การเมือง
“สส.กล้าธรรม”หนุนตั้ง กมธ.ดันคืนคนดีสู่สังคม
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
“สส.กล้าธรรม”หนุนตั้ง กมธ.ดันคืนคนดีสู่สังคม ! “อรทัย” ชี้ผู้พ้นโทษติดกำแพงอคติไร้งานทำ เสนอโมเดลลบประวัติอาชญากรรม-จับมือเอกชน ขณะ “วงศ์อะเคื้อ” แฉวิกฤตเรือนจำสว่างแดนดินแออัด 179% ด้าน “ปรเมษฐ์” สะท้อนคนจนติดคุกเพราะความเหลื่อมล้ำ จี้ปฏิรูปเรือนจำฟื้นฟูคนไม่ใช่แค่กักขัง
เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการพิจารณาญัตติขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาเรื่องความยุติธรรมและคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังในเรือนจำ รวมถึงการกลับคืนสู่สังคมของผู้เคยก้าวพลาด โดย สส.พรรคกล้าธรรม หลายคนร่วมอภิปรายสะท้อนปัญหาเรือนจำ ความแออัด การกระทำผิดซ้ำ และการสร้างโอกาสให้ผู้พ้นโทษสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี
น.ส.อรทัย เกิดทรัพย์ สส.ภูเก็ต พรรคกล้าธรรม อภิปรายสนับสนุนญัตติดังกล่าว โดยระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ต้องขังประมาณ 300,000 คน และเกือบ 70% เป็นคดียาเสพติด ขณะที่สถิติช่วงปี 2562-2565 พบว่ามีผู้พ้นโทษกว่า 10% กลับไปกระทำผิดซ้ำภายใน 3 ปี ซึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดการกระทำผิดซ้ำ คือ “การมีงานทำ” และ “การได้รับการยอมรับจากสังคม”
“ผู้ต้องขังจำนวนมาก เมื่อพ้นโทษออกมาแล้ว แม้จะเดินออกจากกำแพงเรือนจำได้ แต่ยังต้องเผชิญกำแพงอีกชั้นหนึ่ง คือกำแพงที่ปิดกั้นโอกาสในการกลับมาเป็นคนดีของสังคม” น.ส.อรทัย กล่าว
น.ส.อรทัย ระบุว่า ตนทำงานจิตอาสาคลุกคลีกับผู้ต้องขังในเรือนจำชั่วคราวบางโจ จังหวัดภูเก็ต มากว่า 2 ปี ทั้งในฐานะวิทยากรสร้างแรงบันดาลใจและผู้ขับเคลื่อนกิจกรรมเตรียมความพร้อมก่อนคืนสู่สังคม จึงได้เห็นปัญหาจริงของผู้พ้นโทษที่ต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ถูกปฏิเสธเพียงเพราะมีประวัติอาชญากรรม
“หลายคนโทรมาขอความช่วยเหลือเรื่องหางาน เพราะรู้ว่าตัวเองมีประวัติ บางคนอยากสมัครงานประจำ แต่สุดท้ายได้แค่รับจ้างรายวัน ร้านเล็ก ๆ หรือแรงงานทั่วไป เพราะธุรกิจขนาดใหญ่ส่วนมากมีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม” น.ส.อรทัย กล่าว
พร้อมยกตัวอย่าง “ตลาดนัดคนดี” ในเรือนจำจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เทศบาลตำบลศรีสุนทร วิสาหกิจชุมชน และหลายภาคส่วน เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้พ้นโทษได้ฝึกอาชีพและมีรายได้อย่างสุจริต โดยได้รับการตอบรับจากสังคมเป็นอย่างดี
ช่วงหนึ่งของการอภิปราย น.ส.อรทัย ยังเล่าถึงผู้พ้นโทษรายหนึ่งที่ยังสวมกำไล EM เดินเข้ามาขอโอกาสในการทำงาน ก่อนจะได้รับการช่วยเหลือให้เข้าทำงานในร้านกาแฟ โดยเจ้าของร้านและพนักงานเปิดใจยอมรับโดยไม่มีอคติ
ทั้งนี้ น.ส.อรทัย ได้เสนอ 2 แนวทางสำคัญให้กรรมาธิการนำไปศึกษาต่อ ได้แก่ การพิจารณาระบบ “ลบประวัติอาชญากรรม” สำหรับผู้พ้นโทษที่พิสูจน์ตัวเองได้ในระยะเวลาหนึ่ง เพื่อเปิดโอกาสกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างเป็นธรรม และการสร้าง “โมเดลคนกลางผ่านกรมราชทัณฑ์” ให้กรมราชทัณฑ์เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงผู้พ้นโทษกับภาคเอกชน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้สถานประกอบการรับเข้าทำงาน
“วันนี้เราไม่ควรมองผู้พ้นโทษว่าเป็นคนหมดอนาคต แต่ควรช่วยกันสร้างระบบที่ทำให้เขากลับมาเป็นกำลังของสังคมได้อีกครั้ง เพราะถ้าเราไม่เปิดโอกาส คนเหล่านี้ก็อาจถูกผลักกลับไปสู่เส้นทางเดิม” น.ส.อรทัย กล่าว
ด้าน น.ส.วงศ์อะเคื้อ บุญศล สส.สกลนคร พรรคกล้าธรรม อภิปรายสะท้อนปัญหาความแออัดในเรือนจำ โดยยกกรณีเรือนจำอำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ซึ่งปัจจุบันมีผู้ต้องขังถึง 1,470 คน เกินกว่ามาตรฐานรองรับ 651 คน หรือคิดเป็น 179% ของความจุ
น.ส.วงศ์อะเคื้อ กล่าวว่า ความแออัดส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต การรักษาพยาบาล และการบริหารจัดการภายในเรือนจำ จนกรมราชทัณฑ์ต้องระบายผู้ต้องขังไปยังพื้นที่อื่น ส่งผลให้ครอบครัวต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางเยี่ยมญาติ
นอกจากนี้ แม้ปัจจุบันจะมีระบบเยี่ยมผ่านเทคโนโลยี แต่ประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ยังเข้าไม่ถึงระบบดังกล่าว ทำให้บางครอบครัวขาดการติดต่อกับญาติในเรือนจำ ซึ่งส่งผลต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว และอาจกลายเป็นปัจจัยให้ผู้พ้นโทษกลับไปกระทำผิดซ้ำ
สส.สกลนคร ยังสะท้อนปัญหาโครงสร้างภายในเรือนจำสว่างแดนดินที่เดิมถูกออกแบบเป็นเรือนจำแบบแดนเดียว แม้มีนโยบายแยกแดนผู้ต้องขังแล้ว แต่ข้อจำกัดด้านสถานที่ทำให้ผู้ต้องขังต่างประเภทต้องใช้พื้นที่กิจกรรมและสถานพยาบาลร่วมกัน
“คนที่เพิ่งก้าวพลาดครั้งแรก ไม่ควรถูกปล่อยให้ไปอยู่ร่วมกับผู้กระทำผิดซ้ำซาก เพราะแทนที่เราจะได้คนดีคืนสู่สังคม อาจกลายเป็นได้คนที่เรียนรู้วิธีการกระทำผิดที่ซับซ้อนกว่าเดิม” น.ส.วงศ์อะเคื้อ กล่าว
น.ส.วงศ์อะเคื้อ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มงบประมาณสร้างเรือนนอน สถานพยาบาล และอาคารฝึกอบรมเพิ่มเติม รวมถึงดูแลสวัสดิการเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ซึ่งปัจจุบันเรือนจำอำเภอสว่างแดนดินมีเจ้าหน้าที่เพียง 61 คน แต่ต้องดูแลผู้ต้องขังกว่า 1,500 คน
“ผู้คุมเองก็แทบไม่ต่างจากผู้สูญเสียอิสรภาพ เพราะต้องใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำตลอด 24 ชั่วโมง” น.ส.วงศ์อะเคื้อ กล่าว
ขณะที่ นายปรเมษฐ์ จินา สส.สุราษฎร์ธานี พรรคกล้าธรรม อภิปรายเสนอแนวทางพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง พร้อมสะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ทำให้คนจำนวนไม่น้อยเข้าสู่เรือนจำ ทั้งจากความยากจน การขาดความรู้ด้านกฎหมาย และการเผชิญหน้ากับผู้มีอิทธิพล
นายปรเมษฐ์ กล่าวว่า ผู้ต้องขังจำนวนมากไม่ใช่อาชญากรร้ายแรง แต่เป็นคนจนที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด เช่น เข้าไปเก็บเห็ด เก็บไข่มดแดง หรือแม้แต่ขโมยกล้วยมาเลี้ยงลูกเพราะไม่มีอาหารกิน จนกลายเป็นคดีความ
“เราต้องมองผู้ต้องขังในมิติของความเป็นมนุษย์ แม้ร่างกายจะถูกจำกัดอยู่ในเรือนจำ แต่ศักดิ์ศรีความเป็นคนยังคงอยู่” นายปรเมษฐ์ กล่าว
นายปรเมษฐ์ เสนอให้ปรับแนวคิดการแยกแดนผู้ต้องขัง จากเดิมที่แบ่งตามประเภทความผิด มาเป็นการแบ่งตามทักษะและความสนใจ คล้าย “ช็อปวิชา” ในวิทยาลัยอาชีวศึกษา เพื่อให้ผู้ต้องขังได้เรียนรู้และต่อยอดอาชีพ เมื่อพ้นโทษจะสามารถกลับไปประกอบอาชีพได้ทันที ลดโอกาสกระทำผิดซ้ำ
นอกจากนี้ ยังเสนอให้เพิ่มศักยภาพด้านสาธารณสุขในเรือนจำ ทั้งแพทย์ พยาบาล และอุปกรณ์รักษาพยาบาล รองรับผู้ต้องขังที่มีโรคเรื้อรังหรือภาวะฉุกเฉิน รวมถึงเสนอให้มีการถอดบทเรียนผู้ต้องขังที่กลับมากระทำผิดซ้ำ เพื่อนำไปสู่มาตรการระยะยาวในการลดการกระทำผิดซ้ำอย่างเป็นรูปธรรม
ช่วงท้าย นายปรเมษฐ์ ยังเสนอให้ใช้ระบบลดวันต้องโทษสำหรับผู้ต้องขังที่มีความสามารถพิเศษ เช่น ดนตรี กีฬา นาฏศิลป์ หรือกิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อสร้างแรงจูงใจในการปรับตัวและคืนคนคุณภาพกลับสู่สังคม
“ผู้ต้องขังไม่ใช่คนอื่น แต่คือคนในสังคมเดียวกับเรา หากเราให้โอกาสและติดอาวุธทางปัญญาอย่างถูกต้อง เขาก็สามารถกลับมาเป็นกำลังสำคัญของสังคมได้อีกครั้ง” นายปรเมษฐ์ กล่าวทิ้งท้าย
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- “ปิยะรัฐชย์” ประกาศกรมปศุสัตว์ 84 ปีพลิกโฉมสู่องค์กรดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบยกระดับการขับเคลื่อนภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน 7 พ.ค. 2569
- วุฒิสภาหนุนยกระดับ 3 จังหวัดอันดามันเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวระดับอาเซียน 7 พ.ค. 2569
- “นฤชา” เอาด้วยกับ “ไชยวัฒน์” เดินหน้าขอเล็งหารือทีมกฎหมาย ฟ้อง “ภูมิธรรม - ปลัด มท.” เพื่อคืนความเป็นธรรม 7 พ.ค. 2569
- กระทรวงเกษตรฯ จัดการซ้อมใหญ่ (ครั้งที่ 2) งานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2569 มีความพร้อมในการจัดงานพระราชพิธีฯ ซึ่งจะมีขึ้นในวันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2569 ที่จะถึงนี้ 7 พ.ค. 2569
- “วัชระพล ”ย้ำทำงานเชิงรุกฟังเสียงสหกรณ์โคนม วางรากฐานแก้หนี้-ราคานมยั่งยืน 7 พ.ค. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
มหาดไทยร่วมกับจังหวัดน่าน ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนบ้านน้ำรีพัฒนาตามพระราชดำริ 18:50 น.- รมช.มหาดไทย "พลพีร์" เปิดงานประเพณีอุปสมบทหมู่ "แห่นาคโหด บ้านโนนเสลา-โนนทัน" ย้ำนโยบายรัฐบาล มุ่งส่งเสริมอัตลักษณ์ชุมชนควบคู่การท่องเที่ยว "เที่ยวได้ทั้งปี ทุกอำเภอ" 17:10 น.
- “ดร.มหานิยม” ดันศรัทธาคู่เศรษฐกิจ เปิดเวทีสามเณรเทศน์–หนุนตลาดกิน Green สร้างรายได้ชุมชน 16:26 น.
- วุฒิสภาเปิดเวทีถก “วิกฤตพลังงานไทย” ระดมสมองเสนอทางออกเชิงนโยบายต่อรัฐบาล 14:56 น.
- พลังศาสนทายาทรุ่นเยาว์! เปิดเวทีสามเณร 40 รูปเทศน์ธรรม สร้างแรงศรัทธา ณ วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก 14:46 น.


