วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569 12:06 น.

การเมือง

“แสงเหนือที่พักใจ” กับสมการอำนาจหลังเลือกตั้ง 2569 ของร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.04 น.

ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองไทยหลังการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2569 ที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ปรากฏการณ์ที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดมิใช่เพียงการจัดตั้งรัฐบาลผสมภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หากแต่คือบทบาทของ “พรรคกล้าธรรม” ภายใต้การกำกับยุทธศาสตร์ของ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งถูกเปรียบเปรยว่าเป็น “แสงเหนือที่พักใจ” ในพายุแม่เหล็กแห่งอำนาจการเมืองไทย

คำอุปมาดังกล่าวสะท้อนสภาวะความซับซ้อนของการจัดตั้งรัฐบาล เมื่อพรรคกล้าธรรมกวาดที่นั่งได้ราว 59 ที่นั่ง กลายเป็น “ตัวแปรวิกฤต” ในสมการเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎร

59 เสียง กับสถานะ “Pivot Party”
ในทางทฤษฎีการจัดตั้งรัฐบาลผสม พรรคที่มีสัดส่วนเกิน 10% ของที่นั่งในสภามักมีสถานะเป็นพรรคชี้ขาด (Pivotal Party) และในบริบทปัจจุบัน 59 เสียงของพรรคกล้าธรรม ทำให้ทุกขั้วการเมืองต้องคำนึงถึงท่าทีของธรรมนัสอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แม้ อนุทิน ชาญวีรกูล จะถูกวางตัวเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป แต่สมการเสียงยังไม่อาจลงตัว หากไม่ได้รับความชัดเจนจากพรรคกล้าธรรม ซึ่งเลือกใช้ท่าที “สงวนจุดยืน” และ “เว้นจังหวะ” อย่างมีนัยสำคัญ

นักวิเคราะห์มองว่า ความเงียบในบางช่วงเวลา รวมถึงการไม่ปรากฏตัวในเวทีสำคัญทางการเมือง เป็นการส่งสัญญาณเชิงกลยุทธ์ (Strategic Signaling) เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง มากกว่าการถอยห่างทางการเมือง

โครงสร้าง “Safe House” ทางการเมือง
พรรคกล้าธรรมถูกออกแบบโครงสร้างองค์กรให้มีความคล่องตัวและยืดหยุ่น โดยมีบุคคลใกล้ชิดธรรมนัสรับบทบาทหลักในตำแหน่งบริหารสำคัญ สะท้อนแนวคิดการสร้าง “ที่พักใจ” หรือ Political Sanctuary เพื่อรับมือกับแรงกดดันจากทั้งฝ่ายรัฐบาลและองค์กรตรวจสอบ

การจัดวางบทบาทดังกล่าวทำให้ศูนย์กลางอำนาจยังคงรวมศูนย์อยู่ที่ตัวธรรมนัส แม้จะมิได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคโดยตรงก็ตาม

วิกฤต “บาร์โค้ด” กับความชอบธรรมการเลือกตั้ง
อีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อภูมิทัศน์อำนาจ คือข้อถกเถียงเกี่ยวกับการพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งถูกตั้งคำถามถึงความสอดคล้องกับหลักการลงคะแนนลับ

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงว่าระบบดังกล่าวใช้เพื่อการบริหารจัดการและป้องกันการทุจริต มิได้เชื่อมโยงข้อมูลกลับไปยังผู้ใช้สิทธิ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายตรวจสอบบางส่วนยังคงแสดงความกังวลในเชิงเทคนิคและความไว้วางใจต่อกระบวนการ

หากสถานการณ์ลุกลามจนเกิดการวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ อาจนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ ซึ่งจะเป็นบททดสอบทรัพยากรและเครือข่ายของทุกพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคขนาดกลางและเล็ก

นโยบายที่ดิน: ฐานอำนาจเชิงโครงสร้าง
หนึ่งในหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม คือการผลักดันแนวคิดยกระดับเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก. 4-01 สู่ “โฉนดเพื่อการเกษตร” ซึ่งถูกมองว่าเป็นการปฏิรูปเชิงโครงสร้างในภาคชนบท

นโยบายดังกล่าวสร้างแรงสนับสนุนในหมู่เกษตรกรจำนวนมาก และอธิบายเหตุผลว่าทำไมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงถูกมองว่าเป็นกระทรวงยุทธศาสตร์สำหรับพรรคกล้าธรรม เพราะเกี่ยวพันโดยตรงกับฐานเสียงในระดับพื้นที่

การรักษาความต่อเนื่องของนโยบายจึงมีนัยทางการเมือง ไม่เพียงในเชิงงบประมาณ แต่รวมถึงเครือข่ายอำนาจในชนบททั่วประเทศ

จิตวิทยาผู้นำ: ความนิ่งในภาวะกดดัน
นักรัฐศาสตร์บางส่วนวิเคราะห์ว่า ธรรมนัสใช้ “ความคลุมเครือเชิงกลยุทธ์” (Strategic Ambiguity) เป็นเครื่องมือหลัก รักษาทางเลือกไว้หลายทิศทาง ขณะเดียวกันก็หลีกเลี่ยงการผูกมัดตนเองก่อนเวลาอันควร

สไตล์การนำของเขาแตกต่างจากผู้นำที่เน้นการประสานรอยร้าว เพราะเลือกใช้ความนิ่งและการบริหารจังหวะเวลาเป็นอาวุธต่อรอง ซึ่งในบริบทของรัฐบาลผสมที่เปราะบาง วิธีการดังกล่าวยิ่งเพิ่มน้ำหนักต่อรองในเชิงโครงสร้าง

ฉากทัศน์ที่เป็นไปได้
นักวิเคราะห์ประเมิน 3 ฉากทัศน์หลัก ได้แก่

รัฐบาลตั้งได้อย่างราบรื่น – พรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล พร้อมเงื่อนไขที่ตกลงกันได้

เลือกตั้งใหม่ – หากเกิดวิกฤตความชอบธรรมรุนแรง

ปรับสมดุลขั้วอำนาจ – หากการเจรจาไม่ลงตัว อาจเกิดการจัดวางบทบาทใหม่ในสภา

แม้ฉากทัศน์แรกจะมีความเป็นไปได้สูงที่สุดในทางปฏิบัติ แต่ความไม่แน่นอนยังคงดำรงอยู่ จนกว่าจะมีการประกาศรับรองผลครบถ้วนและการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ

บทสรุป: แสงเหนือจะส่องทิศทางใด
ณ วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 การเมืองไทยยังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ “แสงเหนือ” ของ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า จึงมิใช่เพียงวาทกรรมเชิงสุนทรียะ หากแต่สะท้อนบทบาทของพรรคขนาดกลางที่สามารถกำหนดเสถียรภาพของรัฐบาลได้อย่างแท้จริง

ไม่ว่าฉากทัศน์สุดท้ายจะลงเอยเช่นไร สิ่งที่ชัดเจนคือ การเมืองไทยปี 2569 มิได้มีเพียง “ดวงอาทิตย์” ที่ถูกจับตา แต่ยังมี “แสงเหนือ” ที่ทุกฝ่ายต้องคำนึงถึง เพราะในสมการอำนาจยุคใหม่ เสียงขนาดกลางอาจทรงพลังไม่แพ้เสียงข้างมากเลยทีเดียว
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง