วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 06:02 น.

การเมือง

“ศักดิ์ดา” ประชุมกองอำนวยการ ปภ.กลาง ยกระดับมาตรการเชิงรุกสั่งคุมเข้มฝุ่น PM2.5 และไฟป่าทั่วประเทศ

วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.20 น.

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569  เวลา 13.30 น. นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เพื่อติดตามสถานการณ์และแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) โดยมี นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รักษาการที่ปรึกษาด้านความมั่นคง กระทรวงมหาดไทย น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง น.ส.ชัชดาพร บุญพีระณัช นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายศิริพันธ์ ศรีกงพลี รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พร้อมด้วยผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และประชุมร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายและผู้ว่าราชการจังหวัดผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ 
 
รมช.มหาดไทย กล่าวว่า จากรายงานการคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 และจุดความร้อน (Hotspot) โดย GISTDA และกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าในช่วงนี้หลายพื้นที่ยังคงมีความเสี่ยงที่ปริมาณฝุ่นสะสมตัวสูงขึ้น ซึ่งทุกหน่วยงานจะต้องเร่งเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการติดตามข้อมูล และผลการดำเนินงานตามมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2569 ซึ่งต้องมีการควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตรและการจัดการไฟในพื้นที่ป่าอย่างเคร่งครัด 
 
“ประเด็นสำคัญที่สุดในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 เราต้องบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในจังหวัด โดยมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานขับเคลื่อนการทำงานที่มุ่งเน้นเฝ้าระวังและป้องกันล่วงหน้ามากกว่าการตามแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ โดยต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับผู้ที่ฝ่าฝืนการเผา ควบคู่ไปกับการรณรงค์สร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน เพื่อลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศในทุกมิติ และต้องมีการรายงานผลการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ส่วนกลางสามารถประเมินและปรับแผนเผชิญเหตุได้ตามสถานการณ์จริง นอกจากนี้ ต้องมีการยกระดับการแจ้งเตือนภัยและให้คำแนะนำเชิงรุกแก่ประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองอยู่ในระดับสีส้มและสีแดงซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยให้เน้นการสื่อสารผ่านแอปพลิเคชัน หอกระจายข่าว และสื่อท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนเตรียมความพร้อมรับมือ อาทิ การสวมหน้ากาก N95 และการหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง รวมถึงการใช้ระบบแจ้งเตือนผ่าน SMS หรือ Cell Broadcast ในพื้นที่วิกฤต พร้อมทั้งเน้นย้ำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งจัดเตรียม "ห้องปลอดฝุ่น" (Clean Room) ในสถานที่สาธารณะ เช่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง ทั้งเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ตลอดจนสนับสนุนหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ป้องกันฝุ่นแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานภาคสนามและประชาชนกลุ่มรายได้น้อย เพื่อป้องกันภาวะเจ็บป่วยเฉียบพลันและลดผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว” รมช.มหาดไทย กล่าว
 
รมช.มหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานและจังหวัดบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ เพราะ “ความปลอดภัยทางสุขภาพของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด” ซึ่งถึงแม้ว่าตามข้อมูลที่ทุกฝ่ายได้รายงานปริมาณค่าฝุ่นละอองมีแนวโน้มดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา แต่เราจะลดความเข้มข้นของการทำงานไม่ได้ จึงขอให้ทุกภาคส่วนเตรียมความพร้อมทั้งกำลังพลและอุปกรณ์ให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่ารัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยจะดูแลและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศอย่างสุดความสามารถ เพื่อคืนอากาศสะอาดให้กับพี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกพื้นที่อย่างยั่งยืน
 

หน้าแรก » การเมือง