วันอาทิตย์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2569 03:40 น.

การเมือง

“พิทักษ์เดช” อภิปรายหั่นงบเกษตรฯ 7% จี้จัดสรรฟื้นฟู “ประมง-ชาวนา-ผู้เลี้ยงกุ้ง” เหน็บ “กรมวิชาการฯ”  ไร้ผลงานพัฒนากรรมสิทธิ์พืชพันธุ์

วันอังคาร ที่ 08 กันยายน พ.ศ. 2569, 12.39 น.

เมื่อวันที่  8 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570  ในวาระที่ 2 เป็นรายมาตรา โดยในมาตรา 14 งบประมาณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์    อภิปรายในฐานะผู้ขอสงวนคำแปรญัตติ โดยเสนอให้มีการปรับลดงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงร้อยละ 7 พร้อมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการงบประมาณและการช่วยเหลือเกษตรกรในระดับฐานราก
 
นายพิทักษ์เดช กล่าวอภิปรายว่า การปรับลดงบประมาณดังกล่าว สิ่งสำคัญคือการนำเม็ดเงินที่ปรับลดหรือจัดสรรใหม่ไปใช้ในการฟื้นฟูอาชีพของประชาชนให้เห็นผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านและประมงชายฝั่ง ซึ่งที่ผ่านมากองทุนฟื้นฟูประมงพื้นบ้านยังไม่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างชัดเจน ในช่วงฤดูมรสุมของทุกปี ชาวประมงไม่สามารถออกเรือทำมาหากินได้ ส่งผลให้ขาดรายได้เลี้ยงชีพอย่างสิ้นเชิง รัฐบาลและกระทรวงเกษตรฯ จึงต้องเร่งตั้งกองทุนฟื้นฟูประมงพื้นบ้านให้แผ่กระจายและครอบคลุม เพื่อสร้างสัมมาชีพทางเลือกให้ชาวประมงในช่วงที่ไม่สามารถจับสัตว์น้ำได้
 
นอกจากนี้ สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์  ยังอภิปรายติดตามเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ตามโครงการสนับสนุนปัจจัยการผลิตไร่ละ 1,000 บาท ซึ่งขณะนี้รัฐบาลยังคงค้างจ่ายพี่น้องชาวนาอีกกว่า 300 ล้านบาท รวมถึงปัญหาวิกฤตของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ โดยเฉพาะกุ้งขาวแวนนาไม กุ้งก้ามกราม และกุ้งกุลาดำ ซึ่งในอดีตประเทศไทยเคยเป็นแชมป์โลกด้านการเพาะเลี้ยงและส่งออกกุ้ง แต่ปัจจุบันกลับตกไปอยู่อันดับรั้งท้าย เนื่องจากปัญหาโรคตายด่วน (EMS) สาเหตุสำคัญมาจากกรมประมงขาดการเชิงรุก (Active) ไม่มีศูนย์ตรวจสอบโรคที่ครอบคลุม และขาดการแนะนำพัฒนาสายพันธุ์ลูกกุ้งที่มีคุณภาพให้แก่เกษตรกร
 
นายพิทักษ์เดช กล่าวต่อว่า ในส่วนของกรมวิชาการเกษตร ตนขอตั้งคำถามว่า ที่ผ่านมาได้เคยลงพื้นที่ไปส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพพันธุ์พืช ตลอดจนเทคโนโลยีการผลิตให้ทันยุคทันสมัยเพื่อเพิ่มผลผลิตให้เกษตรกรอย่างแท้จริงหรือไม่ เพราะกระทรวงเกษตรฯ ควรทำหน้าที่สร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้แก่ผู้ผลิต ไม่ใช่เน้นเพียงการบริหารงบประมาณภายในกระทรวงฯ เท่านั้น
 
"งบประมาณเมื่อเราปรับลดทอนแล้ว เราควรจะไปเติมในส่วนไหนเพื่อให้เกษตรกรเกิดความมั่นคงและยั่งยืน ความมั่นคงของเกษตรกรกับการบริหารงบประมาณของกระทรวงเกษตรฯ สิ่งไหนสำคัญกว่ากัน จึงขอฝากข้อสังเกตนี้ผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ตัดงบส่วนที่ปรับลด นำไปพัฒนาและแก้ปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรอย่างตรงจุด" นายพิทักษ์เดช กล่าวสรุป

 
 

หน้าแรก » การเมือง

Top 5 ข่าวการเมือง

ข่าวในหมวดการเมือง