วันพฤหัสบดี ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2569 12:06 น.

การเมือง

"จักรภพ" เผยเบื้องหลังนั่งสภาฯ 11 ชั่วโมง ลุยพิจารณากฎหมาย 8 ฉบับ ชี้ไม่รับร่างอากาศสะอาดฉบับวุฒิสภา เสนอปรับเกณฑ์เกษียณมหาวิทยาลัยใช้สุขภาพแทนอายุ 60 ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 03 กันยายน พ.ศ. 2569, 09.44 น.

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 นายจักรภพ เพ็ญแข ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย เปิดเผยบรรยากาศการทำงานในรัฐสภา หลังต้องนั่งประชุมยาวนานถึง 11 ชั่วโมง เพื่อพิจารณาและลงมติร่างพระราชบัญญัติรวม 8 ฉบับ โดยระบุว่าพรรคเพื่อไทยให้ความเห็นชอบ 7 ฉบับ ขณะที่ร่างฉบับสุดท้ายเกี่ยวกับการบริหารจัดการอากาศสะอาด ซึ่งเป็นร่างที่วุฒิสภาแก้ไขกลับมา พรรคตัดสินใจไม่รับ เนื่องจากยังไม่มีความมั่นใจว่าการแก้ไขดังกล่าวจะช่วยให้การบริหารจัดการและการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศมีประสิทธิภาพมากขึ้น

จักรภพระบุว่า การพิจารณากฎหมายตลอดทั้งวันใช้เวลายาวนาน แต่ระหว่างการประชุมมีโอกาสได้พูดคุยกับ ศ. ดร. ยศนันท์ วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ “อาจารย์เชน” ซึ่งเดินเข้ามานั่งพูดคุยด้วย ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นเกี่ยวกับอายุการทำงานของบุคลากรในระบบมหาวิทยาลัย

ประเด็นสำคัญที่จักรภพหยิบยกขึ้นหารือคือเรื่องการเกษียณอายุของบุคลากรในมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ นักวิจัย หรือบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยเห็นว่าประเทศไทยมีทรัพยากรบุคคลกลุ่มนี้จำนวนไม่มาก และรัฐได้ลงทุนด้านการศึกษาและพัฒนาศักยภาพบุคลากรมาเป็นเวลานาน

จักรภพตั้งข้อสังเกตว่า หากบุคลากรเหล่านี้มีสุขภาพแข็งแรง ยังมีความรู้ความสามารถ และยังสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ต้องพ้นจากระบบราชการเพียงเพราะมีอายุครบ 60 ปี อาจเป็นการสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าต่อประเทศ

จากแนวคิดดังกล่าว จักรภพจึงเสนอให้อาจารย์เชนพิจารณาแนวทางการใช้ “เกณฑ์สุขภาพ” ร่วมกับการประเมินความสามารถในการทำงาน แทนการใช้เกณฑ์อายุ 60 ปีเป็นเงื่อนไขหลักในการเกษียณ เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรที่ยังมีศักยภาพสามารถทำงานต่อได้อีกระยะหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม จักรภพมองเห็นข้อกังวลด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล โดยเฉพาะประเด็นว่าการให้ผู้ที่มีอายุสูงขึ้นทำงานต่ออาจส่งผลต่อเส้นทางความก้าวหน้าของบุคลากรรุ่นใหม่และการเลื่อนตำแหน่งของคนในระบบ

เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว จักรภพเสนอแนวคิดให้บุคลากรที่ผ่านวัยเกษียณแต่ยังมีสุขภาพดีและมีความสามารถสามารถทำงานต่อได้ โดยอาจกำหนดให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งวิชาการหรือภารกิจอื่นที่ไม่ใช่ตำแหน่งบริหาร เพื่อเปิดทางให้บุคลากรรุ่นใหม่สามารถก้าวขึ้นมารับผิดชอบงานบริหารได้ตามลำดับ

จักรภพกล่าวว่า อาจารย์เชนรับฟังข้อเสนอดังกล่าวเป็นอย่างดี สะท้อนให้เห็นว่าประเด็นการบริหารกำลังคนในระบบอุดมศึกษาอาจเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ควรนำมาพิจารณาในเชิงนโยบาย โดยเฉพาะในยุคที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านโครงสร้างประชากรและการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะและประสบการณ์สูง

สำหรับข้อเสนอเรื่องการเกษียณตามสุขภาพ หากได้รับการศึกษาและออกแบบอย่างรอบคอบ อาจนำไปสู่การปรับระบบบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยต้องคำนึงถึงทั้งสิทธิของบุคลากร ความเป็นธรรมระหว่างคนต่างรุ่น ประสิทธิภาพขององค์กร และโอกาสความก้าวหน้าของบุคลากรรุ่นใหม่ควบคู่กัน

เหตุการณ์จากการประชุมรัฐสภาที่กินเวลาถึง 11 ชั่วโมง จึงไม่ได้มีเพียงการพิจารณากฎหมาย 8 ฉบับเท่านั้น หากแต่ยังเปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนแนวคิดด้านนโยบายสาธารณะ โดยเฉพาะคำถามสำคัญว่า ในยุคที่ประเทศไทยมีประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้น ระบบราชการและระบบมหาวิทยาลัยควรยังยึด “อายุ” เป็นเส้นแบ่งความสามารถในการทำงาน หรือควรหันมาให้ความสำคัญกับ “สุขภาพ ความสามารถ และประสบการณ์” มากขึ้น

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง