วันอาทิตย์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2569 09:49 น.

การเมือง

"ดร.การดี" กาง 4 ปมเตือนสภาฯ แก้ ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด เสี่ยงไร้ธรรมาภิบาล ชี้ตัด PRTR-เปิดช่องผลประโยชน์ทับซ้อน จี้ ตั้ง กมธ.ร่วม 2 สภา

วันพุธ ที่ 02 กันยายน พ.ศ. 2569, 20.35 น.

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา  ดร.การดี เลียวไพโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมอภิปรายทักท้วงร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... ในส่วนที่วุฒิสภาแก้ไข โดยเปิดเผย 4 ข้อกังวลสำคัญ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรทบทวนและตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วม 2 สภา ดังนี้
 
1.การตัดบทนิยามระบบ PRTR  โดยการตัดคำว่า "ทำเนียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ" ออกจากมาตรา 4 ส่งผลให้การเคลื่อนย้ายของเสียหรือการกำจัดขยะนอกพื้นที่หลุดรอดจากสายตากฎหมาย และยังคงสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม จึงควรปรับคำนิยามให้ครอบคลุมและสอดคล้องกับกฎหมายอื่น
 
2.ขาดการรวมศูนย์ฐานข้อมูล (Big Data) จึงเสนอให้จัดตั้งฐานข้อมูลมลพิษหนึ่งเดียว (Single Data Source) เพื่อแก้ปัญหาข้อมูลกระจัดกระจาย และใช้สถาปัตยกรรมต่างกันจนวิเคราะห์ร่วมไม่ได้ และขอให้เปิดเผยข้อมูลแก่ประชาชน เอกชน และนักวิชาการอย่างโปร่งใส
 
3.ต้องเจาะลึกที่สารพิษ ไม่ใช่แค่ขนาดฝุ่น จึงสนับสนุนให้กฎหมายมุ่งเน้นการควบคุมและป้องกันอันตรายจากสารเคมีพิษที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรง ไม่ได้มองแค่ปริมาณของฝุ่น PM2.5 เพียงอย่างเดียว
 
4.ความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาลและผลประโยชน์ทับซ้อน มีความน่ากังวลเรื่องการเพิ่มตัวแทนจากสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม และสมาคมธนาคาร เข้าไปในคณะกรรมการนโยบายระดับชาติและระดับจังหวัด เนื่องจากเป็นกลุ่มก้อนเดียวกับผู้ที่ต้องถูกกำกับดูแล ซึ่งอาจเกิดภาวะทับซ้อนของผลประโยชน์ในการจัดสรรงบประมาณและออกมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ นอกจากนี้ การเพิ่มเงื่อนไขการใช้วิจารณญาณในมาตรา 148 อาจเปิดช่องให้ขาดความโปร่งใส
 
"ท่ามกลางวิกฤตความเชื่อมั่นด้านธรรมาภิบาลในสังคมไทย การปล่อยให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามากำหนดนโยบายและใช้วิจารณญาณเองเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง จึงขอเสนอให้สภาฯ ตั้ง กมธ.วิสามัญร่วมกันของสองสภา เพื่อปรึกษาเนื้อหาให้เกิดความโปร่งใส ใช้ตัวเลขและข้อมูลจริงในการตัดสินใจเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน" ดร.การดี กล่าว
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง