วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569 23:59 น.

การเมือง

"ยศชนัน" บุกสุรินทร์ อาสาเป็นศูนย์รวมใจคนทุกรุ่น "ณัฐวุฒิ" อ้อนขอคะแนนส่งถึง "ทักษิณ" 

วันพุธ ที่ 04 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.20 น.

เมื่อวันที่  4 กุมภาพันธ์ 2569  บรรยากาศการลงพื้นที่ภาคอีสานของ พรรคเพื่อไทย "3 วัน 8 จังหวัด 16 จุด" เป็นไปอย่างคึกคัก นำโดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียง และแกนนำชุดใหญ่ โดยหลังจากเดินสายมาแล้ว 12 จุด ตั้งแต่สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ  อุบลราชธานี และ จ.ศรีสะเกษ 

บ่ายวันนี้ (4 ก.พ.) พรรคเปิดเวทีปราศรัยที่ จ.สุรินทร์ 2 เวที คือที่เวทีปราศรัยที่ โรงสี ส.ชัยเจริญ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ และ ช่วยผูัสมัคร สส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทยทั้ง 8 เขต ประกอบด้วย เขต 1  นายอนันต์ ปาลีคุปต์ เบอร์ 1, เขต 2 นายชูชัย มุ่งเจริญพร เบอร์ 5, เขต 3 นายคุณากร ปรีชาชนะชัย เบอร์ 7, เขต 4 นายพรเทพ พูนศรีธนากูล เบอร์ 1, เขต 5 นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เบอร์ 5, เขต 6 นายสมบัติ ศรีสุรินทร์ เบอร์ 2, เขต 7 นายอธิศวิชญ์ เลิศชวัลรัชต์ เบอร์ 3, เขต 8 ร.ต.ท.จรูญ จุดาบุตร เบอร์ 4 

ทั้งนี้บรรยากาศเวทีปราศรัยเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนร่วมฟังปราศรัยกันอย่างล้นหลามทั้ง 2 ที่ โดย ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ตนตั้งใจที่จะเปลี่ยนความฝันและความหวังของพี่น้องชาวสุรินทร์ให้กลายเป็นความจริงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ด้วยวิสัยทัศน์ยกระดับพื้นที่สู่เมืองเกษตรอินทรีย์และศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างเต็มภาคภูมิ พร้อมย้ำถึงความผูกพันอันยาวนานตั้งแต่พรรคไทยรักไทยจนถึงพรรคเพื่อไทย โดยตนขออาสาเป็นตัวแทนที่เป็นศูนย์รวมใจของคนทุกกลุ่ม ทั้งคนเสื้อแดง เลือดใหม่เพื่อไทย และอดีตพรรคพลังประชาชน ซึ่งตนได้ยืนหยัดต่อสู้เคียงข้างภาคประชาชนมาตลอดชีวิต และในวันนี้มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการก้าวขึ้นมารับผิดชอบหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย เพื่อสร้างความกินดีอยู่ดีและคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน

นอกจากนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ยังระบุถึงแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการประกันกำไรพืชผลทางการเกษตร ทั้งข้าวหอมมะลิ ยางพารา มันสำปะหลัง และอ้อย พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบน้ำประปาและถนนหนทาง รวมถึงการส่งเสริม "ช้างสุรินทร์" ให้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวสำคัญเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระบบ ส่วนปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งนั้น ตนมีแผนบริหารจัดการน้ำแห่งชาติที่สมบูรณ์พร้อมแก้ไขอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ป่าต้นน้ำไปจนถึงการจัดสรรพื้นที่พักน้ำอย่างเป็นธรรมโดยไม่ปล่อยให้เกษตรกรต้องรับภาระขาดทุน ซึ่งการดำเนินงานขนาดใหญ่เช่นนี้ต้องอาศัยพรรคที่เชี่ยวชาญด้านการบริหารงบประมาณและมีศักยภาพในการหาเงินเข้าประเทศ ทั้งนี้ ตนขอให้คำมั่นด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีว่าจะทำหน้าที่ผู้นำอย่างสุดความสามารถ เพื่อนำมาซึ่งสันติสุขและอธิปไตยในทุกพื้นที่ เพราะอุดมการณ์ของพรรคเพื่อไทยคือการมีประชาชนเป็นหัวใจสำคัญเสมอ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าที่จริงพรรคเพื่อไทยมีผู้ช่วยหาเสียง 2 คนหนึ่งคือนายณัฐวุฒิ อีกคนหนึ่งเขาหมายมั่นปั้นมือว่าจะมาเจอพี่น้องให้ได้คือ “ทักษิณ ชินวัตร” ยังรักทักษิณไหม? ยังเชียร์ทักษิณไหม?  วันนี้เขาเอาทักษิณไปขังไม่ให้เจอพี่น้อง ให้พี่น้องช่วยกันกาคะแนนไปให้ถึงทักษิณได้ไหม นั้นคือคนก่อตั้งพรรคไทยรักไทย เป็นนายกรัฐมนตรีที่ได้สส.สูงสุด มีผลงานให้คนยากคนจนมากที่สุด อย่างที่ไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน เป็นนายกรัฐมนตรีที่ทำให้นโยบายบนป้ายหาเสียงให้มีชีวิต ป้ายหาเสียงคนอื่นป้ายหาเสียงแต่พอ ดร.ทักษิณ เป็นนายกฯ นโยบายบนป้ายหาเสียงก็กลายเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ทำได้จริง

ด้านนางสาวลิณธิภรณ์ ปราศรัยกับพี่น้องชาวสุรินทร์ ถึงนโยบาย หนึ่งอำเภอหนึ่งทุนการศึกษา ส่งลูกหลานเรียนจบปริญญาตรีและเปิดโอกาสไปเรียนต่อต่างประเทศ  และในการเลือกตั้งรอบนี้ พรรคเพื่อไทยจะยกเครื่องการศึกษาอาชีวะไทยให้ไปไกลระดับโลก  ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้ทำสำเร็จไปแล้วสมัยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงศึกษาธิการ ที่ส่งนักศึกษาอาชีวะไปเรียนการซ่อมเครื่องบินได้จริงถึงต่างประเทศแล้ว โดยนโยบายดังกล่าวมีชื่อว่า “อาชีวะสร้างชาติ สู่อาชีวะสู่สากล”

“นอกจากนี้ เรายังส่งเสริมพัฒนาฝีมือแรงงาน เรามีโครงการ “เรียนได้งบ จบได้งาน” 4 ปี 4 ล้านคน  โดยจะมีทุนให้ 10,000 บาท ปีละ 1 ล้านคนต่อเนื่อง 4 ปี เพื่อไปฝึกฝนฝีมือแรงงานให้มีทักษะความรู้ใหม่ และยังสนับสนุนหางานให้หลังเรียนจบอีกด้วย” อดีต รมช.กระทรวงศึกษาธิการ กล่าว

 
 

หน้าแรก » การเมือง