วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569 10:38 น.

การเมือง

"ทิวากร ไทยสร้างไทย" เสนอรัฐปฏิรูปโครงสร้างราคาอ้อยปี 68/69 เร่งคลอดระเบียบจัดเก็บรายได้ผลพลอยได้เข้ากองทุนฯ  

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.05 น.

 เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569  นายทิวากร สุระชน รองเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์วิกฤตของพี่น้องชาวไร่อ้อยหลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เห็นชอบราคาอ้อยขั้นต้นฤดูกาลผลิตปี 2568/2569 เพียง 890 บาทต่อตัน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ต่ำจนน่าตกใจและสวนทางกับต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสาเหตุหลักที่ทำให้รายได้ของเกษตรกรหายไปมหาศาลคือการดึงเรื่องความล่าช้าในการออกกฎหมายลูกเพื่อบังคับใช้ พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2565 ที่ระบุชัดเจนว่ากากอ้อยคือผลพลอยได้ที่ต้องนำมาแบ่งปันผลประโยชน์ในระบบ 70:30 แต่จนถึงปัจจุบันเงินกว่า 30,000 ล้านบาทจากกากอ้อยและโรงไฟฟ้าชีวมวลกลับยังคง "ค้างท่อ" ไม่ถึงมือชาวไร่ เนื่องจากกลุ่มทุนโรงงานน้ำตาลยังคงใช้ช่องว่างทางกฎหมายอ้างนิยามเดิมเมื่อ 40 ปีก่อนว่าชานอ้อยเป็นขยะ ทั้งที่ในความเป็นจริงมันคือเชื้อเพลิงมูลค่าสูงที่สร้างกำไรมหาศาลผ่านกลเกมบริษัทลูกและการทำ Transfer Pricing เพื่อผันกำไรออกนอกระบบการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างไม่เป็นธรรม

ตนจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลชุดใหม่แสดงความจริงใจด้วยการเร่งรัดกระทรวงอุตสาหกรรมและคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ให้ออกระเบียบปฏิบัติและข้อบังคับในการจัดเก็บรายได้จากกากอ้อยและพลังงานไฟฟ้าเข้าสู่กองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายทันทีในฤดูกาลผลิตนี้ เพื่อนำเงินส่วนต่างดังกล่าวมาเติมเต็มราคาอ้อยที่ตกต่ำให้ขยับสูงขึ้นกว่า 890 บาท โดยรัฐบาลต้องไม่ปล่อยให้โรงงานน้ำตาลตักตวงผลประโยชน์จากหยาดเหงื่อของเกษตรกรฝ่ายเดียวในขณะที่ชาวไร่ต้องแบกรับความเสี่ยงทั้งภัยแล้งและต้นทุนปุ๋ยเพียงลำพัง นอกจากนี้รัฐบาลต้องยุติวงจรการรอคอยที่แสนเจ็บปวดด้วยการเร่งรัดการจ่ายเงินสนับสนุนการตัดอ้อยสดเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 จำนวน 120 บาทต่อตัน โดยต้องดำเนินการจ่ายทันทีหลังปิดหีบ ไม่ใช่ปล่อยให้ข้ามปีงบประมาณจนเกษตรกรต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาสำรองจ่ายค่าแรงไปก่อน ซึ่งหากรัฐบาลยังเพิกเฉยต่อการบังคับใช้กฎหมายกากอ้อยฉบับใหม่นี้ ก็เท่ากับเป็นการสมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มทุนในการทำลายอนาคตของอุตสาหกรรมอ้อยไทยอย่างเลือดเย็น

พรรคไทยสร้างไทย ขอยืนหยัดเคียงข้างพี่น้องชาวไร่อ้อยในการทวงคืนความเป็นธรรมและสิทธิที่ระบุไว้ในกฎหมายอย่างชอบธรรม โดยเราจะติดตามการดำเนินงานของรัฐบาลอย่างใกล้ชิดว่ามีการเตะถ่วงกระบวนการออกกฎหมายลูกเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มทุนรายใหญ่หรือไม่ เพราะเงินทุกบาทจากกากอ้อยและไฟฟ้าชีวมวลคือสิทธิที่เกษตรกรควรได้รับในฐานะเจ้าของวัตถุดิบต้นทาง รัฐบาลต้องกล้าหาญที่จะจัดการกับโครงสร้างราคาที่บิดเบี้ยวและปิดช่องโหว่ของการผ่องถ่ายกำไรไปยังบริษัทลูกของโรงงานน้ำตาล เพื่อให้ระบบแบ่งปันผลประโยชน์กลับมาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. ปี 2565 อย่างแท้จริง ก่อนที่เกษตรกรรายย่อยทั่วประเทศจะต้องล้มละลายทิ้งอาชีพที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจไทยมาอย่างยาวนานเพียงเพราะการบริหารจัดการที่ล่าช้าและขาดความรับผิดชอบของผู้มีอำนาจ 
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง