่วมกับผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย, ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เห็นตรงกันว่าจำเป็นต้องมีแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวไทย ซึ่งจะช่วยให้โครงการรถไฟฟ้า 3 สนามบิน ประกอบด้วยสนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภา ได้ก่อสร้างให้สำเร็จ 

เนื่องจากปัจจุบันยังไม่สามารถก่อสร้างได้แม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว ซึ่งเอกชนระบุว่า ยังไม่มีแหล่งท่องเที่ยวและจุดความคุ้มค่าในการลงทุน ฉะนั้นเมื่อตนเองมีโอกาสได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จึงได้ผลักดันเรื่องนี้ต่อทั้งนี้ได้มีการเตรียมพื้นที่จำนวน 5,000 ไร่บริเวณ EEC เพื่อเตรียมสร้างไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งประกอบด้วยโครงการดิสนีย์แลนด์จำนวน 3,000 ไร่ อินดอร์สเตเดียม 80,000 ที่นั่ง และห้องประชุมไมซ์ 5,000 ที่นั่ง ศูนย์การค้าช้อปปิ้งมอลล์

นายพิพัฒน์กล่าวว่า หลังการเลือกตั้ง หากตนได้กลับมาดำรงตำแหน่งเดิม จะเดินหน้าโครงการดังกล่าวอย่างแน่นอน โดยมั่นใจว่าเมื่อมีโครงการที่ดี จะมีนักลงทุนเข้ามาร่วมทุน ซึ่งขณะนี้มีทั้งนักลงทุนไทยและนักลงทุนจากตะวันออกกลางแสดงความสนใจ ยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่เป็นผู้ลงทุน แต่มีหน้าที่เพียงอำนวยความสะดวกด้านที่ดินเท่านั้น ทั้งนี้โครงการยังอยู่ในขั้นตอนร่างแรก 

นายพิพัฒน์กล่าวทิ้งท้ายว่า โครงการดังกล่าวจะช่วยสร้างเม็ดเงินด้านการท่องเที่ยวและกีฬา (sport tourism) อย่างชัดเจน โดยยืนยันว่าจะไม่มีคาสิโนอย่างแน่นอน เนื่องจากเอนเตอร์เทนเมนต์ไม่จำเป็นต้องพึ่งคาสิโนก็สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาใช้จ่ายได้ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า หากโครงการเดินหน้า จะมีภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนอย่างแน่นอน


 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง