วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 06:35 น.

การเมือง

ก้าวต่อไป “Walk for Peace” ถอดบทเรียนธรรมยาตรา 3,700 กม. สู่ยุทธศาสตร์พุทธทูตไทยในสหรัฐฯ

วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.56 น.

การเดินธรรมยาตราเพื่อสันติภาพ “Walk for Peace” ข้ามสหรัฐอเมริการะยะทางกว่า 3,700 กิโลเมตร ซึ่งดำเนินมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 และสิ้นสุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 กำลังถูกยกระดับจาก “เหตุการณ์ประวัติศาสตร์” สู่ “ยุทธศาสตร์ระยะยาว” ของคณะพระธรรมทูตไทยและเครือข่ายพุทธศาสนาในต่างแดน

รายงานวิเคราะห์ล่าสุดระบุว่า ธรรมยาตราครั้งนี้มิได้เป็นเพียงการจาริกเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นปฏิบัติการทางสังคมที่เชื่อมโยงศาสนา การเมือง และการทูตเชิงวัฒนธรรม (Cultural Diplomacy) ในบริบทสหรัฐอเมริกาซึ่งกำลังเผชิญภาวะความแตกแยกทางการเมืองอย่างรุนแรง

ธรรมยาตราข้าม “Bible Belt” สู่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
ขบวนพระธุดงค์นานาชาติ 19–24 รูป รวมพระธรรมทูตไทย 8 รูป ออกเดินทางเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 จากเมืองฟอร์ตเวิร์ธ รัฐเท็กซัส ภายใต้การนำของ Bhikkhu Paññakāra

เส้นทางตัดผ่านรัฐทางใต้ของสหรัฐฯ ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “Bible Belt” ได้แก่
Texas, Louisiana, Mississippi, Alabama, Georgia, South Carolina, North Carolina, Virginia ก่อนถึงจุดหมายที่ Washington, D.C. เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569

การเลือกเส้นทางดังกล่าวถูกมองว่ามีนัยเชิงยุทธศาสตร์ เพราะเป็นพื้นที่ศาสนาคริสต์เข้มข้น แต่กลับเกิดปรากฏการณ์ “ข้ามพ้นกำแพงศาสนา” ชุมชนท้องถิ่นจำนวนมากออกมาต้อนรับพระสงฆ์ ถวายน้ำและอาหาร แสดงความเคารพอย่างอบอุ่น

จากการเดินสู่กระแสไวรัล: Digital Dhamma
อีกมิติสำคัญคือพลังของสื่อดิจิทัล เพจโครงการเติบโตอย่างก้าวกระโดด มียอดผู้ติดตามนับล้านภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ภาพพระสงฆ์เดินฝ่าพายุหิมะ หรือเท้าเปล่าบนถนนยางมะตอย กลายเป็น “เนื้อหาของการกระทำ” (Content of Action) ที่สื่อสารสันติภาพได้โดยไม่ต้องใช้คำเทศนา

นักวิชาการด้านสังคมวิทยาศาสนามองว่า นี่คือรูปแบบใหม่ของ “Digital Dhamma” ที่เชื่อมโยงความโหยหาทางจิตวิญญาณของคนตะวันตกเข้ากับพุทธศาสนาเถรวาทแบบปฏิบัติจริง

พระธรรมทูตไทย 8 รูป: จากผู้ประจำวัดสู่ผู้จาริกโลก
รายงานยังเจาะลึกบทบาทของพระธรรมทูตไทย 8 รูป ซึ่งมีช่วงอายุ 29–66 ปี ส่วนใหญ่มาจากสายวัดป่าภาคอีสาน อันมีวัฒนธรรมธุดงค์เข้มแข็ง โครงสร้างวัยที่หลากหลายทำให้เกิด “พลังข้ามรุ่น” ระหว่างพระเถระผู้มากประสบการณ์กับพระหนุ่มผู้แข็งแรงและสื่อสารโลกออนไลน์ได้คล่องตัว

การก้าวออกจากบทบาท “พระประจำวัด” สู่บทบาท “พระจาริกสาธารณะ” ถูกมองว่าเป็นการปฏิวัติภาพลักษณ์พระธรรมทูตไทยในต่างแดน

เป้าหมายใหญ่: ผลักดัน “วันวิสาขบูชา” ในสหรัฐฯ
หนึ่งใน “ก้าวต่อไป” เชิงรูปธรรม คือการยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ รับรอง “วันวิสาขบูชา” เป็นวันสำคัญระดับชาติ โดยอาศัยกระแสสังคมจากธรรมยาตราเป็นแรงหนุน

แม้ United Nations จะรับรองวันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากลแล้ว แต่ในระดับรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ ยังไม่มีสถานะเป็นวันหยุดราชการ การเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงเป็นทั้งการทูตเชิงศาสนาและการทูตวัฒนธรรมที่สะท้อนแนวคิดความหลากหลายทางศาสนา (Religious Diversity)

โมเดลใหม่ “ธรรมทูตวิถีคฤหัสถ์”
ควบคู่กับบทบาทพระสงฆ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) และสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐฯ เตรียมขยายโมเดล “เครือข่ายธรรมทูตวิถีคฤหัสถ์” ดึงฆราวาสเข้ามาร่วมทำงานเผยแผ่เชิงรุก

แนวคิดนี้แบ่งบทบาทชัดเจน

พระสงฆ์: ผู้นำทางจิตวิญญาณ

คฤหัสถ์: ผู้นำทางยุทธวิธีและการจัดการ

เบื้องหลังความสำเร็จของ Walk for Peace คือทีมฆราวาสที่ประสานงานด้านโลจิสติกส์ ความปลอดภัย และการสื่อสาร ซึ่งถูกมองว่าเป็น “พลังเงียบ” ที่ทำให้ธรรมยาตราบรรลุเป้าหมาย

Engaged Buddhism: จากสนามรบสู่สนามใจ
นักวิชาการเชื่อมโยงธรรมยาตราครั้งนี้กับสายธารพุทธศาสนาเพื่อสังคม (Engaged Buddhism) ของ Maha Ghosananda และ Thich Nhat Hanh ซึ่งใช้การเดินเป็นเครื่องมือสร้างสันติภาพ

หากในอดีตเป็นการเดินท่ามกลางดงระเบิดในกัมพูชา ปัจจุบันคือการเดินท่ามกลาง “สงครามทางวัฒนธรรม” ในสหรัฐฯ เปลี่ยนสนามขัดแย้งทางการเมืองให้เป็นพื้นที่แห่งการรับฟัง

จาก “เหตุการณ์” สู่ “ขบวนการ”
บทสรุปของรายงานชี้ว่า Walk for Peace มิได้จบลงที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แต่ได้เปิดยุคใหม่ของการทูตเชิงพุทธในโลกตะวันตก การผสานพลังระหว่างพระธรรมทูตผู้เปี่ยมศีลสมาธิ กับธรรมทูตคฤหัสถ์ผู้มีทักษะจัดการ อาจกลายเป็นโมเดลการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในศตวรรษที่ 21

“ก้าวต่อไป” จึงไม่ใช่เพียงการก้าวเท้า หากเป็นการก้าวทางนโยบาย ความคิด และความร่วมมือระดับสากล เพื่อวางรากฐานพุทธศาสนาในฐานะ “อารยธรรมแห่งสันติภาพ” บนเวทีโลก.

หน้าแรก » การเมือง