วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 02:58 น.

การเมือง

"อภิสิทธิ์" จี้ กกต. เปิดคะแนนรายหน่วยสร้างความโปร่งใส พร้อมเร่งรัฐบาลอายัดทรัพย์ "ทุนเทา" ก่อนครบกำหนด

วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.27 น.

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคประชาธิปัตย์ แถลงมติที่ประชุมร่วมคณะกรรมการบริหารและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แสดงความกังวลต่อความผิดปกติในการเลือกตั้ง เรียกร้อง กกต. เปิดเผยข้อมูลละเอียดทุกมิติเพื่อรักษาศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย พร้อมกระทุ้งหน่วยงานรัฐเร่งขยายผลคดีทุนเทาสแกมเมอร์ก่อนทรัพย์สินถูกถ่ายเท

 เรียกร้อง กกต. เร่งคลายข้อกังขาผลการเลือกตั้ง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า จากกระแสข่าวความผิดปกติในการจัดการเลือกตั้งหลายพื้นที่ที่เริ่มลุกลาม พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องเร่งสร้างความโปร่งใส โดยวิธีที่ดีที่สุดคือการเปิดเผยข้อมูลอย่างละเอียด ทั้งคะแนนรายหน่วยเลือกตั้งและจำนวนบัตรทั้งสองระบบ เนื่องจากพบข้อสังเกตเรื่องความแตกต่างของจำนวนบัตรในหลายพื้นที่

"หากพบความผิดปกติ กกต. ต้องเร่งใช้อำนาจหน้าที่ ทั้งการนับคะแนนใหม่หรือจัดให้มีการลงคะแนนใหม่ในกรณีที่จำเป็น" นายอภิสิทธิ์กล่าว พร้อมย้ำว่าการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรมคือรากฐานความชอบธรรมของรัฐบาล หากปล่อยให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเสถียรภาพทางการเมือง นอกจากนี้ยังฝากถึงทุกฝ่ายให้เคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายจนกระทบภาพลักษณ์ของประเทศ

  กระทุ้ง "ปปง.-กกต." อายัดทรัพย์ "ทุนเทาสแกมเมอร์" ก่อนสายเกินแก้

ในประเด็นคดีทุนเทาสแกมเมอร์ นายอภิสิทธิ์ ระบุว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่พรรคติดตามมาโดยตลอด โดยขณะนี้เหลือเวลาอีกเพียง 17 วัน ก่อนจะครบกำหนดระยะเวลา 90 วันตามกฎหมายในการยึดอายัดทรัพย์สิน จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ปปง. และ กลต. เร่งรัดดำเนินการอย่างจริงจัง

พรรคตั้งข้อสังเกตว่า พบความเชื่อมโยงของสถาบันการเงินและธุรกิจเดิมที่เข้าไปพัวพันกับโครงการใหม่ๆ เช่น การสแกนม่านตา ซึ่งหน่วยงานรัฐยังดำเนินการเชิงรุกไม่เพียงพอในการสกัดกั้นการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน 

"ทราบดีว่าตอนนี้ก็เป็นรัฐบาลรักษาการ และก็อำนาจหน้าที่ตรงนี้ก็เป็นของหน่วยงานอย่างเช่น ปปง. หรือ กลต.แต่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเร่งรัดเรื่องนี้ เพราะว่า มิฉะนั้นแล้ว ถ้าปล่อยระยะเวลาตรงนี้ผ่านไป และยิ่งมีรัฐบาลที่เป็นรัฐบาลรักษาการไปอีกยาว ในที่สุดมาตรการทั้งหลายในการปราบปรามก็จะไม่ได้เกิดผล อยากให้เร่งทำตรงนี้แล้วก็ขยายผลต่อ" นายอภิสิทธิ์กล่าวทิ้งท้าย

แถลงการณ์พรรคประชาธิปัตย์ ถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

ด้วยพรรคประชาธิปัตย์ได้ติดตามเรื่อง ธุรกรรมผิดปรกติของกลุ่มสแกมเมอร์มาตั้งแต่ต้น ตามที่ได้เสนอต่อ ปปง. เมื่อเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา และ ขอชื่นชม การปฏิบัติการของ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ภายใต้การนำของ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และ นายไชยชนก ชิดชอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นำไปสู่การยึดอายัดทรัพย์กลุ่มสแกมเมอร์ 9.2 พันล้านบาท  โดยมีระยะเวลาในการยึด อายัดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้อง 90 วัน ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 1 มีนาคม 2569 ซึ่งจากวันนี้ เหลือเวลาเพียงไม่เกิน 18 วันเท่านั้น ในการดำเนินการส่งอัยการฟ้อง เพื่อนำสู่การฟ้องศาลเพื่อยึดทรัพย์เหล่านี้ ให้ตกเป็นของรัฐอย่างชัดเจน
 
พรรคประชาธิปัตย์ได้รับข้อมูลว่า ปปง. จะมีการประชุมในบ่ายวันนี้ จึงขอเสนอความเห็น ดังนี้
 
1. การดำเนินการยึดอายัดทรัพย์ของ ปปง. ตั้งแต่ช่วงวันที่ 2 ธันวาคม 2568 เป็นไปอย่างถูกต้อง มีหลักฐานความผิดในข้อหา อั้งยี่-ซ่องโจร-ฉ้อโกงประชาชน-ฟอกเงิน โดยมีผู้เสียหายกว่า 700 ราย พบเส้นทางฟอกเงินมีโอนต่อเป็นทอดๆ มาถึงบัญชีเหล่านี้ ดังที่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะให้เป็นที่ทราบกันแล้วทั่วโลก จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่รัฐบาลและทุกหน่วยงาน รวมทั้ง ปปง. ต้องดำเนินการขั้นต่อไปอย่างจริงจัง
 
เรื่องนี้ จะเป็นการทดสอบ “การเมืองสุจริต” ของรัฐบาลไทย และ เป็นการรักษาศักดิ์ศรี และ ความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทย ประเทศไทยจะต้องไม่ยอมให้กลายเป็นศูนย์กลางการฟอกเงินของการกระทำผิดของกลุ่มสแกมเมอร์ และ ทุนเทา จากผู้กระทำความผิดในประเทศรอบๆอย่างจริงจัง
 
2. จากการศึกษาของพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มผู้กระทำความผิด และ สถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องเช่น กลุ่ม Capital Asia Investment (CAI) ยังมีความเกี่ยวข้องกับคดีสแกนม่านตาคนไทย 1.2 ล้านคน ซึ่ง DSI สรุปสำนวนคดี ส่ง ป.ป.ช.ไต่สวนข้อเท็จจริง ม.157 ข้าราชการฝ่ายการเมือง-เจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี รวม 6 ราย ไปแล้วด้วย จึงถือว่า เป็นกลุ่มอาชญากรรมร้ายแรง ที่เป็นอันตรายต่อประเทศไทยอย่างยิ่ง
 
3. จากการศึกษาของพรรคประชาธิปัตย์ ยังพบแหล่งสินทรัพย์และหลักทรัพย์ของกลุ่มบุคคลที่ถูกยึดอายัดทรัพย์กลุ่มนี้ แต่ยังไม่ถูกยึด อายัด  และ ตรวจสอบเส้นทางการเงินให้ครบถ้วนตามเรื่องที่ พรรคฯได้นำเสนอตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน และ กำลังรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อเตรียมเสนอให้ขยายวงหลักทรัพย์ และ กลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังต่อไป 
 
การดำเนินการในครั้งนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง และ เชื่อมั่นว่า รัฐบาล ปปง. และ ทุกหน่วยงานภาครัฐ จะได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อเป็นการสู้ภัยสแกมเมอร์ และปกป้องศักดิ์ศรี ของตลาดทุนไทย และ ประเทศไทยในสายตาชาวโลกให้สง่างาม
 
จึงเรียนมาเพื่อทราบ และ โปรดพิจารณาดำเนินการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจังต่อไป
.
#ประชาธิปัตย์ #พรรคประชาธิปัตย์ #DemocratPartyTH
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง