วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569 02:57 น.

การเมือง

“ดร.มหานิยม” ถวายน้ำปานะพระนิสิตบาลี มหาธาตุวิทยาลัย สะท้อนบทบาทนักการเมืองสายพุทธ กับยุทธศาสตร์ปฏิรูปการศึกษาคณะสงฆ์ไทย

วันศุกร์ ที่ 06 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.06 น.

เมื่อวันที่  6 กุมภาพันธ์ 2569 พระภิกษุสามเณรนิสิตแผนกบาลี มหาธาตุวิทยาลัย วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ได้ร่วมกันอนุโมทนาบุญแด่ ดร.นิยม เวชกามา หรือที่รู้จักในนาม “ดร.มหานิยม” ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร เขต 2 หมายเลข 6 พรรคโอกาสใหม่ พร้อมคณะทีมงาน ในโอกาสที่ได้มีจิตศรัทธาน้อมถวายน้ำปานะแด่พระภิกษุสามเณรผู้เข้าอบรมบาลีชั้นประโยคไวยากรณ์ ณ มหาธาตุวิทยาลัย

การถวายทานครั้งนี้ นับเป็นการบำเพ็ญกุศลที่มีนัยสำคัญต่อการอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา และการส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรม ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการสืบทอดพระศาสนาให้มั่นคงในสังคมไทย ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล

พระภิกษุสามเณรผู้รับการถวาย ได้ให้พรขออานิสงส์แห่งทานนี้ จงเป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้ ดร.นิยม เวชกามา และคณะทีมงาน ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด มีกำลังกายกำลังใจในการประกอบกรณียกิจอันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและสังคม พร้อมขอคุณพระศรีรัตนตรัยอภิบาลคุ้มครองให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่พึงปรารถนาโดยชอบธรรมทุกประการ

 จากศรัทธาส่วนบุคคล สู่ยุทธศาสตร์ปฏิรูปการศึกษาคณะสงฆ์

เหตุการณ์ถวายทานดังกล่าว มิได้เป็นเพียงกิจกรรมทางศาสนาทั่วไป หากแต่สะท้อน “อัตลักษณ์ทางการเมือง” ของ ดร.นิยม เวชกามา ในฐานะนักการเมืองที่มีรากฐานทางพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง และกำลังนำประเด็นศาสนาเข้าสู่สนามนโยบายสาธารณะอย่างเป็นระบบ ในบริบทการเลือกตั้งทั่วไปปี พ.ศ. 2569

ปี 2569 ถูกมองว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของทั้งการเมืองไทยและสถาบันคณะสงฆ์ ประเทศกำลังเผชิญคลื่น Digital Disruption สังคมสูงวัย และวิกฤตศรัทธาที่สั่นคลอนสถาบันหลักหลายด้าน การเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการชิงอำนาจรัฐ แต่เป็นการแข่งขันเชิงวิสัยทัศน์ในการ “ปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานของชาติ” โดยหนึ่งในสมรภูมิสำคัญคือ จังหวัดสกลนคร เขต 2 ซึ่ง ดร.นิยม เวชกามา ลงสมัครในนามพรรคโอกาสใหม่

พรรคโอกาสใหม่ กับแนวคิด “อนุรักษนิยมใหม่”

พรรคโอกาสใหม่ ภายใต้การนำของ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ วางตำแหน่งตนเองเป็นพรรค “อนุรักษนิยมใหม่” ที่ยึดหลักการลงมือทำจริง เน้นประสิทธิภาพการบริหาร มากกว่าวาทกรรมทางการเมือง ยึดโยงกับสถาบันหลักของชาติ แต่เปิดรับเครื่องมือสมัยใหม่ในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง

การที่ ดร.นิยม เวชกามา ซึ่งเคยมีบทบาทโดดเด่นด้านการคุ้มครองพระพุทธศาสนาในสภา ตัดสินใจย้ายมาร่วมงานกับพรรคโอกาสใหม่ สะท้อนการปรับยุทธศาสตร์จาก “การปกป้องเชิงกฎหมาย” ไปสู่ “การพัฒนาเชิงโครงสร้าง” โดยมี “การศึกษา” เป็นหัวใจสำคัญ

ปฏิรูปการศึกษาสงฆ์: ทางรอดท่ามกลางวิกฤตศรัทธา

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คณะสงฆ์ไทยเผชิญปัญหาสะสม ทั้งข่าวอื้อฉาว การใช้สื่อออนไลน์อย่างไม่เหมาะสม วิกฤตศาสนทายาท และความล้าสมัยของหลักสูตรพระปริยัติธรรม ดร.นิยม เสนอว่า การแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่อาจพึ่งเพียงกฎหมายหรือการลงโทษ แต่ต้องเริ่มจาก “คุณภาพของคน”

นโยบายเรือธงของท่าน คือการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรการศึกษาคณะสงฆ์ให้ทันสมัย สอดคล้องกับมติมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 ที่มุ่งบูรณาการวิชาทางโลก ทักษะดิจิทัล การรู้เท่าทันสื่อ และการเทียบโอนวุฒิการศึกษา เพื่อสร้างพระสงฆ์ที่รู้เท่าทันโลก ควบคู่กับความมั่นคงทางธรรม

จากการอุปถัมภ์ สู่การวางรากฐานอนาคต

นักวิชาการด้านศาสนาและการเมืองมองว่า กิจกรรมถวายทานของ ดร.นิยม เวชกามา เป็นภาพสะท้อนแนวคิด “ศรัทธาคู่กับนโยบาย” คือการแสดงบทบาททางศีลธรรมควบคู่กับการผลักดันเชิงโครงสร้างในระดับชาติ หากนโยบายปฏิรูปการศึกษาคณะสงฆ์สามารถขับเคลื่อนได้จริง จะไม่เพียงช่วยฟื้นฟูศรัทธาในพระพุทธศาสนา แต่ยังเสริมสร้างทุนทางสังคมให้ประเทศในระยะยาว

ท้ายที่สุด ความสำเร็จของแนวคิดนี้ อาจไม่ได้วัดเพียงผลการเลือกตั้ง แต่ขึ้นอยู่กับว่า สังคมไทยและคณะสงฆ์ไทย “พร้อมหรือไม่” ที่จะเปิดรับโอกาสใหม่ในการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้พระพุทธศาสนายืนหยัดเป็นสถาบันหลักของชาติอย่างสง่างาม ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง