วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569 02:58 น.

การเมือง

“3 แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย” นั่งรถไฟฟ้าสู่เวทีปราศรัยใหญ่ ประกาศชัด รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ภายใน 3 เดือน หากได้เป็นรัฐบาล

วันศุกร์ ที่ 06 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.53 น.

เมื่อวันที่  6 กุมภาพันธ์ 2569  บรรยากาศการหาเสียงโค้งสุดท้ายของพรรคเพื่อไทยเป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อ 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ได้แก่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ร่วมกันนั่งรถไฟฟ้าจากสถานีเพลินจิต ไปยังสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ เพื่อเดินทางต่อไปยังสนามกีฬาเทพหัสดิน ซึ่งเป็นเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง

ทันทีที่เข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ชูธนบัตรใบละ 20 บาท พร้อมประกาศย้ำต่อหน้าสื่อมวลชนและประชาชนว่า หากพรรคเพื่อไทยได้จัดตั้งรัฐบาล จะผลักดันนโยบาย “รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ภายใน 3 เดือน” เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนในเขตเมือง

ตลอดการเดินทาง มีประชาชนจำนวนมากเข้ามาทักทาย ขอถ่ายภาพ และให้กำลังใจแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คน พร้อมแสดงความหวังให้พรรคเพื่อไทยได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กล่าวถึงค่าโดยสารรถไฟฟ้าในปัจจุบันว่า วันนี้เดินทางเพียง 3 สถานี ค่าโดยสารอยู่ที่ 28 บาท พร้อมย้ำว่า หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ขณะที่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ระบุว่า นโยบายด้านคมนาคมของพรรคไม่ได้จำกัดเฉพาะรถไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังจะปรับปรุงเส้นทางรถโดยสารประจำทาง เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดจากระบบขนส่งสาธารณะอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง

ระหว่างทาง มีกลุ่มนักศึกษาเข้ามาขอถ่ายภาพร่วม พร้อมอวยพรว่า “ขอให้ได้เป็นนายกฯ นะคะอาจารย์” และเรียกขานว่า “นายกฯ เชน” ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง

นอกจากนี้ ยังมีพระภิกษุรูปหนึ่งกล่าวอวยพรว่า  “ประเทศไทยจะได้มีนายกฯ เป็นศาสตราจารย์ ดร. ประเทศต้องฝากความหวังไว้กับท่าน”  ทำให้นายยศชนันถึงกับหัวเราะ พร้อมกล่าวติดตลกว่า “สงสัยจะได้เป็นแล้ว” ก่อนที่พระภิกษุจะกล่าวเสริมว่า ได้หรือไม่ได้ไม่เป็นไร แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

เมื่อขบวนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คน เดินทางถึงสนามกีฬาเทพหัสดิน กลุ่มผู้สนับสนุนและแฟนคลับที่รออยู่ก่อนแล้ว ต่างวิ่งเข้ามาขอถ่ายภาพร่วมอย่างอบอุ่น สะท้อนกระแสความสนใจและการจับตาการเลือกตั้งครั้งสำคัญในช่วงโค้งสุดท้าย

"จุลพันธ์"  ยันไม่ปกป้องผู้สมัคร สส.กาฬสินธุ์ ถูกหมายเรียกเอี่ยวเว็บพนัน

 ที่สถานีรถไฟฟ้าเพลินจิต นายจุลพันธ์ ให้สัมภาษณ์กรณีกลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ส่งหมายเรียกนายพลากร พิมพะนิตย์ ผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย หลังมีกระแสข่าวเอี่ยวเว็บพนันออนไลน์ ว่า หากเป็นเรื่องมีมูลเราก็ไม่ปกป้อง ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่ต้องตั้งข้อสังเกตว่า ช่วงนี้เป็นช่วงใกล้การเลือกตั้ง และนี่เป็นเพียงแค่หมายเรียกให้เข้าไปชี้แจง ซึ่งเท่าที่ทราบมาตัวรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเรียกประชุมหน่วยงานเพื่อเร่งรัดคดีความเรื่องการเมืองเป็นพิเศษ หากมีความเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงจริง เชื่อว่ารัฐมนตรีคงต้องสั่งการและคงไม่ปล่อย คงจะดำเนินการให้เป็นเรื่องการจับกุมไปแล้ว

นายจุลพันธ์กล่าวต่อว่า แต่นี่เป็นลักษณะของหมายเรียกเท่านั้นและในฐานะที่เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยได้สอบถามไปยังเจ้าตัว ซึ่งปฏิเสธและยืนยันในความบริสุทธิ์ว่าไม่มีความเกี่ยวข้องแต่อย่างใด แต่เราดูด้วยความเป็นห่วง เพราะเคยให้ข้อสังเกตไปหลายครั้งแล้วว่าการเลือกตั้งครั้งนี้การใช้อำนาจรัฐในหลายรูปแบบ จึงอยากให้ข้าราชการวางตัวเป็นกลาง เรื่องอะไรที่ถูก ผิด ก็ว่ากันไปตามขั้นตอน อย่าไปใช้อำนาจที่ส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้ง ซึ่งไม่ดี นักการเมืองมาแล้วก็ไป ไม่มีใครอยู่ตลอดกาล แต่ข้าราชการต้องยึดมั่นในกฎหมายและหลักการ แต่เราจะติดตามความคืบหน้าเรื่องราวต่อไป

เมื่อถามถึง กรณีที่ก่อนหน้านี้เคยมีกรณีของผู้สมัครคนดังกล่าวแล้ว ก่อนการส่งลงสมัครได้ตรวจสอบประวัติรายละเอียดแล้วหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า เราได้ตรวจสอบประวัติครบถ้วน ผู้สมัครที่เป็น ส.ส.เก่า เรามีเวลานาน เราส่งให้หน่วยงานไม่ต่ำกว่า 10 หน่วยงานในการตรวจสอบเพื่อความถูกต้อง และความบริสุทธิ์ ซึ่งผลการตรวจสอบของหน่วยงานที่ตอบกลับมาในกรณีดังกล่าวก็ไม่มีเรื่องราวอะไร

เมื่อถามว่า ผู้สมัครรายดังกล่าวยังอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ หลังมีกระแสข่าวว่าหนีออกนอกประเทศไปแล้ว นายจุลพันธ์กล่าวว่า ยังอยู่ในประเทศ เพราะใกล้จะเลือกตั้งแล้วในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ยังไงก็ต้องอยู่ และไม่มีเรื่องที่ต้องออกไป เพราะเป็นแค่หมายเรียกเท่านั้น

เมื่อถามว่า การมีข่าวเช่นนี้ออกมาก่อนวันเลือกตั้ง 2 วันนั้น จะส่งผลต่อคะแนนของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า คงเป็นความคาดหวังของคนที่ปล่อยข่าวเพราะเรื่องลักษณะนี้ ดูจังหวะจะโคน ไม่ใช่แค่เรื่องของพรรคเพื่อไทยเท่านั้น เพราะเคยมีกรณีของพรรคอื่นด้วย ซึ่งในวันที่เป็นพรรคอื่น ตนยืนยันว่าไม่ได้โทษตัวพรรคในการตรวจสอบคน ซึ่งผิดพลาดกันได้ แต่เราเป็นห่วงในลักษณะของการเร่งรัดผิดปกติ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงการเลือกตั้ง และมีขบวนการในการเร่งรัด ขณะที่พรรคฝ่ายรัฐบาลดูจะขาวเหลือเกิน ดูจะสะอาดมาก ตรงจุดนี้ เราก็บอกว่าอย่าใช้กลไกอำนาจรัฐเป็นเครื่องมือทางการเมืองเท่านั้นเอง ในส่วนของคดีความก็ว่ากันไปตามเนื้อผ้า
 

 
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง