การเมือง
ผู้ตรวจการแผ่นดินถกเข้มร่วมหน่วยงานภาครัฐ จี้มาตรการความปลอดภัยไซต์งานก่อสร้าง-บำรุงทาง หยุดโศกนาฏกรรมซ้ำซาก
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน แสดงความห่วงใยอย่างยิ่งต่ออุบัติเหตุเครนถล่มในโครงการก่อสร้างพื้นที่พระราม 2 และสีคิ้ว ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในโครงการก่อสร้างของภาครัฐ
โดยเมื่อวานนี้ (11 กุมภาพันธ์ 2569) ได้ประชุมด่วนร่วมกับนายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหารือติดตามความคืบหน้าการดำเนินการตามคำวินิจฉัยและข้อเสนอแนะ กรณีการจัดการความปลอดภัยสำหรับงานก่อสร้างและบำรุงทาง ภายหลังเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงจากโครงการก่อสร้างของรัฐหลายกรณี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ณ ห้องประชุม 901-902 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ โซนซี กรุงเทพฯ

ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เผยว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการติดตามผลคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 ซึ่งมีข้อเสนอแนะสำคัญต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายหลังเหตุการณ์สูญเสียจากเครนถล่มพระราม 2 – รถไฟความเร็วสูงสีคิ้วมุ่ง 4 ประเด็นหลัก ครอบคลุมทุกมิติสู่การยกระดับมาตรการความปลอดภัยในโครงการก่อสร้างและบำรุงทางให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจริง วานนี้ (11 กุมภาพันธ์ 2569) จึงได้ประชุมหารือกับนายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ศาสตราจารย์ ดร. อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย การรถไฟแห่งประเทศไทย การทางพิเศษแห่งประเทศไทย กรมทางหลวงชนบท สภาวิศวกร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจภูธรจังหวัสมุทรสาคร
โดยผลการประชุมติดตามการดำเนินการตามข้อเสนอแนะ พบว่า ปัจจุบันกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง การทางพิเศษแห่งประเทศไทย กรมบัญชีกลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยและข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดิน ใน 4 ด้าน ดังนี้
1. ข้อเสนอแนะกรณีการจัดสรรงบประมาณด้านความปลอดภัยสำหรับโครงการก่อสร้างทางที่มีความเสี่ยง
ปัจจุบันกรมทางหลวงได้ดำเนินการปรับปรุงสัญญาจ้างโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อยกระดับมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงและกำหนดงบประมาณสำหรับอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยพื้นฐาน ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นและเพียงพอ ซึ่งจะส่งผลให้วงเงินงบประมาณด้านความปลอดภัยมีสัดส่วนที่เพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 2.5 ของมูลค่าโครงการ พร้อมทั้งปรับปรุงข้อกำหนดของป้าย เครื่องหมาย และอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยคิดคำนวณค่างานของอุปกรณ์ตามที่ได้ติดตั้งจริง ซึ่งจะได้นำแนวทางดังกล่าวมาปรับใช้กับโครงการทุกโครงการที่จะดำเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ต่อไป นอกจากนี้กรณีโครงการที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยสภาพ ได้กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำเกี่ยวกับรายการหรืออุปกรณ์เฉพาะ (specific safety items) เช่น อุปกรณ์ตรวจวัดพฤติกรรมของโครงสร้าง LG (Structural Health Monitoring) ซึ่งผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องติดตั้งเพิ่มเติม และกำหนดงบประมาณการก่อสร้างให้ครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมความปลอดภัย และค่าใช้จ่ายในการควบคุมดูแลความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของผู้รับเหมาช่วง ตลอดจนค่าใช้จ่ายสำหรับการทำประกันภัยของโครงการ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับกรมบัญชีกลาง
2. ข้อเสนอแนะกรณีมาตรการหรือแนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัยสำหรับโครงการก่อสร้างทาง ปัจจุบันกรมทางหลวงได้นำข้อกำหนดด้านความปลอดภัยในพื้นที่ก่อสร้าง (Construction Safety) และการจัดการจราจร (Traffic Work Zone Safety) มาเป็นเงื่อนไขแนบท้ายสัญญาก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ ที่จะดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งจะมีผลบังคับผูกพันทางกฎหมายให้ผู้รับจ้างต้องถือปฏิบัติ และกำชับให้ผู้รับจ้างให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติและการตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย ที่กำหนดขึ้น รวมทั้งการกำหนดค่าปรับรายวันและการสั่งให้ผู้รับจ้างหยุดงานจนกว่าจะแก้ไขให้ถูกต้องครบถ้วน กรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย
3. ข้อเสนอแนะกรณีกลไกการตรวจสอบและกำกับดูแลมาตรฐานด้านความปลอดภัยในโครงการก่อสร้างทาง โดยคณะกรรมการอิสระด้านวิศวกรรม ปัจจุบันกระทรวงคมนาคมได้แต่งตั้งคณะกรรมการติดตามยกระดับมาตรการความปลอดภัยระหว่าง การก่อสร้างของหน่วยงานในสังกัดฯ ตามคำสั่งกระทรวงคมนาคมที่ 121/2569 ลงวันที่ 15 มกราคม 2569 เพื่อตรวจสอบและกำกับดูแลมาตรฐานด้านความปลอดภัยในโครงการก่อสร้างและบำรุงทางในภาพรวม นอกจากนี้กรมทางหลวงยังได้แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบความปลอดภัยทางถนนระหว่างก่อสร้าง (RSA) สำหรับงานก่อสร้างและงานบำรุงทางโครงการขนาดเล็ก และคณะทำงานตรวจสอบความปลอดภัย (CSA) ของงานก่อสร้างโครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 สายทางยกระดับบางขุนเทียน – บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย – บ้านแพ้ว ตอน 4, 6 และ 7 ซึ่งในขั้นตอนต่อไปจะนำโครงการจำนวน 360 โครงการ ที่จะดำเนินการในอนาคต มาประเมินระดับความเสี่ยง หากโครงการใดมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูง อาจมีการแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระ (Third Party) เพื่อควบคุมและตรวจสอบการดำเนินโครงการอีกทางหนึ่ง
4. ข้อเสนอแนะกรณี “สมุดพกผู้รับเหมา” ปัจจุบันกระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลาง ได้ออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับผู้มีสิทธิ ขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการติดตามประเมินผลการทำงานของผู้ประกอบการ ซึ่งหากมีการดำเนินงานที่ล่าช้า ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน หรือเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ผู้ว่าจ้างสามารถเสนอให้พิจารณาลดชั้น ระงับการเสนอราคา หรือเพิกถอนทะเบียนผู้ประกอบการได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. .... และประกาศคณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ เรื่อง หลักเกณฑ์การปรับลดระดับชั้น การกลับคืนระดับชั้นของผู้ประกอบการ และการเพิกถอนรายชื่อผู้ประกอบการออกจากทะเบียนผู้ประกอบการฯ พ.ศ. .... เพื่อให้ระบบ “สมุดพกผู้รับเหมา” เกิดผลใช้บังคับอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพต่อไป
สำหรับกรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทั้งสองกรณี นั้น การรถไฟแห่งประเทศไทย และกรมทางหลวง ได้พิจารณาชดเชยเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายและระเบียบของทางราชการ สัญญาจ้าง และสัญญาประกันภัยที่ได้จัดทำไว้ ซึ่งทั้งสองหน่วยงานได้เน้นย้ำให้ผู้รับเหมาดำเนินการตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด โดยงดการทำงานขณะที่มีการเดินรถ และในส่วนของถนนพระราม 2 ได้มีการปิดการจราจรในช่องทางที่มีการทำงานเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนที่สัญจรผ่านถนนสายดังกล่าว
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- นิติศาสตร์ มรภ.สุราษฎร์ฯ รับใช้สังคม! นำร่องช่วยวัดยื่นออกโฉนด พร้อมประสานการไฟฟ้าแก้ปัญหาไฟตก 12 ก.พ. 2569
- เลขาธิการ TSPCA เฝ้าติดตามความคืบหน้ากรณี "สีดอหูพับ" ล้ม 12 ก.พ. 2569
- ผู้ตรวจการแผ่นดินถกเข้มร่วมหน่วยงานภาครัฐ จี้มาตรการความปลอดภัยไซต์งานก่อสร้าง-บำรุงทาง หยุดโศกนาฏกรรมซ้ำซาก 12 ก.พ. 2569
- "แพทองธาร" เผย "ทักษิณ" อารมณ์ดีร้องเพลง Let it be เวอร์ชั่นไทยให้ฟังหลังทราบผลเลือกตั้ง 12 ก.พ. 2569
- “วราวุธ” ชี้นับคะแนนใหม่สุพรรณบุรี เป็นอำนาจ กกต.-ศาล ย้ำยึดกฎหมาย ไม่ขอแสดงความเห็นเหตุเป็นผู้มีส่วนได้เสีย 12 ก.พ. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
“สุดารัตน์” นำทัพไทยสร้างไทย ลุยหาเสียง โค้งสุดท้าย ขอความไว้วางใจ ไทยสร้างไทย เบอร์ 48 ไปสานต่อภารกิจ 17:25 น.- “สมศักดิ์” ลุยหาเสียงจนหยดสุดท้าย ขอบคุณทุกเสียงตอบรับ ขอชาวสุโขทัย เขต 4 เลือก“จักรวาล” เบอร์ 2 เข้าไปสะท้อนปัญหา-ขับเคลื่อนนโยบาย แนะ ดูนโยบายแต่ละพรรคด้วย 17:19 น.
- โฆษกกธ. ชูคนรุ่นใหม่เลือก “ตั๊กอัยรินทร์“ คูคต-ลำสามแก้ว เลือกเพื่อการเปลี่ยนแปลง 17:18 น.
- โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง! "พีระพันธุ์-อรรถวิชช์-นราพัฒน์" นำทัพ รทสช. ขึ้นรถแห่ทั่วกรุง! ขอคนไทยเลือกตามหัวใจ ชูพรรค "ฐานที่มั่นสู้ทุนพลังงาน" 17:16 น.
- “ดร.เอ้ สุชัชวีร์” วอนประชาชนเปิดใจให้พรรคไทยก้าวใหม่เบอร์ 49 เข้าไปยกระดับการศึกษา แก้ปัญหาภัยพิบัติ ลั่นคนไทยต้องปลอดภัย 17:14 น.



