วันเสาร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2569 14:57 น.

การเมือง

“จักรภพ” รับภารกิจเร่งร่าง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ วางโจทย์ใหญ่เปิดประตู “ทุนโลก” ควบคู่สกัด “ทุนเทา–ทุนดำ” ชูธรรมาภิบาลยกระดับตลาดทุนไทย

วันเสาร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 12.33 น.

เมื่อวันที่ 22  สิงหาคม 2569 นายจักรภพ เพ็ญแข ส.ส. บัญชีรายขื่อ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งมีนายจุติ ไกรฤกษ์  เป็นประธานคณะกรรมาธิการ ได้มอบหมายให้ตน ซึ่งทำหน้าที่รองประธานกรรมาธิการ เข้ารับหน้าที่ ประธานคณะทำงานเพื่อเร่งรัดการพิจารณาร่างกฎหมาย โดยมีภารกิจรวบรวมหลักการ แนวคิด และรายละเอียดจากร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาประมวลเป็นข้อเสนอในขั้นก่อนสุดท้าย หรือ “Semi-final” ก่อนส่งกลับเข้าสู่คณะกรรมาธิการชุดใหญ่เพื่อพิจารณาตัดสินใจในขั้นสุดท้าย

นายจักรภพมองว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญต่ออนาคตเศรษฐกิจไทยอย่างมาก เนื่องจากประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจโลก ซึ่งการเติบโตและความสามารถในการแข่งขันขึ้นอยู่กับการเข้าถึงทุนและการระดมทุนทั้งจากภายในและต่างประเทศ ขณะที่โครงสร้างตลาดทุนโลกได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่มีตลาดหลักทรัพย์หรือตลาดหุ้นเป็นกลไกสำคัญ สู่ช่องทางและนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ ทั้งคริปโทเคอร์เรนซี โทเคน และสินทรัพย์ดิจิทัล

หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การออกแบบกฎหมายให้ประเทศไทยสามารถ ดึงประโยชน์จากเงินทุนทั่วโลก เข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้เต็มศักยภาพ ขณะเดียวกันต้องมีกลไกป้องกันไม่ให้ “ทุนเทา–ทุนดำ” หรือเงินที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมและกระบวนการฟอกเงิน แฝงตัวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยผ่านช่องทางการลงทุนและนวัตกรรมทางการเงินใหม่

นายจักรภพ ระบุว่า ภารกิจสำคัญของคณะทำงานจึงเป็นการค้นหา “จุดสมดุล” ระหว่างเป้าหมายสองด้าน คือ การเปิดประเทศไทยให้สามารถรับทุนจากทั่วโลกได้อย่างคล่องตัว และการสร้างระบบกลั่นกรอง เฝ้าระวัง และสกัดกั้นเงินผิดกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

หากวางกติกาเข้มงวดจนปิดกั้นเงินทุนจากต่างประเทศมากเกินไป อาจกระทบต่อสภาพคล่อง การลงทุน และการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ในทางกลับกัน หากเปิดกว้างโดยปราศจากระบบตรวจสอบที่ทันต่อสถานการณ์ ก็อาจเปิดช่องให้เงินจากอาชญากรรมและการฟอกเงินเข้ามาสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจในระยะยาว

ด้วยเหตุนี้ จึงเตรียมเชิญผู้มีประสบการณ์และผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและตลาดทุนจาก ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ เข้ามาร่วมระดมความคิดเห็น เพื่อให้ร่างกฎหมายสามารถตอบโจทย์ทั้งการเปลี่ยนแปลงของระบบการเงินโลก เทคโนโลยีใหม่ การคุ้มครองระบบเศรษฐกิจ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

นายจักรภพย้ำว่า การพิจารณาร่างกฎหมายครั้งนี้ไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงการถกเถียงทางการเมืองว่า “ใครผิด–ใครถูก” หรือมุ่งค้นหาผู้กระทำผิดเท่านั้น แต่ควรมองไปข้างหน้าถึงการพัฒนา “กลไกของรัฐไทย” ให้พร้อมรับตลาดทุนโลก และสามารถนำเงินทุนมาใช้ยกระดับประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ระบบเศรษฐกิจทุนนิยมให้ความสำคัญกับทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากประเทศไทยขาดทั้งระบบ ทักษะในการบริหารจัดการทุน กลไกกำกับดูแล และธรรมาภิบาลที่เหมาะสม ย่อมมีความเสี่ยงที่จะตกเป็นผู้เสียเปรียบในระบบเศรษฐกิจโลก และท้ายที่สุดผลกระทบจะตกอยู่กับประชาชน

“เราต้องพัฒนากลไกของรัฐไทยให้พร้อมรับตลาดทุนของโลก เพื่อนำทุนมาพัฒนาประเทศไทยให้สูงขึ้นและมีความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก ร่างกฎหมายฉบับนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างกลไกและเพิ่มทักษะในการบริหารทุนให้กับระบบเศรษฐกิจไทย ก่อนที่จะสายเกินไป” นายจักรภพ กล่าว
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง