วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569 07:43 น.

การเมือง

 “ปลอดประสพ” เสนอ 6 แนวทางแก้ปมคน–ช้าง ย้ำย้ายช้างเป็นเรื่องเสี่ยง ควรทบทวนเชิงวิชาการ

วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.59 น.

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เรียกร้องให้สังคมหาทางออกกรณีความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า ภายใต้แนวคิด “ช้างกับคน ต้องอยู่ทั้งคู่”

ดร.ปลอดประสพ ระบุว่า ภายหลังโพสต์ก่อนหน้ากรณีช้างป่าล้มจากการวางยาสลบ มีประชาชนสนใจจำนวนมาก พร้อมยอมรับว่าอาจมีถ้อยคำที่ถูกมองว่า “คลั่งไคล้” แต่ยืนยันว่ามีเจตนาเพียงเตือนสติให้รอบคอบในเชิงวิชาการและการปฏิบัติ

ย้อน 30 ปี ประสบการณ์จัดการช้างป่า

อดีตรองนายกฯ ย้อนเล่าการทำงานร่วมกับกรมป่าไม้เมื่อกว่า 30 ปีก่อน โดยเริ่มจากการปลูกพืชอาหารช้างและทำโป่งในพื้นที่ป่า ตามแนวพระราชดำริในอดีต เพื่อกระจายแหล่งอาหาร ลดแรงกดดันต่อพื้นที่ชุมชน พร้อมยกตัวอย่างพื้นที่ภูหลวงที่มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

ในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีช้างเดินตัดผ่านถนนเป็นประจำ เขาเล่าว่าได้วางแผนให้ “ช้างอยู่กับรถยนต์” อย่างปลอดภัย โดยให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าแต่งเครื่องแบบ ใช้รถลายพราง ใส่รองเท้าบู๊ตและกระทืบเท้าเพื่อให้ช้างจดจำเสียงความถี่ต่ำ สร้างความคุ้นเคยและลดความตื่นตกใจ

พร้อมกำชับให้รถยนต์ขับช้า ห้ามบีบแตร หากพบโขลงช้างให้หยุดรถ และควบคุมรถบรรทุกผลไม้รวมถึงรถจักรยานยนต์เสียงดังอย่างเข้มงวด ซึ่งมาตรการดังกล่าวดำเนินต่อเนื่องมาจนปัจจุบันโดยไม่เกิดปัญหาใหญ่

เขายังเตือนกรณีพระธุดงค์หรือบุคคลที่เข้าใกล้ช้างโดยประมาท อาจเกิดอันตรายร้ายแรง พร้อมย้ำว่านักท่องเที่ยวควรตระหนักถึงพฤติกรรมสัตว์ป่า

ค้านแนวคิด “ย้ายช้าง” ชี้เสี่ยงทั้งทางวิชาการและปฏิบัติ

สำหรับกรณีปัจจุบัน ดร.ปลอดประสพระบุว่า หากเป็นตนจะอุทธรณ์และเชิญศาลมาเผชิญสืบ เพื่อทำความเข้าใจข้อเท็จจริงเชิงวิชาการ โดยชี้ว่าการย้ายช้างเป็นแทบเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ แม้จะวางยาสลบแล้ว การเคลื่อนย้ายขึ้นรถบรรทุกก็มีความเสี่ยงกระดูกหักหรือบาดเจ็บรุนแรง

พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าแนวคิด “ดัดสันดาน” หรือ “ปรับนิสัย” ช้าง เป็นเรื่องไม่สอดคล้องหลักวิชาการสัตว์ป่า

เสนอ 6 แนวทางระยะยาว

ดร.ปลอดประสพ เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ดังนี้

ติดตั้งเครื่องติดตามช้างให้ครอบคลุมมากที่สุด

ให้หมู่บ้านชายป่ามีระบบติดตามโขลงช้าง

จัดงบประมาณประจำเพื่อสร้างแหล่งอาหารและโป่งกระจายทั่วผืนป่า

ร่วมมือชาวบ้านและอาสาสมัครปลูกป่า–ปลูกพืชอาหารช้าง

ศึกษาวิจัยเชิงลึกเรื่องจำนวนประชากร การกระจายตัว (distribution) การเคลื่อนย้าย (migration) และขีดความสามารถรองรับ (carrying capacity) รวมถึงความเป็นไปได้ของการทำหมันช้าง

จัดตั้งสำนักงานและศูนย์บริหารจัดการช้างป่าโดยเฉพาะภายใต้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ช่วงท้าย เขาขอให้สังคมอย่าโกรธอธิบดีกรมอุทยานฯ โดยระบุว่าเมื่อเป็นคำพิพากษาศาล ข้าราชการย่อมต้องปฏิบัติตาม พร้อมย้ำว่าผู้บริหารเป็นคนดีและใกล้เกษียณอายุราชการ

โพสต์ดังกล่าวจุดกระแสถกเถียงอีกครั้งถึงแนวทางบริหารจัดการช้างป่าไทย ท่ามกลางโจทย์สำคัญว่าจะทำอย่างไรให้ “คนกับช้าง” อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว.
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง