การเมือง
เดินหน้าลดค่าครองชีพ "พิพัฒน์" ปฏิรูประบบตั๋วร่วม ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน 45 บาท ตั้งเป้าให้บริการ 1 มกราคม 2570
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม (คนต.) ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุมคมนาคม อาคารคมนาคม 2 ชั้น 4 กระทรวงคมนาคม โดยมีนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ซึ่งที่ประชุมได้ติดตามและเร่งรัดการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 โดยเฉพาะการจัดทำกฎหมายลำดับรอง หลักเกณฑ์ มาตรฐาน และกลไกกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ระบบตั๋วร่วมสามารถเกิดขึ้นได้จริงในทางปฏิบัติ ควบคู่กับการเตรียมระบบบริหารจัดการรายได้และการหารือกับผู้ให้บริการและผู้รับสัมปทาน เพื่อผลักดันโครงสร้างค่าโดยสารร่วมให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการลดภาระค่าครองชีพ ยกระดับระบบขนส่งสาธารณะ และเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการเดินทางที่มีประสิทธิภาพในราคาที่เหมาะสม โดยตั้งเป้าให้มาตรการอัตราค่าโดยสารร่วมสามารถให้บริการได้ภายในวันที่ 1 มกราคม 2570
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า แนวทางสำคัญของมาตรการ คือ การกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วมสำหรับรถไฟฟ้าสายทางที่เข้าร่วมระบบตั๋วร่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยกำหนดค่าแรกเข้าไม่เกิน 17 บาท และค่าโดยสารรวมสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว พร้อมลดการคิดค่าแรกเข้าซ้ำเมื่อประชาชนเดินทางเชื่อมต่อระหว่างสาย ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขของมาตรการสำหรับแนวทางการเดินทางเชื่อมต่อ อยู่ระหว่างการเตรียมหลักเกณฑ์ให้รองรับการเดินทางโดยรายละเอียดทั้งหมดจะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมาย มาตรฐานระบบตั๋วร่วม และความพร้อมของระบบที่เกี่ยวข้อง
โดยมาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเปลี่ยนรถไฟฟ้าหลายสายในการเดินทางประจำวัน พร้อมสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น ลดความซ้ำซ้อนของค่าโดยสาร และพัฒนารถไฟฟ้าหลายสายให้สามารถเชื่อมต่อกันเป็นโครงข่ายการเดินทางที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการเตรียมกลไกบริหารจัดการรายได้กลาง (Central Clearing House: CCH) เพื่อรองรับการจัดเก็บ ชำระ และจัดสรรรายได้ค่าโดยสารระหว่างผู้ให้บริการโดยที่ประชุมมอบหมายให้ สนข. เร่งดำเนินการจัดทำประกาศกระทรวงคมนาคมที่เกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์การอนุญาตประกอบกิจการศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง (CCH) พร้อมหารือกระทรวงการคลังเกี่ยวกับรูปแบบและแนวทางการดำเนินงานที่เหมาะสมให้เป็นไปตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 โดยจะดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 กฎหมายลำดับรอง และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ระบบบริหารจัดการรายได้มีมาตรฐาน โปร่งใส ตรวจสอบได้ และรองรับการเชื่อมโยงธุรกรรมจากระบบขนส่งหลายสายทางอย่างมีประสิทธิภาพก่อนนำเสนอ คนต. พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป“
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้มอบหมายให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และกรุงเทพมหานคร (กทม.) เร่งหารือกับผู้รับสัมปทานในประเด็นโครงสร้างค่าโดยสาร การจัดสรรรายได้ และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ระบบสามารถรองรับมาตรการค่าโดยสารร่วมได้ภายใต้กรอบกฎหมายและสัญญาที่เกี่ยวข้อง
โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย และความยั่งยืนของระบบในระยะยาว
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบร่างกฎหมายลำดับรองตามพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 รวม 10 ฉบับ ประกอบด้วย ร่างกฎกระทรวง 1 ฉบับ ร่างประกาศกระทรวงคมนาคม 6 ฉบับ ร่างประกาศคณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม 2 ฉบับ และร่างประกาศสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร 1 ฉบับ เพื่อนำไปดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป เพื่อวางหลักเกณฑ์ มาตรฐาน และกลไกการกำกับดูแลระบบตั๋วร่วมให้มีความชัดเจนและเป็นระบบ
นายพิพัฒน์ กล่าวตอนท้ายว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบในหลักการเกี่ยวกับนโยบายการนำส่งเงินเข้ากองทุนและการใช้จ่ายเงินกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม เพื่อให้ สนข. นำไปใช้เป็นกรอบในการจัดทำระเบียบและประกาศที่เกี่ยวข้องในขั้นตอนต่อไป โดยการบริหารจัดการกองทุนจะต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับระบบตั๋วร่วมอย่างเหมาะสม และตรวจสอบได้
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินงานตามกรอบเวลาที่กำหนด ทั้งการจัดทำกฎหมายลำดับรอง การพัฒนาระบบบริหารจัดการรายได้ การเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยี และการหารือกับผู้ให้บริการและผู้รับสัมปทาน เพื่อผลักดันมาตรการอัตราค่าโดยสารร่วมสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว สำหรับสายทางที่เข้าร่วมระบบตั๋วร่วม ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมตามเป้าหมายภายในวันที่ 1 มกราคม 2570
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง
Top 5 ข่าวการเมือง ![]()
- “จักรภพ” ชี้วิกฤตมันสำปะหลังโคราช ผลผลิตทรุดไม่ถึงครึ่งตลาดต้องการ เร่งปั้น Sandbox แก้โรคใบลาย 14 ส.ค. 2569
- “อนุทิน” ขับเจ็ตส่วนตัวเข้ากองบิน 1 โคราช F-16 บินประกบอารักขา ตรวจความพร้อมทัพฟ้า มอบ 5 นโยบายยกระดับขีดความสามารถรับสงครามยุคใหม่ 14 ส.ค. 2569
- “วราวุธ” ลั่น! “ไทยต้องได้มากกว่าเงินลงทุน” รับลูกนโยบายรัฐบาล สั่งยกเครื่องอุตสาหกรรมใหม่ ดึงซัพพลายเชนสร้างมูลค่าเศรษฐกิจในประเทศ 14 ส.ค. 2569
- กมธ.ศาสนาฯ จ่อลงพื้นที่ “วัดป่าอดุลยาราม” ดับไฟขัดแย้งวัด-ฆรวาสหวั่นกระทบศรัทธาชาวพุทธ 14 ส.ค. 2569
- "มงคลกิตติ์" เดินสายภาคใต้ พบเยาวชนกว่า 3,000 คน ก่อนจ่อยื่น ผบ.ตร. ตรวจอาวุธปืนนักการเมือง ลั่นต้องตรวจให้หมดอย่าเว้นใคร 14 ส.ค. 2569
ข่าวในหมวดการเมือง ![]()
ปลัดมหาดไทย นำจิตอาสาพระราชทานปฏิญาณตน "เราจะทำความ ดี ด้วยหัวใจ..." พร้อมจัดกิจกรรมสร้างรอยยิ้มและความสุข "จิตอาสาบริการประชาชน" เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติปี 69 21:18 น.- “ธรรมนัส” นำทัพลุยใต้ ตั้งศูนย์ประสานงานทั่วพื้นที่–ผุด “สถาบันการเมืองโรงเรียนต้นกล้า กล้าทำ” ปักธง 3 จชต. และ 4 อำเภอสงขลา 21:14 น.
- "รัฐมนตรีวรศิษฎ์" ลุยต่อ "เกาะสมุย" ย้ำต้องปกป้องคนไทยไม่ถูกรังแก พร้อมทั้งรับ 4 ประเด็นปัญหาสู่การแก้ไขร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้เกาะสมุยเป็นพื้นที่ท่องเที่ยว พื้นที่แห่งความสุขที่ยั่งยืน 19:52 น.
- มหาดไทยสั่งการด่วนที่สุดผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ดำเนิน 4 มาตรการยกระดับการดูแลความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินประชาชนในสถานศึกษา-พื้นที่สาธารณะ 19:48 น.
- “จุลพันธ์” ห่วงใยทายาทผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุกราดยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี สั่งการ สปส. เร่งเยียวยาทายาท ดูแลสิทธิประโยชน์เต็มที่ 19:46 น.



