วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569 05:31 น.

การเมือง

เมื่อ "ศ.ดร.อุทิส ศิริวรรณ" เอาใจช่วย "ดร.นิยม เวชกามา" เบอร์ 6 สกลนคร เขต 2  

วันศุกร์ ที่ 06 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.49 น.

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของการเมืองไทย ไม่เพียงเพราะเกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างอำนาจและการลงประชามติรัฐธรรมนูญใหม่ หากแต่ยังสะท้อนการกลับมาของ “พุทธการเมือง” อย่างเป็นรูปธรรมในสนามเลือกตั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน

หนึ่งในกรณีศึกษาที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด คือการลงสมัครของ ดร.นิยม เวชกามา อดีต สส.สกลนคร ผู้สมัครหมายเลข 6 เขต 2 ในนาม พรรคโอกาสใหม่ ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนทางความคิดและทางจิตวิญญาณจากนักวิชาการชื่อดังอย่าง ศ.ดร.อุทิส ศิริวรรณ นักวิชาการด้านพุทธบริหารธุรกิจระดับนานาชาติ

กรณีนี้ไม่ใช่เพียงการย้ายพรรคของนักการเมืองท้องถิ่น แต่เป็นภาพสะท้อนการปะทะกันระหว่าง “พุทธศาสนานิยม” กับ “การเมืองเรื่องปากท้อง” และกระแสปฏิรูปสถาบัน ในบริบทสังคมอีสานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง

สกลนคร: สนามเลือกตั้งที่ “ตัวบุคคล” สำคัญกว่าพรรค

จังหวัดสกลนคร ซึ่งเคยเป็นฐานที่มั่นของพรรคเพื่อไทย กำลังเผชิญการสั่นคลอนจากหลายปัจจัย ตั้งแต่ผลการเลือกตั้งปี 2566 ที่แบรนด์พรรคไม่สามารถการันตีชัยชนะได้ ไปจนถึงปัญหาเรื้อรังเรื่องเอกสารสิทธิ์ที่ดินรอบหนองหาร

ในเขตเลือกตั้งที่ 2 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่รอบหนองหาร เช่น ต.โคกก่อง ต.ม่วงลาย และ ต.ดงชน ปัญหาที่ดินถือเป็น “บาดแผลทางประวัติศาสตร์” ที่รัฐบาลหลายยุคไม่สามารถแก้ไขได้สำเร็จ ช่องว่างนี้เองที่เปิดโอกาสให้ผู้สมัครอย่าง ดร.นิยม เข้ามานำเสนอทางเลือกใหม่ โดยเชื่อมโยง “ปากท้อง” เข้ากับ “ศรัทธา”

“ดร.มหานิยม” กับทุนทางศรัทธาในสนามการเมือง

ดร.นิยม เวชกามา มีสถานะพิเศษในสังคมอีสานในฐานะ “มหา” ผู้ผ่านการบวชเรียนและจบปริญญาเอกด้านพุทธจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ภาพลักษณ์ “ความรู้คู่คุณธรรม” สร้างความไว้วางใจในระดับลึกกับชุมชนและพระสงฆ์ในพื้นที่

ยุทธศาสตร์สำคัญของการหาเสียง คือการผลักดันนโยบาย ยกระดับสำนักสงฆ์กว่า 20,000 แห่งให้เป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งไม่เพียงตอบโจทย์ทางศาสนา แต่ยังเชื่อมโยงกับงบประมาณและการคุ้มครองทางกฎหมายของรัฐ ถือเป็นนโยบายที่ “จับต้องได้” ทั้งในมิติศรัทธาและการพัฒนา

จากเพื่อไทยสู่โอกาสใหม่: การเดิมพันของอุดมการณ์

การย้ายออกจากพรรคเพื่อไทยหลังสังกัดมายาวนานกว่า 17 ปี ถูกมองว่าเป็นการตัดสินใจที่เจ็บปวดแต่จำเป็นสำหรับ ดร.นิยม ผู้ยืนยันว่าภารกิจปกป้องพุทธศาสนาและการแก้ปัญหาที่ดินหนองหารไม่อาจประนีประนอมได้

ภายใต้สีเสื้อพรรคโอกาสใหม่ ดร.นิยม นำเสนอนโยบายผสมผสานระหว่าง อนุรักษ์นิยมทางศาสนา กับ ประชานิยมทางเศรษฐกิจ ตั้งแต่การเปลี่ยนที่ดินเป็นทุน สวัสดิการสมัยใหม่ ไปจนถึงการพัฒนาทักษะ AI สำหรับประชาชน

ศ.ดร.อุทิส ศิริวรรณ: ผู้ให้ความชอบธรรมทางปัญญา

บทบาทของ ศ.ดร.อุทิส ศิริวรรณ ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การ “เอาใจช่วย” หากแต่ทำหน้าที่เสมือน ผู้สร้างกรอบคิด (Ideologue) ให้กับการเคลื่อนไหวของ ดร.นิยม โดยเชื่อมโยงหลักพุทธธรรมเข้ากับการบริหารจัดการสมัยใหม่

การสนับสนุนจากนักวิชาการระดับนานาชาติผู้นี้ ส่งสัญญาณสำคัญไปยังชนชั้นกลางและปัญญาชนพุทธว่า ดร.นิยม คือ “นักการเมืองน้ำดี” ที่มีความกล้าหาญทางจริยธรรม และสามารถเป็นสะพานเชื่อมระหว่างศรัทธา กับการเมืองยุคใหม่

พุทธการเมืองกับอนาคตประชาธิปไตยไทย

การเลือกตั้งปี 2569 กำลังกลายเป็นเวทีปะทะกันอย่างชัดเจนระหว่าง

แนวคิด อุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนา ของพรรคโอกาสใหม่

กับแนวคิด ปฏิรูปและตรวจสอบ ของพรรคประชาชน

ในบริบทภาคอีสานที่วัดยังเป็นศูนย์กลางชุมชน การนำศาสนาเข้าสู่การเมืองในเชิง “โครงสร้างพื้นฐาน” มากกว่าความเชื่อเชิงนามธรรม อาจกลายเป็นยุทธศาสตร์ที่ได้เปรียบอย่างมีนัยสำคัญ

บทสรุป: เลือก สส. หรือเลือกทิศทางรัฐ–ศาสนา

การลงสมัครของ ดร.นิยม เวชกามา เบอร์ 6 เขต 2 สกลนคร โดยมีแรงหนุนจาก ศ.ดร.อุทิส ศิริวรรณ จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันของผู้สมัคร แต่เป็นการตัดสินทิศทางความสัมพันธ์ระหว่าง รัฐ ศาสนา และประชาธิปไตยไทย ในทศวรรษหน้า

คำถามสำคัญคือ สังคมไทยจะเลือกเส้นทาง อุปถัมภ์ศรัทธาให้เข้มแข็งขึ้น หรือจะเดินหน้าเข้าสู่ การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ที่ท้าทายวิถีเดิม — คำตอบจะถูกตัดสินในคูหาเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง