วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569 18:15 น.

การเมือง

ละมุมละม่อม ! สส.ณัฏฐ์ชนน ระบุช้างอพยพจากประเทศเพื่อนบ้าน รุกล้ำพื้นที่เกษตร อ.สะบ้าย้อย เชื่อแก้ปัญหาได้โดยใช้วิธีละมุนละม่อม ค่อยเป็นค่อยไป

วันพุธ ที่ 01 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.52 น.

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569   ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร  นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา เขต 7 พรรคภูมิใจไทย อภิปราย สนับสนุนญัตติด่วนพิจารณาแนวทางการอยู่ร่วมกันระหว่างช้างและคนอย่างยั่งยืน นำเสนอข้อมูลใหม่ต่อสภาฯ กรณีพบช้างป่าอพยพจากประเทศเพื่อนบ้านรุกล้ำพื้นที่เกษตรกรรมใน อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ชี้เป็นปัญหาความมั่นคงทางอาหารและชีวิต เสนอรัฐสนับสนุนอุปกรณ์เทคโนโลยีเพื่อการจัดการที่ทันสมัยและปลอดภัย 
 
นายณัฏฐ์ชนน ระบุว่าปัจจุบันพื้นที่อำเภอสะบ้าย้อย ซึ่งมีพรมแดนติดกับรัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย กำลังเผชิญกับกลุ่ม "ช้างอพยพข้ามชาติ" ที่ไม่ใช่ช้างประจำถิ่นเดิม สาเหตุมาเลเซียมีการเปิดสัมปทานป่าไม้ ทำให้ช้างป่าข้ามสันปันน้ำบริเวณหลักเขตชายแดนที่ 36-38 เข้ามายังฝั่งไทยในเขตอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี เจ้าหน้าที่ระบุอัตลักษณ์และลงทะเบียนแล้ว 33 เชือก  ใช้รหัส ESK - Elephants Sankalakhiri  พฤติกรรมทำลายพืชผลช้างเรียนรู้ที่จะกินต้นปาล์มน้ำมันอายุ 1-2 ปี โดยใช้เท้าสะกิดให้หัก แต่ยังไม่ทำลายทุเรียน การหากินของช้างตอนกลางคืนส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้กรีดยาง กระทบต่อรายได้เกษตรกร และทำให้ชาวสวนยาง ไม่กล้าออกไปกรีดยาง ในตอนกลางคืน ช้างจำนวน 33 เชือกนี้ต้องการอาหารจำนวนมหาศาล ตัวละ 300-400 กก.  
 
สส.สงขลา ชี้ให้เห็นถึงความพยายามของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี  ที่ใช้วิธีการทางวิชาการในการติดตามช้างแทนการติด GPS  โดยการวัดวงรอบเท้า  เพื่อระบุน้ำหนักและส่วนสูง และตรวจขี้ช้าง  เพื่อคำนวณอายุ และพฤติกรรมการกิน  ทำให้สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของช้างทั้ง 33 เชือกได้อย่างเป็นระบบ 
 
นายณัฏฐ์ชนน  อภิปรายว่า ได้พูดคุยกับผู้นำชุมชนใน อ.สะบ้าย้อย พบว่าชาวบ้านต้องการไฟส่องสว่าง วิทยุสื่อสารสำหรับเจ้าหน้าที่ ไฟฉายพกพาที่ปรับความสว่างได้  เพื่อใช้เมื่อเจอช้าง โดรนจับความร้อน  และกล้องถ่ายรูปความละเอียดสูงสำหรับจับอัตลักษณ์ช้าง 
 
“การจัดการปัญหาช้างต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น และจิตอาสา หลักคือการเฝ้าระวัง และการผลักดัน ช้างกลับด้วยวิธีละมุนละม่อม การที่เราจะใช้คูเลต ใช้กำแพง ใช้ไฟฟ้าแรงสูง เหมือนพื้นที่อื่นๆ เจ้าหน้าที่บอกว่า ช้างที่ฉลาดมากมันมีการเรียนรู้ในอุปกรณ์ที่เราจะไปทำกับเขา เจ้าหน้าที่บอกว่าเราต้องใช้วิธีแบบละมุมละม่อมและค่อยเป็นค่อยไป อย่าใช้อาวุธ อย่าใช้ระเบิด อย่าใช้เสียงที่รุนแรง จะยิ่งทำให้ช้างดุร้ายขึ้น  ผมจึงขอฝากข้อมูลใหม่นี้ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ นำไปศึกษาเพื่อจัดสรรงบประมาณให้กระทรวงทรัพยากรฯ ต่อไป" นายณัฏฐ์ชนน กล่าว

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง