วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 04:23 น.

การเมือง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานผ้าขาว และถุงพระราชทาน ในงานบุญประทายข้าวเปลือก ประจำปี 2569 ณ วัดป่าดานวิเวก อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ

วันศุกร์ ที่ 06 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.15 น.

เมื่อวันที่  6 กุมภาพันธ์ 2569  เวลา 14.30 น. พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นประธานเชิญผ้าขาวพระราชทาน จำนวน 22 ม้วน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานในงานบุญประทายข้าวเปลือก ประจำปี 2568 ถวายแด่พระราชมงคลวชิรปรีดา (หลวงปู่ทุย ฉนฺทกโร) เจ้าอาวาสวัดป่าดานวิเวก ณ วัดป่าดานวิเวก ต.ศรีชมภู อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ โดยนายอำพน กิตติอำพน พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี พร้อมด้วยคณะกรรมการโครงการพุทธสถานทรัพยากรเฉลิมพระเกียรติวัดป่าดานวิเวก ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้แก่ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางอุดมพร เอกเอี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นายศรัณย์ศักด์ ศรีเครือเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี รวมถึงข้าราชการตุลาการ ทหาร ตำรวจ พลเรือน และพุทธศาสนิกชน ร่วมในพิธี
 
วัดป่าดานวิเวก มีพื้นที่รวมทั้งสิ้นประมาณ 3,302 ไร่ 3 งาน 53 ตารางวา เป็นพุทธสถานที่แวดล้อมด้วยทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้ แหล่งน้ำ เป็นพื้นที่อนุรักษ์และฟื้นฟูป่าที่มีความหลากหลายทางชีวภาพทั้งพืชพันธุ์ไม้ สัตว์ป่า และจุลินทรีย์ที่มีคุณค่า และเป็นพื้นที่สงวนหวงห้ามโดยเฉพาะ ห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปเก็บหาและขุดค้นทรัพยากรใด ๆ อย่างเด็ดขาด จึงทำให้การบริหารจัดการพื้นที่ภายในวัดป่าดานวิเวกต้องมีกฎระเบียบที่เข้มงวด ทั้งนี้ จะมีกิจกรรมปลูกป่าในพื้นที่พุทธสถาน ทั้งไม้ประดู่ ชิงชัง เต็ง รัง จนกลายเป็นป่าไม้ถวายเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติ 60 ปี เพื่อเป็นพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนทุกคนจะได้ช่วยกันดูแลด้วยความรู้สึกรักและหวงแหน ผูกพันกับผืนดิน ผืนป่า เพราะทุกคนเป็นเจ้าของป่า จึงส่งผลให้วัดเป็นพื้นที่แห่งสัปปายะ โดย "ป่า" คือ พื้นที่สร้างแหล่งอาหารให้สิ่งมีชีวิตทั้งมนุษย์และสัตว์ และ "ชุมชน" คือ กำแพงที่คอยปกป้องความอุดมสมบูรณ์ของป่าชุมชน
 
จากนั้น ในเวลา 15.05 น. พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี นำคณะ เชิญถุงพระราชทาน จำนวน 210 ชุด มอบให้แก่ผู้นำชุมชน ประชาชน และผู้ทำประโยชน์ให้กับวัดป่าดานวิเวก ณ โรงเรียนบ้านนาขาม ต.ศรีชมภู อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการผลผลิตทางการเกษตรจากการดำเนินโครงการพุทธสถานทรัพยากรเฉลิมพระเกียรติวัดป่าดานวิเวก ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมี ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ ผู้นำท้องที่ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน นักศึกษาวิชาทหาร ตลอดจนคณะครู นักเรียน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
 
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าด้วยกระหม่อมที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานผ้าขาว และถุงพระราชทาน ในงานบุญประทายข้าวเปลือก ประจำปี 2569 ของวัดป่าดานวิเวก ซึ่งประธานองคมนตรีได้เชิญผ้าขาวพระราชทานไปถวายหลวงพ่อทุยในช่วงบ่ายที่ผ่านมาแล้ว
 
ทั้งนี้ ความหมายของประทายข้าวเปลือก (ประเพณีคูณลาน) คำว่า ประทาย แปลว่า เจดีย์ทรายหรือการเอาสิงที่คล้ายกันมากองเป็นเจดีย์ เช่น ประทายข้าว ก็คือการเอาข้าวเปลือกมากองกันเป็นเจดีย์ และคูณลาน หมายความว่า การนำข้าวที่นวดแล้วกองขึ้นให้สูง
 
งานบุญประทายข้าวเปลือก งานบุญประเพณีบุญกองข้าว หรือบุญคูณลาน ถือเป็นประเพณีโบราณบุญเดือนยี่ อันเป็นประเพณีที่สืบทอดต่อกันมาช้านานของชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเมื่อหลังจากหมดฤดูเก็บเกี่ยวข้าวและนวดข้าวเสร็จแล้ว ชาวบ้านจะกองเมล็ดข้าวไว้ในลานนวดข้าว เป็นรูปกรวยคว่ำ  นิยมเรียกว่า "ทุ้มข้าว" ก่อนจะนำข้าวขึ้นเก็บไว้ในยุ้งฉาง และชาวบ้านจะทำบุญขวัญข้าว โดยนิมนต์พระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์ในตอนเย็นและถวายภัตตาหารเช้าในวันรุ่งขึ้น เลี้ยงอาหารเพื่อนบ้านที่ไปร่วมพิธี ต่อจากนั้นจึงนำน้ำมนต์ไปพรมกองข้าวและที่นา เพื่อให้เจ้าของนาอยู่อย่างเป็นสุข ฝนตกถูกต้องตามฤดูกาลในปีต่อไป ข้าวกล้านาจะงอกงามและได้ผลดี นอกจากนี้ ชาวนาต่างพากันนำข้าวเปลือกของตนมาถวายแก่วัด โดยพระสงฆ์จะทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์ อนุโมทนาบุญเป็นสิ่งตอบแทน ถือเป็นมหามงคลอันสูงสุด เพื่อรำลึกถึงบุญคุณพระแม่โพสพ ตามประเพณีความเชื่อที่มีมาแต่โบราณกาล
 
มูลเหตุดั้งเดิมที่จะมีการทำบุญคูณลาน มีเรื่องเล่าว่า ครั้งพุทธศาสนาของพระกัสสะปะ มีชายสองคนพี่น้องทำนาในที่เดียวกัน พอข้าวออกรวงเป็นน้ำนม น้องชายได้ชวนพี่ชายทำข้าวมธุปายาสถวายพระสงฆ์ แต่พี่ชายไม่เห็นชอบด้วย ทั้งสองพี่น้องจึงแบ่งนากันคนละส่วน เมื่อน้องชายได้เป็นเจ้าของที่นาที่แบ่งกันแล้ว จึงได้ถวายทานแด่พระสงฆ์ตามความพอใจ โดยทำบุญเป็นระยะถึง 9 ครั้ง นับแต่เวลาข้าวเป็นน้ำนม ก็ทำข้าวมธุปายาสถวายครั้งหนึ่ง เวลาข้าวพอเม่า ก็ทำข้าวเม่าถวายครั้งหนึ่ง เวลาจะลงมือเก็บเกี่ยวก็ถวายทานครั้งหนึ่ง เวลามัดข้าวทำเป็นฟอนก็ถวายทานครั้งหนึ่ง เวลาขนข้าวเข้าลานก็ถวายทานครั้งหนึ่ง และเวลาเก็บข้าวใส่ยุ้งฉางเสร็จก็ทำบุญอีกครั้งหนึ่ง และตั้งปณิธานปรารถนาให้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ในอนาคต
 
พอถึงพุทธศาสนาของพระสมณโคคมถึงได้เกิดเป็นโกณฑัญญะ ได้ออกบวชและสำเร็จพระอรหันต์เป็นเป็นสาวกได้ชื่อว่า "อัญญาโกณฑัญญะ" ส่วนพี่ชายได้ทำบุญเพียงครั้งเดียวเฉพาะตอนทำนาเสร็จแล้ว เมื่อถึงศาสนาพระสมณโคดม ได้เกิดเป็นสุภัททปริพาชก ได้สำเร็จอนาคามิผลเป็นพระอริยบุคคลองค์สุดท้ายในพระพุทธศาสนา เนื่องจากอานิสงส์จากให้ข้าวเป็นทานน้อยกว่าน้องชาย ชาวอีสานเมื่อทราบอานิสงส์จากการทำบุญดังกล่าว จึงได้นิยมทำบุญคูณลานต่อ ๆ กันมา

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง